KTM 390 Duke รีวิวรถ Naked Street Bike เพิ่มเทคโนโลยีใหม่ เบา แต่แรงกว่าเดิม

บริษัท เบิร์นรับเบอร์ จำกัด สร้างปรากฎการณ์ใหม่ ในวงการสองล้อ ในปี 2017 ด้วยการส่งสตรีทไบค์สุดร้อนแรงอย่าง KTM 390 Duke เจนใหม่ จากค่าย KTM มอเตอร์ไซต์สัญชาติออสเตรเลีย ออกมาตลาด ซึ่งก็ทำเอาไบค์เกอร์ทุกหัวระแหงตาลุกวาว ด้วยองค์ประกอบอันโดดเด่น พร้อมฟีเจอร์สุดล้ำ ภายใต้ค่าตัวที่ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงได้ แน่นอนว่าตัวผู้เขียนเองก็แอบตื่นเต้น และใจแกว่งไปพักใหญ่ๆ เลยทีเดียว แฟนๆ ปีศาจสีส้ม หรือ The Beast เป็นชื่อ ของมอเตอร์ไซต์รุ่นดู๊ก (Duke) อัดแน่นด้วยเครื่องยนต์อันทรงพลัง น้ำหนักที่เหมาะสม คล่องตัว และการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แข็งแกร่ง ปราดเปรื่อง และดุดัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่น ที่โดดเด่น และนำพาความสนุกในการขับขี่ ที่จัดจ้านเกินพิกัดความจุอีกครั้ง เพื่อตอบสนองการขับขี่ของบรรดาสุดยอดนักสู้บนท้องถนน บาคาร่า สูตรบาคาร่า

KTM 390 Duke

KTM Duke 390 (เคทีเอ็ม ดุ๊ค 390) เป็นรถแนว NAKED Street BIKE ระดับเอนทรี่คลาส ของค่าย KTM ไฟหน้าแยกคู่ ใช้ไฟแบบ LED ไฟเลี้ยวซ้าย และขวา ใช้เป็น LED เช่นกัน โครงเหล็กถักที่เป็นเอกลักษณ์ของ KTM มีความแข็งแรง น้ำหนักที่เบา สีสันที่โดดเด่น รถมีความคล่องแคล่วสูง เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองเป็นอย่างดี หน้าจอควบคุมแบบ​ TFT Display ​ในหน้าจอยังมีระบบ KTM MY RIDE ที่สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์ เข้ากับตัวรถผ่าน Bluetooth ใช้เทคโนโลยี Open-cartridge Fork ดูดซับแรงสั่นสะเทือน และลูกสูบแยก

การกลับมาในครั้งนี้ คงไม่ผิด ถ้าจะบอกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ เพราะระหว่างเจน เดิมและเจน ใหม่นั้น มีการเปลี่ยนหลายอย่าง จนยากที่จะอธิบายได้จนหมดสิ้นในวันเดียว ตั้งแต่ในส่วนของโครงสร้าง รวมถึงระบบต่างๆ ที่ใส่มาให้ เรียกได้ว่า เจ้าตัวใหม่ ได้รับการรังสรรค์ออกมา ให้มีความโดดเด่น ล้ำสมัยไปอีกขั้น ตามฉบับสตรีทไบค์สายพันธุ์โหด รูปร่างถูกถอดแบบมาจากอสูรกายรุ่นใหญ่อย่าง KTM 1290 Super Duke R เริ่มตั้งแต่ไฟหน้า LED ดีไซน์ดุดันที่มาพร้อม LED Day Light เปิด ปิด ได้ตามต้องการ ตัวถังมาใรรูปแบบ Steel Trellis ที่แยกระหว่างเฟรมหลักสีส้ม Powder Coat และ Sub Frame แยกสีขาวสไตล์รถรุ่นใหญ่ เพื่อให้การขับขี่ มีเสถียรภาพมากขึ้น ถังน้ำมันได้รับการออกแบบใหม่ ผสมระว่างรูปร่างเพรียวรับกับสรีระ และดีไซน์ที่ดุดัน โดยเพิ่มความจุเป็น 13.4 ลิตร (มากกว่าเจนเนอเรชั่น 2.4 ลิตร) เบาะนั่งมาในแบบ 2 ตอน แยกระดับระหว่างผู้ขับขี่และผู้ซ้อน โดยความสูงเบาะผู้ขี่อยู่ที่ 830 มม. น้ำหนักตัวรถ 149 กก.การออกแบบสรีระรถคันนี้ ได้รับการปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน ด้วยท่านั่งที่ทำให้ควบคุมรถ ได้ดีขึ้นแต่คงไว้ความสบายในการขี่ และเสริมให้ดียิ่งขึ้นด้วยการปรับปรุงที่นั่งของผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย ขณะที่ถังน้ำมันนั้นเพิ่มความจุมากขึ้นเป็น 13.4 ลิตร (มากกว่าเดิม 2.4 ลิตร) พาผู้ขับขี่สามารถไปได้ไกล ยังช่วยให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสและรับรู้ความรู้สึกกับมอเตอร์ไซค์สายพันธุ์ดุรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ได้ดียิ่งขึ้น

KTM 390 Duke

พูดถึงค่าย KTM สิ่งที่เป็นตัวบ่งบอกของแบรนด์นี้เลยคือ ขุมพลังสูบเดียวเสียวทุกเกียร์ เช่นเดียวกับ KTM 390 Duke ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 1 สูบ 4 จังหวะ พิกัด 373.2 ซีซี. ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก อยู่ที่ 89 x 60 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 12.6 : 1 หัวฉีดอิเลคทรอนิคส์ ทำหน้าที่จ่ายเชื้อเพลิง Bosch EFI จับคู่ลิ้นเร่งขนาด 46 มม. ควบคุมด้วยไฟฟ้า Ride by Wire (เจนเก่าเป็นคันเร่งสาย) การควบคุมที่นุ่มนวล ให้พละกำลังสูงสุดที่ 44 แรงม้า ที่ 9,000 รอบ/นาที แรงบิด 37 นิวตัน-เมตร ที่ 7,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์ 6 สปีด จับคู่กับชุดคลัทช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน พร้อม Slipper Clutch ป้องกันการล็อคล้อหากลดเกียร์อย่างรุนแรง

KTM 390 Duke

เต็มไปด้วยความครบเครื่อง ผมขอยืนยันว่า นี่เป็นความเร้าใจ ที่ใครๆก็สามารถสัมผัสและเข้าถึงได้ ไม่ใช่เรื่องยากที่คุณจะหลงรัก หากได้สัมผัสสตรีทไบค์คันดุคันนี้ โดยเฉพาะ หากคุณกำลังมองหาสองล้อคู่ใจ ที่มาในสไตล์ที่โดดเด่น ขี่สนุกเร้าใจ ใส่เต็มเทคโนโลยี ควบคุมได้อย่างใจสั่ง ในงบราว “สองแสนบวกลบ” ผมเชื่อว่า KTM 390 Duke ยังเป็นตัวเลือกที่ดีในการตัดสินในการซื้อ

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก : ananmoney

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

Benelli 502c รถมอเตอร์ไซต์ cruiser 2 สูบ ที่กำลังมาแรง พร้อมบุกตลาดไทย

หลังเปิดตัวรถและราคา เป็นที่เรียบร้อย ในประเทศไทย นำมาโชว์ตัว เป็นสง่ากันไปแล้วสำหรับ New Benelli 502C รถแนวครูเซอร์ จากทางค่าย Benelli ในงาน Motor Expo 2018 ที่ประเทศไทยเรา ได้รับเสียงตอบรับที่ดี เพราะตัวรถนนั้นเป็นแนว ที่ทางค่ายไม่เคยทำมาก่อน และอยู่ในคลาสเดียวกันกับ TRK 502 และ Leoncino 502 คาดราคาว่า มันจะไม่หนีไปจากสองรุ่นนี้มากนัก หน้าตารถโมเดิร์นครูเซอร์ ที่มีรูปลักษณ์ ที่เฉียบคม และมีขนาดที่กระทัดรัด เหมาะสมกับทุกสรีระ ของผู้ใช้งาน ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเอามากๆ และคาดว่าเป็นอีกรุ่นของ Benelli ที่ทำยอดขายได้ดีในบ้านเรา งานนี้เราลองไปดูรายละเอียดของมันแบบเต็มๆ ด้วยกันเลย บาคาร่า สูตรบาคาร่า

Benelli 502c

ในเรื่องของหน้าตา การออกแบบตัวรถนั้น ถึงมันจะมาในแนวทางของสไตล์ครูเซอร์ แต่ตัวรถเองก็ถือว่ามีความกระชับ เน้นการใช้งานในเมือง ที่ต้องการความคล่องแคล่วสูง และก็มีอัตราเร่งในย่านความเร็วระยะกลางได้ดี สามารถขับขี่ออกทริปได้ดี เพราะท่านั่งในการขับขี่ที่สบาย คล้ายๆ กับการนั่งโซฟา ทำให้ไม่เหนื่อยเวลาขับขี่ระยะไกล นั่นเอง จึงจัดว่าเป็นรถคอมแพคท์ครูเซอร์ขนาดกลาง ที่น่าจะตีตลาด คนที่ชื่นชอบรถแนวนี้ได้ไม่ยาก เพราะจะมองไปในท้องตลาดแล้ว ก็ยังหาคู่แข่งแบบชัดเจนได้ไม่มากนัก

Benelli 502c

New Benelli 502C นั้นเป็นครูเซอร์ขนาดกลาง ทาง Benelli ยังไม่เคยทำตลาดคลาสนี้มาก่อน ใช้เครื่องยนต์พื้นฐานมาจากรุ่น Leoncino ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 499.6 cc แบบ 2 สูบ ให้แรงม้ามาที่ 47 Bhp ที่ 8,500 รอบต่อนาที และทอร์คนั้นให้มาสูงสุดที่ 45 Nm ที่ 4,500 รอบต่อนาที เห็นได้ว่าทอร์คของรถนั้น หนักมาก ในย่านความเร็ว แค่ในช่วงกลางๆ กระบอกสูบเป็น 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ แบบ 4 จังหวะ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด มีกำลังอัดอยู่ที่ 11.5:1 ขนาดกระบอกสูบเท่ากับ 69.0 mm และช่วงชักเท่ากับ 66.8 mm ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด โซ่ทำหน้าที่ส่งกำลังสุดท้าย ซึ่งทั้งหมดนี้ผ่านมาตรฐาน Euro 4 เรียบร้อยแล้ว โช้กอัพหน้าแบบหัวกลับ USD เบรก ABS ดิสก์หน้าคู่ ท้อเป็นแบบปลายคู่ มีเพลทติดป้ายทะเบียนหลัง แบบแขนเดี่ยวให้มาด้วย ระบบไฟเป็นแบบ LED หน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอล บางคนเชื่อว่า นี่คือรถอิตาลี บางคนหันหน้าหนี เพราะบอกว่านี่รถจีน แต่เบเนลี่เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

Benelli 502c

ความสูงแฮนด์บาร์ เป็นแบบ Ape นิดๆ ระบบไฟเป็นแบบ LED รอบคันทั้งไฟหน้า ไฟท้ายและไฟเลี้ยว เบาะนั่งเป็นสองตอน เล่นระดับแต่เอาจริงๆ เหมาะกับนั่งคนเดียว ไม่เหมาะกับมีคนซ้อน ไฟหน้า รูปร่างคล้ายไฟของ TNT300 แต่ว่าในโคมมีมิติมากกว่า และมี Day time running light เป็นลายแปลก โช้คหน้าหัวกลับ ดิสก์เบรกคู่หน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวหลังมาพร้อม ABS ปั๊มเบรกแบบเรเดียลเมาท์ เรือนไมล์ LCD  ที่กันดีดมีป้ายทะเบียนยึด ที่ยื่นออกมาจากสวิงอาร์มหลัง ไฟท้ายได้รับการออกแบบ ค่อนข้างล้ำ แปลกใหม่ มีไฟ 3 จุด ตรงกลางเป็นตัวอักษร “Benelli”

สิ่งที่น่าสนใจของรุ่นนี้ ก็หนีไม่พ้น เรือนไมล์ดิจิตอล แสดงผล 2 แบบ แบบกลางวันและกลางคืน โดยหน้าจอจะเปลี่ยนเอง เมื่อได้รับแสงมากหรือน้อย

การแสดงผล ในตอนกลางวัน

การแสดงผล ในตอนกลางคืน

ความจุถุงน้ำมัน 21 ลิตร ขนาดใหญ่

ฝาเครื่อง มีที่หุ้มกันรอย เป็นลายคาร์บอน ดีไซน์แปลกตา โดยที่พักเท้าจะขยับไปด้านหน้า ตามสไตล์รถครุยเซอร์

ช่วงล่าง ค่อนข้างใหญ่ ป้องกันเศษหิน เศษดิน กระเด็นเข้าตัวเครื่อง ด้านหน้าเป็นตะแกรง ให้ลมผ่าน ช่วยระบายความร้อน

Benelli 502c

ในตอนนี้ ยังไม่มีการเปิดราคาค่าตัวอย่างเป็นทางการ แต่อย่างที่บอกไปข้างต้น มันน่าจะอยู่ตรงกลางระหว่าง Leoncino 502 และ TRK 502 ดังนั้นราคาน่าจะอยู่ในช่วง 210,000 – 213,000 บาท ด้วยวัสดุที่จะมีคุณภาพเดียวกับ 2 รุ่นที่ว่ามา จากการสอบถามข้อมูล ทาง Benelli เองนั้น จะเผยราคาอย่างเป็นทางการ ภายในช่วงไตรมาศแรกของปี 2019 คนที่ชื่นชอบรถคันนี้ก็รอกันอีกไม่นานแล้ว

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก : 168automotive

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

Harley Davidson Iron 883 รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สไตล์ ครุยเซอร์ชอปเปอร์

Harley Davidson Iron 883 มอเตอร์ไซต์รุ่นเริ่มต้น ในตระกูล Sportster รูปลักษณ์สีดำแบล็กเอาต์(Blacked-Out)  ที่ดูดิบๆ เท่ๆ และลวดลายกราฟิกที่ใหม่ พร้อมให้คุณได้ลดลอง ขนาดตัวรถค่อนข้างเล็ก เบาะนั่งต่ำ 760 มิลลิเมตร คนที่มีส่วนสูง 165-170 เซนติเมตร ขี่ได้อย่างมั่นใจ สามารถวางเท้าได้เกือบเต็ม แฮนด์อยู่ในระยะที่เหมาสม พักเท้าอยู่ตรงกลาง ไม่ได้เป็นแบบ Forward ท่านั่งจึงเป็นธรรมชาติ น้ำหนักรถประมาณ 256 กิโลกรัม ไม่เป็นภาระมากนักเมื่อต้องเข็นรถ

Harley Davidson

เครื่องยนต์ให้มา Evolution แบบ V-Twin 2 สูบ เกียร์เครื่องยนต์ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ความจุ 883 ซีซี กระบอกสูบ 76.2 มิลลิเมตร ช่วงชัก 96.8 มิลลิเมตร กำลังสูงสุด 52 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 70 นิวตัน-เมตร ที่ 4,750 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ขับเคลื่อนด้วยสายพาน จุดระเบิดด้วยระบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หัวฉีด ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 12.5ลิตร Air-Colled Evolution เป็นระบบระบายความร้อน จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ Electronic Sequential Port Fuel Injection อัตราส่วนกำลังอัด 9.0:1 ให้แรงบิดสูงถึง 70 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 5 สปีดระบบคลัทซ์มือ มีสายพานส่งกำลังตัวสุดท้าย บาคาร่า สูตรบาคาร่า

กำลังเครื่องยนต์ เหลือเฟือ สำหรับรถสไตล์นี้ ที่เน้นอารมณ์การขี่เป็นหลัก สมรรถนะก็ดูดี ไม่ขี้เหร่ อัตราเร่งดีตั้งแต่รอบต่ำ ทำความเร็ว 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ต้องเค้นเครื่องมากหนัก มากไปกว่านี้ คนขี่จะเริ่มเหนื่อย เพราะท่านั่งต้านลม เดินทางไกลทำความเร็วถูกกฎหมาย ใช้รอบไม่สูง ประมาณ 2,500-3,500 รอบต่อนาที ถังน้ำมันความจุ 12.5 ลิตร เดินทางได้ประมาณ 200 กิโลเมตร แวะเติมน้ำมันและพักคนขี่ไปในตัว ส่วนการควบคุมรถที่ความเร็วต่ำ รวมทั้งการเลี้ยวมุมแคบ ทำได้ง่ายกว่าที่คิด รถมีน้ำหนักไม่หนัก ช่วงล่างแข็งนิดๆ ด้านหลังสามารถปรับ Pre-Load ของสปริงได้ เบาะนั่งสุดหนานุ่ม ซับแรงสะเทือนได้ดี

Harley-Davidson Sportster Iron 883 ความยาวตัวรถ 2,185 มิลิเมตร ความสูงเบาะเมื่อ 760 มิลลิเมตร ระยะใต้ท้องรถ 140 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 1,515 มิลลิเมตร ขนาดยางหน้า 100/90B19 57H ขนาดยางหลัง 150/80B16 77H วงล้อ 9 ซี่ สีดำแถมกรอบขัดแต่ง ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Telescopic ระบบกันสะเทือนหลังแบบ Dual Shock เงา ระบบกันสะเทือนหน้า Showa หัวกลับ 39 มิลลิเมตร ระยะ 108 มิลลิเมตร ระบบกันสะเทือนหลัง เป็นโช้คอัพคู่ สามารถปรับระยะได้ ระยะ 54 มิลลิเมตร ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกขนาด 292 x 5 มิลลิเมตร ระบบเบรกหลัง 260.1 x 7.1 มิลลิเมตร

มาตรวัดทรงกลมเดี่ยว ด้านล่างมีจอดิจิตอล บอกข้อมูลครบ ทั้งระยะทางรวม, ระยะทางทริป A-B, รอบเครื่องยนต์, นาฬิกา และตำแหน่งเกียร์ มีปุ่มดูข้อมูล อยู่ที่แฮนด์ด้านซ้าย ด้านล่างของชุดมาตรวัดมีไฟเตือนระบบต่างๆ ไฟเตือนน้ำมันใกล้หมด ไฟหน้าฮาโลเจน H4 ไฟท้าย LED รวมทุกสัญญาณไฟไว้ในโคมทรงกลม แบ่งพื้นที่ภายในโคมเป็นไฟท้ายและไฟเบรกสีแดง และไฟเลี้ยวสีเหลือง มองเห็นชัดเจนในตอนกลางวัน

Iron 883 เหมาะสำหรับคนที่ไม่เคยขับบิ๊กไบต์ หรือใครอยากลองสัมผัสอารมณ์ของถฮาร์ลีย์ จะขี่จริงจังหรือนานๆ ขี่ครั้งก็ไม่ต้องเสียดายมาก ในราคาที่เบากว่าตอนนำเข้า ถ้าติดใจแล้วค่อยอัพรุ่น หรือจะขี่รุ่นนี้ต่อก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย 

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

Suzuki Gixxer 250 เปิดตัวรถ Naked Bike รุ่นใหม่ล่าสุด ในราคา 69,000 บาท

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ กับ รถ Naked Bike รุ่นล่าสุด จากทางค่าย Suzuki Motorcycle India กับเจ้า All New Gixxer 250 มีการออกแบบ ที่เป็นเอกลักษณ์ ระบบไฟ LED รอบคัน มาพร้อมระบบเบรก ABS ภายใต้ขุมพลังขนาด 250cc. ในราคา 159,800 อินเดียรูปี หรือคิดเป็นเงินไทย อยู่ที่ประมาณ 69,000 บาท เท่านั้น ซึ่งจะมาสู้กับ Yamaha FZ25 และ KTM 250 Duke ที่ถือเป็นยอดนิยม ในประเทศอินเดีย กับการออกแบบ ที่มีหน้าตาเท่ แปลกไม่เหมือนรถอื่น มีความโฉบเฉี่ยวทางด้านหน้า

ในตลาดอินเดีย ทาง Suzuki ได้ปล่อยรถคันนี้ เพื่อมาต่อกรกับ FZ25 และ KTM 250 Duke ที่ถือว่ามีพิกัดเครื่องยนต์ ใกล้เคียงกัน โดย Gixxer 250 มาในเครื่องยนต์พิกัด 249cc 1 ลูกสูบ 4 วาล์ว SOHC จ่ายน้ำมัน ด้วยระบบหัวฉีด ระบายความร้อนด้วย Oil Cooling ให้แรงม้าสูงสุดที่ 26.5 PS ที่ 9,000 รอบต่อนาที และทอร์คหรือว่าแรงบิด สูงสุดอยู่ที่ 22.6 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด บาคาร่า สูตรบาคาร่า

ระบบสั่นสะเทือน ด้านหน้าตัวรถนั้น มาในแบบเทเลสโคปิก ส่วนด้านหลัง เป็นโมโนโช้ก ห้ามล้อด้วยดิสก์เบรก ทั้งหน้าและหลัง ทำงานร่วมกับระบบเบรก ABS แบบ dual-channel ในขณะที่ระบบไฟนั้น จะเป็นแบบ LED รอบคัน หน้าจอแสดงผล เป็นดิจิตอล ท่อไอเสียเป็นแบบปลายคู่ พร้อมแผ่นกันความร้อนโครมเมี่ยม เบาะนั่งออกแบบมา แบบสองตอน ยกระดับความสปอร์ต ถังน้ำมันจุมาให้อยู่ที่ 12 ลิตร น้ำหนักตัวอยู่ที่ 156 กก. ซึ่งถือว่าประเทศอินเดียว ให้ความสนใจ หลังจากการเปิดตัว ไม่น้อยเลยทีเดียว ท่อไอเสียสองรู อยู่ข้างสวิงอาร์ม ป้ายทะเบียนที่อยู่ถัดจากไฟท้าย

ทางด้านดีไซน์ของ Gixxer 250 ถูกออกแบบ ไฟหน้าทรง 6 เหลี่ยมแบบ LED, ควบคุมรถด้วยแฮนด์บาร์, ถังน้ำมันดีไซน์ มีความโฉบเฉี่ยว ขนาดความจุ 12 ลิตร พร้อมปีกแฟริ่งด้านหน้า, เบาะนั่งแบบ 2 ตอน, ไฟท้าย LED, หน้าจอแสดงผล แบบดิจิตอลเต็มระบบ , ท่อไอเสียปลายท่อคู่ (2 รู) พร้อมแผ่นกันความร้อนโครเมียม โดยตัวรถมีน้ำหนักโดยรวมอยู่ที่ 156 กก. ระบบด้านล่างนั้น มาพร้อมกับโช้คอัพเทเลสโคปิก ที่ด้านหน้า และด้านหลัง เป็นแบบโมโนโช้ค ส่วนระบบเบรก เป็นแบบดิสก์เบรก ทั้งหน้า และหลัง ทำงานพร้อมกันกับ ABS แบบ Dual-Channel ซึ่งติดตั้งอยู่บนล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว

ยังไงก็ตาม เจ้าคันนี้เน้นทำตลาด ในประเทศอินเดีย ยังไม่มีแผนจะวางจำหน่าย ในตลาดโลกแต่อย่างใด เปิดตัวมา 2 สี พร้อมจำหน่าย คือ สีเทา Metallic Matte Platinum Silver และ สีดำ Metallic Matte Black สำหรับคนไหน ที่เฝ้ารอรถของ Suzuki ในคลาสนี้ คงต้องรอลุ้นกันต่อไป กับโมเดลอย่าง GSX-R250 และ GSX-S250 ยังมีข่าวลือตลอด ว่าอาจจะมีการเปิดตัวกันเร็วๆ นี้

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : autospinn

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

MT-09 2019 สปอร์ตเนกเกทไบต์ สุดเท่จากทางค่ายส้อมเสียง YAMAHA

YAMAHA MT-09 ของค่าย YAMAHA หนึ่งในรถสปอร์ตตระกูล MT ถูกยกให้เป็น Hyper Bike ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังมีโมเดลย่อยๆ ไว้ตอบสนองการใช้งาน ที่หลากหลายมากขึ้น เชื่อว่ามีหลายท่าน เคยได้ชมภาพยนต์ เรื่อง John Wick: Chapter 3 – Parabellum เราจะได้เห็นเจ้าบิ๊กไบต์คันงาม โผล่ในฉากไล่ล่า ของหนังเรื่องนี้ รถเน็กเก็ตสุดแรง ขวัญใจชาวไทย เป็นรถขึ้นชื่อในตระกูล Master of Torque มีชื่อสเียงในเรื่องแรงบิดมหาศาลนั้นเองครับ เดี๋ยวเรามาทำความรู้จักกันดีกว่าว่า เจ้าคันนี้ มีทีเด็ดตรงไหนบ้าง บาคาร่า สูตรบาคาร่า

MT-09
MT-09

โดยเจ้า MT-09 เป็นบิ๊กไบต์สัญชาติญี่ปุ่น ผลิตและส่งขายโดยประเทศญี่ปุ่น ได้รับการพัฒนาจากรุ่นพี่อย่าง Yamaha FZ-09 ใช้เครื่องยนต์แบบ 3 สูบเรียง Crossplane Crankshaft อันเป็นเอกลักษณ์ของค่าย Yamaha โดยเฉพาะ ปริมาตรกระบอกสูบอยู่ที่ 847 ซีซี สามารถสร้างแรงบิดสูงสุดได้ถึง 87.5 นิวตันเมตร ที่ 8,500 รอบ/นาที แรงม้าสูงสุดถึง 115 แรงม้า ที่ 10,000 รอบ/นาที

2019 Yamaha MT-09 ยังใช้พื้นฐานเดิมจาก ปี 2018 กำลังเครื่องยนต์ขนาด 847 ซีซี 3 ลูกสูบ Cross Plane 4 จังหวะแบบ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีคันเร่งไฟฟ้า YCC-T พร้อมด้วย D-Mode ที่สามารถปรับแต่ง Mapping เครื่องยนต์ได้ Traction Control เป็นระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ที่มีโหมดให้ได้ปรับแต่งตามใจชอบ ตัวรถส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด ระบคลัทซ์แบบ Wet Multi-Plate ส่งกำลังสุดท้ายด้วยระบบโซ่ หน้อจอแสดงผลแบบ LCD รูปทรงที่เท่ โฉบเฉี่ยว ระบบไฟรอบคันแบบ LED

MT-09

เจ้า MT 09 ยังใชพื้นฐานเดิมจากรถปี 2018 สำหรับด้านดีไซน์ การออกแบบตัวรถ ไฟหน้าแบบ LED 2 ดวงแยกฝั่งซ้ายขวา ซึ่งแต่ละดวงนั้นก็จะมีหลอด LED 2 หลอดเล็กบรรจุอยู่ ทั้งหมดรวมเป็น 4 หลอด (2 ฝั่ง) และยังมีไฟรันนิ่งไลท์ ใต้ไฟ LED ทั้งสอง ถือว่าเป็นดีไซน์ที่น่าสนใจ ในส่วนของไฟเลี้ยวนั้น มีการย้าย ถูกย้ายไปอยู่ข้างหม้อน้ำ ในส่วนของไฟท้ายนั้นก็เป็นแบบ LED 3 มิติเป็นรูปทรงตัว M โครงสร้างรถนั้น การออกแบบจะเน้นการใช้เส้นสายที่เฉียบคม ด้านท้ายสั้นลงกว่าเดิม 30mm และมีการออกแบบเบาะนั่งใหม่ โดยเบาะนั้นมีความหนามากกว่าเดิม 5mm และมีการปรับรูปให้เหมาะสมยิ่งสำหรับผู้ขี่เองนั้น จะทำการเบรก, เข้าโค้ง หรือว่าเร่ง ทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทางค่าย Yamaha เองนั้นต้องการทีจะสร้างความแตกต่างกับรถในแนวเดียวกันคันอื่นๆ ในท้องตลาดอย่างชัดเจน

จุดที่น่าสนใจอีกจุด ก็คือตัวรถ MT-09 2019 มีระบบออฟชั่นมากมาย มาให้ อย่างเช่น Quick Shift System (QSS) สามารถเปลี่ยนเกียร์ โดยไม่ต้องบีบคลัทช์ เช่นเดียวกันกับที่ใช้ใน R1 และยังมีระบบ Assist & Slipper (A&S) clutch ช่วยป้องกัน การเกิดล้อหมุนจากเอนจิ้นเบรค ช่วยให้การขับขี่นั้นปลอดภัยมากยิ่งขึ้น, Adjustable suspension for enhanced sports riding ช่วยในการปรับระดับของระบบกันสะเทือนทั้งหน้าและหลัง, D-Mode adjustable engine character ที่จะช่วยในการปรับโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่แตกต่าง, ที่ใส่ป้ายทะเบียนด้านหลังนั้นเป็นแบบแขนเดี่ยว mounted licence plate holder ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

จุดเด่นที่มองข้ามไปไม่ได้ ก็คือเครื่องยนต์แบบ 3 ลูกสูบ CP3 ที่ให้ความเร็วในการตอบสนอง ต่อคันเร่งที่ดีในทุกความเร็วต้น กลาง ปลาย เครื่องยนต์ให้แรงม้าสูงสุด มาพร้อมกับแรงบิดสูงสุด โดยเจ้า MT-09 นั้นถูกยกให้อยู่ในระดับ Superbike ของรถ Naked bike เลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังมีโมเดลย่อยๆ อย่าง MT-09SP มีการปรับระบบสั่นสะเทือน เป็นของ Ohlins ติดตั้งระบบ Quickshifter เพื่อตอบโจทย์สายซิ่งโดยแท้จริง ยังมีรุ่นสำหรับสายท่องเที่ยว อย่าง MT-09 Tracer ที่ปรับลุกส์จาก Naked Bike ให้กลายมาเป็น Hyper Touring ที่แรงเร็ว และให้การตอบสนองที่ดีในทุกๆ ย่านความเร็วอีกด้วย

ในเจ้า YAMAHA MT 09 จะมีสีใหม่ ที่อ้างมาจากรุ่นน้อง อย่าง MT 15 คือ สีเทา Ice Fluo โดยราคาค่าตัวถูกวางไว้ที่ 399,000 บาท สามารถเข้าชมตัวจริง และสอบถามอัตราการผ่อนดาวน์ได้ที่ Yamaha Rider Club ใกล้บ้านท่านเลยครับผม

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : autospinn

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

legend 250 twin รถค่าย GPX กับการเปิดตัวรถน้องใหม่ในตระกูล legend

legend 250 twin

เป็นรถที่ถือว่า เป็นกระแสอยู่ในเวลานี้กับเจ้า GPX Legend 250 TWIN คันใหม่เอี่ยมจาก ค่ายรถสัญชาติไทย GPX RACING โดดเด่นในเครื่องยนต์ ที่ให้มาแบบ 2 สูบเรียง และดีไซน์ ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถตระกูล legend ขอย้อนไปถึงที่มาของรถรุ่น LEGEND รุ่นแรกของ GPX เปิดตัวเมื่อช่วงปลายปี 2015 เป็นเวลากว่า 4 ปี ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีกับรถรุ่นนี้มาตลอด ตั้งแต่รุ่น LEGEND 200 , LEGEND 150 , LEGEND 150S ซึ่งยังมีรุ่น Minor Change อีกหลากหลายรุ่น บาคาร่า สูตรบาคาร่า

legend 250 twin

เรียกได้เต็มปากว่าเป็น All New legend เครื่องยนต์ใหม่ เป็นเทคโนโลยีหัวฉีด GPX FI ครั้งแรกของทางค่าย ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2 สูบเรียง ขนาดเครื่องยนต์ 234 ซีซี 4 จังหวะ SOHC เกียร์ 6 สปีด พร้อมปรับดีไซน์ ตั้งแต่ไฟหน้า แบบทรงกลมตามสไตล์สายคลาสสิก ที่แฝงความทันสมัย ด้วยระบบส่องสว่างแบบ Full LED รอบคัน ผสมไปด้วยกลิ่นอายของยุค 80 และคงความทันสมัยไว้ ในคอนเซปต์ ‘The Iconic Reborn’ สำหรับดีไซน์คันนี้ออกแนว คลาสสิค กึ่งๆคาเฟ่นิดๆ แต่ผสมกับความทันสมัย เริ่มด้วยไฟหน้า เป็นทรงกลมแบบคลาสสิค แต่ให้ไฟ LED พร้อมกับ Day-time running light มาด้วย จับคูกันอย่างลงตัว ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย

มาพูดถึงระบบเครื่องยนต์ของเจ้า legend 250 twin เป็นเครื่องยนต์ขนาด 234 ซีซี แบบ 2 สูบเรียงที่ทำงานพร้อมๆ กัน 4 จังหวะ SOHC อัตราส่วนกำลังอัด 9.2:1 อากาศและ OIL COOLER ทำหน้าที่ระบายความร้อน จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด มีบาลานซ์ชาฟท์ ช่วยลดแรงสะเทือนของเครื่องยนต์ ขณะขับขี่ ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ 6 สปีด โดยทาง GPX ได้พัฒนาระบบหัวฉีดร่วมกับ Delphi ประเทศอเมริกา เน้นระบบหัวฉีด ให้มีกำลังอัดที่สูงขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น รองรับมาตรฐาน EURO 4 ที่ใช้กันในทวีปยุโรปอยู่ขณะนี้ ยังไม่มีการแจ้งตัวเลขแรงม้า และทอร์คของเจ้าตัวนี้ ออกมาอย่างเป็นทางการในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม หากว่ามีตัวเลขที่แน่นอนแล้ว ทางเราจะมาอัพเดทกันอีกครั้ง

เรือนไมล์รูปร่างกลมแบบยุค 80s แต่แสดงผลแบบระบบดิจิตอล บอกรอบเครื่องยนต์ ตัวบอกความเร็วที่ชัดเจน ปริมาณน้ำมันในถัง สถานะเกียร์ว่าง ระบบไฟ และระบบฟังก์ชั่นวัดระยะทางทริปต่างๆ ในส่วนของยาง ยางหน้าจะมีขนาด 110/90-17″ และยางหลัง 130/90-17″ เบาะนั่งจะเป็นแบบตอนเดียว ให้ความสะดวกสบาย ในการนั่ง รอบเบามีที่จับมากมาย ให้คนซ้อนจับได้ง่าย ตัวถังน้ำมันออกแบบมาเป็นอย่างดี ให้มีรูปทรงรองรับกับการหนีบเข่า และมีการติดตั้งเพลต ตรงถังน้ำมันมาให้ทั้งซ้ายและขวา ป้องกันรอยขีดข่วน จากการหนีบถัง และเพิ่มความกระชับ ถังน้ำมันจุมาให้อยู่ที่ 14.5 ลิตร น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 154 กก. แฮนด์รถจะเป็นแบบคลิปออน จับเหนือแผงคอ พร้อมกระจกมองหลังทรงกลมแบบปลายแฮนด์

ให้ความรู้สึกสปอร์ต ด้วยแฮนด์บาร์เป็นแฮนด์แบบจับโช้ค พร้อมปุ่มควบคุมสวิตช์ไฟ มาตรฐานสองข้าง มีสวิตช์ไฟฉุกเฉินที่มือขวา กระจกอยู่ตรงปลายแฮนด์ทรงกลม บานใหญ่ เน้นใช้งานบนถนนจริง ไม่เพียงเพื่อความสวยงาม ระบบเบรคด้านหน้า เป็นดิสก์เบรคคู่ ปั๊มเบรคแบบ 2 ลูกสูบ ขนาดจานเบรคไม่ใหญ่จนเกินไป ส่วนเบรคหลังเป็นดิสก์เบรคเดี่ยว ปั๊มเบรคลูกสูบเดี่ยว ทั้งหน้า และหลัง ไม่มีระบบ ABS จับคู่กับยางลายคลาสสิคจาก Vee Rubber และล้อหน้ามีแถบสะท้อนแสงมาให้เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

GPX LEGEND 250 TWIN น้องใหม่ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ แดง,ดำ และ ดำด้าน เปิดราคาอยู่ที่ 79,500 บาท ใครที่สนใจสามารถติดตามราคาและข่าวสารได้ที่ gpxthailand.com

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

S1000RR 2019 โฉมใหม่ของเจ้าฉลาม เครื่องแรงกว่าเดิม จัดเต็มเทคโนโลยีสุดล้ำ

สมกับการรอคอย สำหรับเจ้าฉลาม BMW S1000RR ของค่าย BMW Motorrad บัดนี้ทาง BMW ก็ได้เผยโฉมตัวจริงออกมาแล้ว ซึ่งก็เหมือนกับภาพหลุด ที่ออกมาก่อนหน้านี้เป๊ะๆ โดยได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในงาน Eicma 2018 ที่ประเทศอิตาลี เป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของรุ่นนี้ ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามกันเลยที่เดียว ทั้งจากรูปทรงการดีไซน์ และสมรรถนะ ที่มาแบบจัดเต็มทีเดียว บาคาร่า สูตรบาคาร่า

ได้มีการปรับปรุงหลายอย่าง แฟริ่งใหม่ ชุดไฟหน้าที่ดีไซน์ใหม่ เครื่องยนต์ที่ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพิ่มกำลังขึ้น 8 แรงม้า (207 แรงม้า) และ น้ำหนักลดลง จากตัวเดิม 208 กิโลกรัมเหลือ 197 กิโลกรัม เลยทีเดียว เครื่องยนต์ใหม่เบากว่า 4 กิโลกรัม ชุดไฟหน้าใหม่แบบ LED ส่องสว่างได้ดี หน้าปัดเรือนไมล์ TFT LCD (Thin Film Transistor) จอแสดงผลขนาดใหญ่ ถ้าซื้อชุดแต่ง M Package ที่มาพร้อม ล้อ คาร์บอน ซึ่งน้ำหนักเบากว่าเดิมมาก แบตเตอรี่ลิเธี่ยม และ อื่น ๆ จนน้ำหนักที่มี 197 กิโลกรัม จะลดลงเหลือ 193.5 กิโลกรัม

เจ้าโฉมใหม่นี้ มีหน้าตาแตกต่างจากรุ่นก่อน ที่มีไฟตาเขอย่างสิ้นเชิง โดยเจ้า S1000RR โฉมใหม่นี้ ใช้ไฟหน้าแบบ LED ตามรถบิ๊กไบค์ยุคปัจจุบัน มาพร้อมเครื่องยนต์ ที่กำลังสูงกว่าเดิม โดยรุ่นใหม่นี้มีพละกำลังสูงสุดถึง 207 แรงม้าเลยทีเดียว ไม่ธรรมดาสุดกับ ขุมพลังของซุปเปอร์ไบต์ BMW S1000RR ที่มีเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 สูบแบบเรียง 999 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 199 แรงม้า ที่ 13500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดที่ 113 นิวตันเมตร ที่ 10500 รอบ/นาที , อัตรากำลังอัด 13.0:1 หัวใจหลักของเครื่องยนต์ ก็คือระบบ

หัวใจหลักของเครื่องยนต์ คือระบบ BMW ShiftCam เรียกอีกอย่างว่า ระบบวาล์วแปรผันของทาง BMW โดยได้ติดตั้ง Cam Pairs ไว้สองตัว เพื่อช่วย Camshaft ในการทำงาน และวางวาล์วไอดีที่เปิดตรงไปยังห้องเผาไหม้ เวลาของการนำเอาไอดีเข้าไปเผาไหม้นั้นสั้นลง การจุดระเบิดเครื่องยนต์สามารถทำได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว ทำให้เครื่องยนต์ การสั่นจากการหมุน ของเหลาข้อเหวี่ยงลดลง และสามารถสร้างพละกำลังได้สูง ในรอบต่ำกว่าเดิม ซึ่งระบบนี้จะแยกการทำงาน ตามย่านความความเร็ว ของเครื่องยนต์ที่ใช้ โดยรอบการเดินเบา Low Cam Profiles จะทำงานให้ตัววาล์ว ลดตัวเข้าใกล้หัวลูกสูบมากขึ้น เพื่อลดระยะการทำงาน และในย่านความเร็วสูง High Cam Profiles จะทำการยกตัววาล์วให้สูงขึ้น เพื่อให้การทำงานในย่านความเร็วสูง ทั้งหมดนี้จะทำให้ตัวรถนั้นสามารถรีดประสิทธิภาพออกมาได้สูงสุด ในส่วนน้ำหนักตัวของ All New BMW S1000RR นั้นจะอยู่ที่ 197 กก. ความสูงเบาะนั่งอยู่ที่ 82.4 ซม.

S1000RR
S1000RR

ความปลอดภัยในการขับขี่ ที่หายห่วง มาพร้อมระบบ Dynamic Traction Control ให้ความปลอดภัยขณะขับขี่ โดยสามารถทำความเร็ว ได้มากกว่า 200 กิโลเมตร / ชั่วโมงเลย โดยมีอัตราเร่งจาก 0 – 100 อยู่ที่ 3.1 วินาทีเท่านั้น ส่วนของการออกแบบ และการควบคุม ออกแบบตามหลักแอโรไดนามิค โหมดในการขับขี่ จะมี 4 โหมด คือ ขับขี่ขณะฝนตก (RAIN) , ขับขี่ปกติ (ROAD) , ขับขี่ประสมประสาน (DYNAMIC) และขับขี่แบบลงสนาม (RACE) ยังมีระบบ Dynamic Damping Control หรือ DDC ช่วยปรับระบบสั่นสะเทือน ให้เข้ากับสถาณการณ์ขับขี่ ในแบบอิเล็กโทรนิกส์ ยังช่วยในเรื่องการเกาะถนนได้ดีเยี่ยม

S1000RR

เจ้า S1000RR 2019 ได้เปิดตัวมาพร้อมกัน 2 สี ได้แก่สีไตรคัลเลอร์ Motorsport และสีแดง Racingred Uni เป็นอีกตัวที่น่าสนใจสำหรับซุปเปอร์ไบต์ในคลาส 1000 cc

สนับสนุนข้อมูลโดย : thailandbigbike

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

MT-15 รถ Naked Bike ตัวใหม่น้องเล็กจากทางตระกูล MT

150cc

เริ่มกันที่เจ้าตัวแรก YAMAHA MT15 น้องเล็กสุดในตะกูล MT ซีรี่ย์ มาในพิกัด 150 cc หลังจาก Yamaha M-Slaz สร้างชื่อให้กับสปอร์ตเน็กเก็ต 150 ซีซี ของค่ายส้อมเสียง แบบแรงสุดฉุดไม่อยู่ เพราะตอนนี้เรามี Yamaha MT-15 เน็กเก็ตน้องใหม่สายเลือดแท้ จากตระกูล MT มาสานต่อความสำเร็จ ในยุคสมัยได้เปลี่ยนไป ขอย้ำอีกทีว่าทั้งสองรุ่นที่กล่าวข้างต้นมันคือรถคนละคันกันเลย ด้านความสูงของรถจะสูงกว่า Yamaha M-Slaz ประมาณ 5 มิลลิเมตร คนสูง 170 ซม. เวลานั่งก็ได้ยืนเขย่งปลายเท้าพอสมควร แผงคอที่ยึดแฮนด์บาร์ที่ถูกยกสูงขึ้นมา ทำให้ท่าทางในการขับขี่ มีความรู้สึกที่นั่งสบายขึ้น ทำให้ขับขี่ไกลๆ ทำได้สบายไม่เมื่อย ใช้งานได้สะดวกขึ้น ทั้งผู้ขับขี่และคนซ้อน กับเบาะแบบยาวตอนเดียว บาคาร่า สูตรบาคาร่า

MT-15

มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ของไฟหน้าใหม่ทั้งหมด ของเจ้า Yamaha MT-15 คันนี้ โดยจะใช้ไฟหน้า ดวงเดียวอันกลมโตตรงกลางนี้เป็นทั้งไฟสูงและไฟต่ำ แบบ LED และยังมาพร้อมคิ้วไฟหรี่ที่ดูเหมือนคนกำลังเขม่นตาอยู่ ดูเกรี้ยวกราดกว่าเดิม แต่ก็หล่อไม่ใช่เล่นนะ

MT-15

เรือนไมล์แบบ Full LCD ที่แสดงผลครบทุกฟังก์ชั่น ไม่ว่าจะเป็น วัดรอบ , ความเร็ว , ตำแหน่งเกียร์ , การทำงานระบบวาล์วแปรผัน VVA , ระดับเชื้อเพลิง , อัตราการบริโภคน้ำมัน เป็นต้น เรือนไมล์แบบฟูลดิจิตอล บอกข้อมูลการขับขี่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นรอบเครื่องยนต์, สถานะการทำงานของระบบ VVA, ความเร็ว, ตำแหน่งเกียร์, ทริป A, B, อัตราสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ย, อัตราสิ้นเปลืองแบบเรียลทาม เป็นต้น เรียกได้ว่าครบครัน เตือนการเปลี่ยนเกียร์ โดย shift light จะเตือนที่ราว 10,000 รอบ/นาที ในด้านระบบการทำงาน VVA จะเริ่มทำงานที่รอบเครื่องยนต์ราว 7,000 รอบต่อนาทีช่วยให้ตัวรถ มีพละกำลังเหลืออีกสำหรับใช้งาน ช่วงที่ขี่แบบไหลๆ คาเกียร์ 5 ขี่ไปได้เรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องเตะขึ้นลงระหว่าง 5 กับ 6 ให้รำคาญใจ ไม่ต้องมานั่งเตะเกียร์บ่อยๆ และโดยส่วนตัวก็ไม่ได้เตะหาเกียร์ 7 บ่อยนัก

ถือว่าได้เซ็ทมาได้ค่อนข้างลงตัว กับระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับ Upside down ขนาด 37 มม. สวิงอาร์มทำจากอลูมิเนียม เมื่อเอาเดินทางไกลด้วยความเร็วสูงในโค้งยาวๆ สามารถเกาะโค้งไปได้ อย่างมั่นใจไม่ออกอาการย้วยให้เห็น แต่หากเข้าหนักมากๆจะมีความรู้สึกที่ต้องเซทกันสักนิด ทำงานสั่งได้ดั่งใจ กับระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง โดยเฉพาะเบรคหน้าที่เบรกสั่งได้ดั่งใจจริงๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่าทำให้มั่นใจในการเอาไปขับขี่เล่นโค้งได้อย่างสนุกเลย ในส่วนล้อเป็นล้อแม็คขอบ 17 นิ้ว ที่มาพร้อมยางหน้าขนาด 110/70 ส่วนยางหลังเพิ่มไซค์ให้ใหญ่ขึ้นเป็น 140/70

MT-15

แฟริ่งด้านข้างนั้น ดีไซน์เหมือนช่องรับอากาศเข้าทั้งสองฝั่ง เบาะนั่งแบบตอนเดี่ยวเล่นระดับนั่งสบายเลื่อนตำแหน่งเพื่อหมอบได้แพ้จะสูง 180 ซม. ถังน้ำมัน ที่ถูกครอบเอาไว้ด้านใน มีบรรจุได้ 10 ลิตร ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ จากการทดสอบขี่ แบบซัดกระจายทำไปได้ที่ราว 36 กม./ลิตร  หากขับขี่ใช้งานทั่วไปน่าจะทำตัวเลขได้มากกว่านี้ แต่นอกจากไฟหน้าล้ำๆ แล้ว ไฟเลี้ยวยังเป็นไฟแบบฮาโลเจน ไม่มีชิลด์หน้าบังแมลงหรือบังเรือนไมล์ แต่มีอกไก่มาให้จากโรงงาน ดีไซน์แฟริ่งท้ายสปอร์ต ช่องลมขนาดเล็กไว้และที่ขาดไม่ได้ของตระกูลนี่คือสีสันที่เตะตาโดนใจแบบในรุ่นใหญ่

เจ้า MT-15 คันนี้ เครื่องยนต์ 155 ซีซี 1 สูบ พร้อมกับเกียร์ 6 สปีด มาพร้อมกับระบบวาล์วแปรผัน ซึ่งจะทำงาน ที่รอบเครื่อง 7,000 รอบ/นาทีขึ้นไป ทีความเร็ว ช่วงกลางถึงปลายได้ดีขึ้นกว่าเครื่องรุ่นเดิมที่เป็นแบบธรรมดาอย่างชัดเจน เป็นเพราะเจ้าระบบ VVA นี้เอง เป็นเน็กเก็ตที่มีแรงบิดสูงที่สุดในคลาส กับเครื่องยนต์ลูกนี้ให้พละกำลังที่ 19 แรงม้าที่ 8,900 รตน. แรงบิดสูงสุด 14.7 นิวตันเมตรที่ 7,000 รตน. ถ้าจะสรุปสั้นๆ ก็คงประมาณ ขี่สนุก คล่องตัว อัตราเร่งดี มีกำลังเหลือแซงในช่วงทำความเร็ว หมอบสนุก ช่วงล่างเลิศ ที่สำคัญอัตราสิ้นเปลือง ก็ถือว่าทำออกมาได้น่าพอใจ การเดินทางจากบางนา-นครนาครอยู่ที่ 37.7 กม./ลิตร ส่วนทั้งทริปอยู่ที่ 35 กม./ลิตร ไม่ถึง 75 สตางค์ต่อการเดินทาง 1 กิโลเมตร

สนับสนุนข้อมูลโดย : vrthairider

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

R1M จากค่าย YAMAHA โฉมใหม่ไสตล์เอเลี่ยน เท่ ดุดัน มาพร้อมระบบที่จัดเต็ม

R1M

เปิดตัวแบบไม่ทันตั้งตัว สำหรับการเปิดตัว Yamaha YZF-R1M และ YZF-R1 2020 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปลายปี 2015 หลังจากโฉมปัจจุบัน เป็นระยะเวลาเกือบ 5 ปี ถึงเวลาที่ต้องปรับหน้าตา และออฟชั่นให้มีความดุดัน ทันสมัยขึ้น สำหรับ Yamaha YZF-R1 ใหม่นั้น ได้รับการถ่ายทอด เทคโนโลยีมาจากรถแข่ง MotoGP หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในนาม Yamaha M1 จนคนบอก เป็นรถโมโตจีพีในรูปแบบรถโปรดักส์ชั่นไบค์ดีๆนี่เอง นอกจากนี้ มีความพิเศษคือ ได้นักแข่งสุดเก๋าของ Yamaha Factory มาช่วยพัฒนารถคันนี้อย่าง วาเลนติโน่ รอสซี่ ให้เป็นสุดยอดรถซุปเปอร์ไบค์คลาส 1,000 ซีซี อีกด้วย บาคาร่า สูตรบาคาร่า


Yamaha YZF-R1M ถือว่าเป็นเด็กใหม่ ของตระกูล R  Series ที่มีความเด่นในด้านของพละกำลัง และน้ำหนักตัว รวมไปถึง ส่วนประกอบของตัวรถ ด้วยน้ำหนักที่เบาขึ้น พร้อมกับการออกแบบแฟริ่ง, ผู้ขับขี่ แนบชิดไปกับตัวรถมากกว่าเดิม ด้วยถังน้ำมันใหม่สไตล์ YZR M1 และยังช่วย เรื่องแอโร่ไดนามิกส์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 5.3% รูปทรงแฟริ่งด้านหน้า ออกแบบใหม่หมด ชุดไฟหน้า LED ที่คล้ายกับ YZF R6, ช่องแรมแอร์ แบบเดียวกับ YZR-M1 เพิ่มความดุดัน ในส่วนของด้านหน้า, แฟริ่งปิดเฟรมด้านข้าง ผสานเป็นชิ้นเดียวกันมากขึ้น เพิ่มความสวยงาม และช่วยเรื่องการไหลของอากาศ

Yamaha YZF-R1M นั้น มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Crossplane ขนาด 998 ซีซี 4 ลูกสูบ 4 จังหวะ 16 วาล์วแบบ DOHC ที่เหนือกว่า YZF-R1 ตรงที่วัสดุบางส่วนของเครื่องยนต์ นั้นได้เลือกใช้วัสดุพิเศษอย่าง แม็กนีเซี่ยม ไม่ว่าจะเป็น อ่างน้ำมันเครื่อง ฝาสูบ และโดดเด่นด้วยลูกสูบที่ผลิตจากไทเทเนียม แข็งแรงทนทานและมีน้ำหนักเบา ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมติดตั้งระบบ QSS (Quickshift System) ที่สามารถเปลี่ยนเพิ่มลดเกียร์ได้อย่างอิสระ ระบบคลัทซ์มือแบบ Wet Multi plate มาพร้อมระบบ Slipper Clutch ป้องกันการสบัดของล้อหลังในจังหวะการลดเกียร์ที่กระทันหัน ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก 70.0 x 50.9 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 13.0 : 1 ส่งกำลังสุดท้ายด้วยระบบโซ่ ระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน  หน้าจอแสดงผลแบบ TFT ดิจิตอลเต็มรูปแบบให้ข้อมูลตัวรถ ที่ครบถ้วน และติดตั้งระบบ CCU (Communication Control Unit) ที่จะแจ้งเตือนความผิดพลาด และบันทึกการใช้งานของตัวรถ โดยสามารถบันทึกลง Smartphone ของเพื่อนๆ ได้อย่างง่ายดาย มีการปรับปรุงไส้ในใหม่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบหัวสูบใหม่, กระเดื่องกดวาล์ว, สปริงวาล์ว, เพลาลูกเบี้ยว, หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง และทางเดินอากาศ รวมถึงเซ็นเซอร์คันเร่งไฟฟ้า (APSG) แบบใหม่

R1M

ระบบกันสะเทือน Yamaha YZF-R1 ยังคงใช้ Kayaba ขนาด 43 มม. แต่ได้รับการปรับปรุง ระบบภายในใหม่ เสริมสมรรถนะให้ดีขึ้น ทั้งในแทร็ค และถนน ด้าน Yamaha YZF-R1M ใช้ช่วงล่างไฟฟ้ารุ่นใหม่ Ohlins Electronic Racing Suspension (ERS) NPX ที่มีระบบแรงดันแก๊ส อยู่ที่กระบอกโช๊คด้านล่าง เบรคคู่หน้า ใช้คาลิปเปอร์โมโนบล็อก 4 สูบ จับคู่กับจานเบรคขนาด 320 มม. และยังให้สายถักมาด้วย มาในครั้งนี้ ขอแสดงความดีใจ กับคนที่ชอบแต่งรถด้วย หูคาลิปเปอร์เปลี่ยนขนาดใหม่ เป็น 108 มม. จากรุ่นเดิมใช้ขนาด 130 มม. จะหาปั๊มเบรคใส่ทีแสนยาก ต้องเฉพาะรุ่นเท่านั้น

สนับสนุนข้อมูลโดย : motowish.com

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

RAPTOR 180 เนกเกทไบต์ตัวใหม่จากทางค่ายแบรนด์ไทย GPX

GPX RAPTOR 180 คือรถสไตล์ Sport Naked หล่อเท่ ดุดันโฉบเฉี่ยวในเวลาเดียวกัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Unstoppable สำหรับชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง” ใครที่ใช้รถ ใช้ถนนในเมืองใหญ่ ที่เต็มไปด้วยรถและการจราจรอันติดขัด บอกเลยว่าเจ้าเนกเกทรุ่นนี้ จะพาคุณลัดเลาะได้อย่างคล่องตัวทีเดียว อีกทั้งยังเป็นรถ Global Model ลิขสิทธิ์โดย GPX เฉกเช่นเดียวกับ POPz 125

เรียกได้ว่า เป็นรถมอเตอร์ไซค์อีกหนึ่งรุ่น ที่กำลังมาแรงเอามากๆ ในตอนนี้ หลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปก่อนหน้านี้ไม่นาน กับ GPX RAPTOR 180 รถคันใหม่ จากแบรนด์ของไทยแบรนด์นี้ ตอบโจทย์สําหรับคนที่ต้องการรถ สําหรับการใช้งานทั่วไป หรือใช้งานในเมือง ที่จราจรค่อนข้างติดขัด ให้สามารถเดินทางไปไหนมาไหน เน้นความคล่องตัวนั่นเอง

RAPTOR

เครื่องยนต์ 180.8 ซีซี 1 สูบ 4 จังหวะ SOHC คือพลังหลัก ของมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง ใช้หัวฉีด GPX-FI เคียงคู่เกียร์ 6 ระดับ คลัตช์แบบเปียก จำนวนหลายแผ่น ส่วนแบตเตอรี่มีขนาด 12V-7Ah และถังน้ำมันเชื้อเพลิง ความจุถึง 11.5 ลิตร ในขณะที่ไฟหน้าและท้าย เจิดจรัสด้วยสไตล์ LED

RAPTOR

ทางด้านหน้าตา เป็นรถในแนวสปอร์ตเนกเกต รูปร่างในการออกแบบเหมาะกับยุคสมัย เน้นเจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่น และวัยทํางานตอนต้นมากเป็นพิเศษ ด้วยงานดีไซน์ โฉบเฉี่ยว และสีสันที่เร้าใจ มาพร้อมกับระบบไฟ Full LED รอบคัน ไฟด้านหน้ามีการแยกไฟสูง และไฟตํ่า รวมไปถึงไฟท้ายแบบ LED ที่มีการออกแบบที่ลงตัว เข้ากันกับตัวรถเอามากๆ หน้าจอแสดงผล จะแสดงผลเป็นแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ แสดงผลข้อมูลต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ทั้งวัดรอบ,ตัวเลขความเร็ว, บอกตําแหน่งเกียร์, ระดับนํ้ามัน, และระยะทางที่วิ่งไปทั้งหมด ในขณะที่แฮนด์รถนั้นจะเป็นแบบแฮนด์บาร์ ยกสูงขึ้นมาระดับหนึ่ง เบาะนั่งจะเป็นแบบสองตอน ยกระดับ ท่อไอเสียเป็นแบบปลายยาวออกด้านหลัง ภาพโดยรวมของตัวรถ ค่อนข้างกระชับ เน้นความคล่องตัวเป็นพิเศษ บาคาร่า สูตรบาคาร่า

RAPTOR

The Unstoppable เน็กเก็ตสปอร์ตที่มีดีไซน์ และสีสันสุดจี๊ดจ๊าด ถูกใจวัยรุ่นถึง 4 สีสัน ได้แก่สีม่วง สีแดง สีขาว สีดำ ดีไซน์ของตัวรถสปอร์ต เฉียบคมไม่เหมือนใครในตลาด

ระบบไฟทั้งหมด ไม่ว่าจะไฟหน้า ไฟท้าย หรือไฟเลี้ยว ก็ใช้เป็นระบบ LED ทั้งหมด เบาะนั่งเป็นแบบสองตอน เล่นระดับสไตล์สปอร์ต มีอกไก่ติดตั้งมาให้จากโรงงาน ลวดลายกราฟฟิค เฉียบคมไม่เหมือนใคร แฟริ่งชิ้นข้างเป็นสติ๊กเกอร์เคฟล่าเงาพิเศษ ระบบเกียร์ 6 สปีด สจตาร์ทมือ รองรับน้ำมัน 91 และ 95 ความจุถังน้ำมัน 11.5 ลิตร วงล้อ 17 นิ้ว ไซส์ยาง 100 และ 130 ที่สำคัญยังได้ล้อแม็กสีแดงโดดเด่นเตะตาไม่ว่าจะเลือกรถสีใดก็ตาม

RAPTOR

สำหรับในการทดสอบขับขี่ GPX RAPTOR 180 นั้นพบว่า ตัวรถออกตัวได้ดีมากๆ เรียกได้ว่าบิดติดมือ ตามเอกลักษณ์ ของรถแบบสูบเดียว ที่มีพละกำลังเหลือเฟือ ในย่านความเร็วต้นถึงกลาง การคอนโทรลรถ ทำได้อย่างคล่องแคล่ว ด้วยความที่ตัวรถมีนํ้าหนักเบา และมีมิติที่กระชับ ทำให้เราสามารถมุดหรือซอกแซก ในการจราจรที่ติดขัดได้เป็นอย่างดี แม้ว่าเบาะถ้าดูจากสเปกจะค่อนข้างสูง โดยอยู่ที่ 820 มม. แต่ด้วยการออกแบบความกว้างของเบาะนั่ง ที่ไม่กว้างมากนัก และการออกแบบมุมของเบาะมาเป็นอย่างดี ทำให้เราสามารถเอาเท้าลงพื้น ได้อย่างมั่นใจ แฮนด์รถวางตำแหน่งไว้ค่อนข้างจะพอดี ช่วงล่างเซ็ทมาแบบกลางๆ ไม่แข็งหรือว่าอ่อนจนเกินไปนัก ซึ่งในส่วนของโช๊คหลังนี้ สามารถปรับความแข็ง-อ่อนตามความชอบได้ถึง 5 ระดับด้วยกัน สำหรับข้อสังเกตของรถคันนี้ก็คือ ตำแหน่งพักเท้าที่ถูกวางมาไว้ ค่อนข้างจะแตกต่างไปจากรถสปอร์ตเนกเกตทั่วๆ ไป ด้วยลักษณะการวางเท้า ที่ตั้งฉากกับพื้นถนน ไม่ได้เยื้องไปด้านหลัง ทำให้คนที่ขี่รถสปอร์ตเนกเกตมาตลอด อาจจะต้องปรับตัวกันสักเล็กน้อย ภาพรวมแล้ว ถือว่าเป็นรถที่ขี่ในเมืองได้สนุกคันหนึ่งเลยทีเดียว กับราคาค่าตัวที่เปิดมาเพียง 59,500 บาทเท่านั้น เทียบกับสิ่งที่ให้มา ก็ถือว่าคุ้มค่าเอามากๆ สำหรับคนที่กำลังมองหารถเนกเกทใหม่สุดเท่ เจ้าคันนี้ก็เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจได้ดี

สนับสนุนบทความโดย : motorival.com

ที่มา : pgslot , PG SLOT