Nissan Almera 2020 ปรับโฉมใหม่ หนึ่งในรถรุ่นสำคัญของ Nissan

Nissan Almera 2020 หรือ Nissan Versa 2020 ในสหรัฐฯ เริ่มวางจำหน่ายพร้อมประกาศราคาเริ่มต้นไม่ถูกเหมือนเคย ส่วนไทยคาดว่าช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้าน่าอาจมีความเคลื่อนไหวให้ได้รับทราบกัน

 

Nissan Almera หนึ่งในรถยนต์รุ่นสำคัญของ Nissan ประเทศไทย และยังเคยเป็นดาวเด่นกลุ่มอีโคคาร์ แม้ว่าตอนนี้กระแสจะเริ่มซาลงไปพอควรเพราะเป็นช่วงปลายอายุตลาดมาก ๆ เพราะ Nissan Almera 2020 โฉมใหม่ ได้เปิดตัวไปแล้วภายใต้ชื่อ Nissan Versa 2020 สำหรับทำตลาดอเมริกาเหนือ ที่งาน New York Auto Show 2019 ช่วงกลางเดือนเมษายน พร้อมวางขายก่อนในราคาที่ไม่ต่ำเหมือนเคย

Nissan Almera 2020
 

โดย NissanAlmera 2020 หรือ Nissan Versa 2020 ใหม่ ในอเมริกาเหนือ จะมีให้เลือก 3 เกรด ดังนี้

  • S       ราคา 14,730 ดอลลาร์ (4.53 แสนบาท)
  • SV     ราคา 17,640 ดอลลาร์ (5.42 แสนบาท)
  • SR     ราคา 18,240 ดอลลาร์ (5.60 แสนบาท)

ซึ่ง NissanAlmera 2020 โฉมใหม่ มีราคาเริ่มต้น (รุ่นพื้นฐานเกียร์ธรรมดา) แพงขึ้นกว่าโฉมก่อนราว 2,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 60,000 บาท) ถือว่าไม่น้อย เพราะเดิมทีเงินจำนวนเฉียด 15,000 ดอลลาร์ ต้องได้รุ่น S Plus เกียร์ XTRONIC CVT แล้ว

Nissan Almera 2020

Toyota Yaris Sedan 2019

 

หากเทียบกับตัวเลือกอื่น NissanAlmera 2020 มีราคาเริ่มต้นขยับขึ้นมาจนเกือบเท่า Honda Jazz 2019 ซึ่งสตาร์ตที่ 16,190 ดอลลาร์ (4.97 แสนบาท) ส่วน Toyota Yaris 2019 ตัวถังซีดาน (Mazda 2 ติดโลโก้ Toyota) ราคาเริ่ม 15,600 ดอลลาร์ (4.79 แสนบาท)

Nissan Almera 2020
 

เพียงแต่ Honda Jazz (Fit) 2019 และ Toyota Yaris 2019 สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ ต่างใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาดความจุ 1.5 ลิตร ส่วน NissanAlmera 2020 โฉมใหม่ ยังเลือกใช้ ขนาด 1.6 ลิตร 122 แรงม้า และแรงบิด 154 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ XTRONIC CVT ที่ Nissan จดสิทธิบัตรไว้

Nissan Almera 2020
 
Nissan Almera 2020
 
Nissan Almera 2020
 

อย่างไรก็ตาม NissanAlmera 2020 โฉมใหม่ เกรดพื้นฐานสุด มีการติดตั้งระบบหลีกเลี่ยงการชนด้านหน้า, ระบบแจ้งเตือนออกนอกช่องทางจราจร, ระบบลดไฟสูงอัตโนมัติ และระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานนอกเหนือจากรายการอื่น ๆ เช่น ถุงลมนิรภัยรอบคัน อันนี้เหนือกว่าไทยเรามานานแล้ว

Nissan Almera 2020
 

สำหรับ NissanAlmera 2020 โฉมใหม่ ในไทยแม้ดูจะเงียบ ๆ จนน่ากังวล แต่หากใครที่ติดตามการรายงานของสื่อต่างประเทศอยู่บ่อย ๆ อาจผ่านตาว่าโรงงานประกอบ Nissan ในอาเซียนอย่างที่มาเลเซีย (Edaran Tan Chong Motor หรือ ETCM) มีการกล่าวถึง NissanAlmera 2020 โฉมใหม่ จะเปิดตัวในมาเลเซียปี 2020 ตามหลังไทยราว 6 เดือน

Nissan Almera 2020
 

นั่นหมายความว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ NissanAlmera 2020 โฉมใหม่ คงมีกำหนดเปิดตัวในไทยช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า อาจเป็นงานสำคัญใดสักงานก็ได้ เพราะคงมีหลายประเทศในอาเซียนต่อคิวที่จะเปิดตัวตามด้วยเช่นกัน และถ้าหากมองกันแค่ชื่อ NissanAlmera 2020 โฉมใหม่ (ไม่นับ Versa แม้ความจริงแล้วคือรุ่นเดียวกัน) อาจยังคงเลือกไทยเปิดตัวเป็นแห่งแรกเช่นเคย

ฟอร์ด เรนเจอร์ 2019 เหมาะกับชาวไร่ ชาวสวน ราคาเริ่ม 5.59 แสนบาท

ฟอร์ด เรนเจอร์ 2019 (Ford Ranger 2019) เพิ่มรุ่นย่อย XL ใหม่ 4 รุ่น ราคา 5.59-6.89 แสนบาท เจาะกลุ่มชาวไร่ ชาวสวน พร้อมลุยงานหนัก ทนทานทุกงานเกษตร

ford ranger 2019
 

ฟอร์ด เรนเจอร์ 2019 เจ้าของนิยาม “เกิดมาแกร่ง” ส่งรุ่นย่อย XL ใหม่ 4 รุ่น บุกตลาดเพื่อการเกษตร สื่อสารแบบยิงตรงไปยังกลุ่มเป้าหมาย ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ที่ต้องการมีรถกระบะเพื่อเอาไว้ใช้งานจริง ๆ โดยไม่สนการตกแต่งฟุ่มเฟือยนอกเรื่อง มีให้เลือกครบทุกแบบตัวถัง ทั้ง 2 ประตู สแตนดาร์ด แค็บ (ซิงเกิล แค็บ), 2 ประตู โอเพ่น แค็บ และ 4 ประตู ดับเบิล แค็บ ราคาเริ่มต้น 5.59-6.89 แสนบาท

นับว่าเป็นการเปิดเกมบุกตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ของ Ford Ranger 2019 ที่ตรงประเด็นมาก ระบุกลุ่มลูกค้าชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่อ้อมค้อม เหมือนตัวสินค้าเองที่ไม่ซับซ้อน เน้นการใช้งานและราคา ด้วย 4 รุ่นย่อยใหม่ ไร้การตกแต่งประดับประดา ประหยัดอุปกรณ์ให้เลือก ได้แก่

  • Ford Ranger 2019 สแตนดาร์ด แค็บ 2.2L XL เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ราคา 559,000 บาท

รุ่นพื้นฐานสุด ตัวถัง 2 ประตู ซิงเกิล แค็บ หรือกระบะตอนเดียวสำหรับงานเกษตรทั่วไป เน้นการบรรทุกผลิตผลในปริมาณมาก ด้วยความกว้างส่วนกระบะ 1,560 มม. ยาว 2,317 มม. ความลึกจากขอบกระบะถึงพื้น 511 มม. (ปริมาตรความจุของกระบะท้ายพอดีขอบกระบะ อยู่ที่ 1,800 ลิตร)

  • Ford Ranger 2019 สแตนดาร์ด แค็บ 2.2L XL 4X4 เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ราคา 649,000 บาท
ford ranger 2019
 

เพิ่มเติมในส่วนของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ยกสูง เหมาะสำหรับงานหนักเป็นพิเศษ ทั้งการลากจูง บรรทุก หรือต้องวิ่งเข้าไร่ สวน ที่เส้นทางสมบุกสมบัน ซึ่งมีการติดตั้งเฟืองท้ายลิมิเต็ด สลิป แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

  • Ford Ranger 2019 โอเพ่น แค็บ XL 2.2L เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ราคา 599,000 บาท
ford ranger 2019
 

เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานเล็กน้อยในส่วนของพื้นที่ห้องโดยสารและบานแค็บเปิดได้ กระจกไฟฟ้าแบบ One-Touch ด้านคนขับ แต่ต้องแลกกับพื้นที่บรรทุกของกระบะท้ายสั้นลงกว่ารุ่น สแตนดาร์ด แค็บ จากยาว 2,317 มม. เหลือ 1,847 มม. ปริมาตรความจุกระบะลดลง (พอดีขอบกระบะ) ที่ 1,420 ลิตร

  • Ford Ranger 2019 ดับเบิล แค็บ XL 2.2L เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ราคา 689,000 บาท
ford ranger 2019
 

แบบตัวถัง 4 ประตู สำหรับงานบรรทุกและเป็นรถนั่งโดยสารได้ในคันเดียว กระจกด้านคนขับติดตั้งระบบ Jam Protection รวมไปถึงจุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก (ISOFIX) ซึ่งแน่นอนว่าพื้นที่บรรทุกของตัวถังดับเบิล แค็บ จะมีความยาวน้อยสุดที่ 1,549 มม. ปริมาตรความจุ (ถึงขอบกระบะ) เหลือเพียง 1,180 ลิตร เพื่อแลกกับเบาะโดยสารแถวสอง เหมาะเป็นรถใช้งานในชีวิตประจำวันได้

ทั้งนี้ Ford Ranger 2019 ทั้ง 4 รุ่นย่อยใหม่ จะใช้เครื่องยนต์ดีเซล (ที่คงไม่ต้องระบุว่าเป็นคอมมอนเรล เทอร์โบ อีกแล้วในยุคนี้) ขนาดความจุ 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร ซึ่งมีเฉพาะเกียร์ธรรมดาเท่านั้น

สำหรับสีตัวถัง Ford Ranger 2019 ทั้ง 4 รุ่นย่อย จะมีสีเบสิกยืนพื้น ได้แก่

  • สีขาว Artic White
  • สีดำ Absolute Black
  • สีเงิน Aluminum Metallic

ส่วน Ford Ranger 2019 ดับเบิ้ล แค็บ XL 2.2L จะมีสีให้เลือกเพิ่มอีก 2 สี คือ สีแดง True Red และสีน้ำเงิน Lightning Blue

อันที่จริงแล้วจะเป็นรถกระบะเพื่อการเกษตรหรือไม่ เห็นจะเป็นเรื่องกิมมิกนักการตลาดมากกว่า แต่ที่แน่ ๆ เป็นการขยายไลน์สินค้าของ Ford Ranger 2019 ลงไปสู้กับ Toyota Hilux Revo และ Isuzu D-Max ที่เล่นตลาดนี้อยู่ก่อนแล้ว แค่ขายกันกว้าง ๆ ไม่ได้เคลมลงไปว่าเพื่อใครโดยเฉพาะเจาะจง

ford ranger 2019
 

แต่จุดเด่นของ Ford Ranger 2019 ทั้ง 4 รุ่นย่อยใหม่ จะอยู่ที่ตัวเลขพละกำลังเด่นกว่าในจำนวนเงินที่ใกล้เคียง ยิ่งถ้าใครชอบดีไซน์ของ Ford Ranger 2019 อยู่แล้วคงเข้าท่าเข้าทาง แต่เรื่องครองใจเกษตรกรได้หรือไม่ คงต้องดูเรื่องความสบายใจในการใช้งานจริงร่วมด้วย ซึ่งประเด็นนี้ เจ้าตลาดทั้ง 2 ราย ที่อยู่มาได้นาน แถมอยู่อย่างแข็งแกร่งด้วย ย่อมมีเหตุผลชัดเจน

หากมองในแง่ดีการเกิดการแข่งขันถือว่าเป็นโอกาสของผู้บริโภคที่มีทางเลือกมากขึ้น (เลือกหรือไม่เป็นอีกเรื่อง) ประเด็นนี้ก็ต้องยกให้กับความกล้าคิดและกล้าพยายามของ Ford รวมถึงอีกหลาย ๆ แบรนด์ ล่าสุดเห็นจะเป็น MG Extender 2019 เพราะคงไม่มีอะไรที่จะดำเนินไปตามกรอบได้ทั้งหมด แม้ว่ากรอบนั้นจะดูปลอดภัยแค่ไหน ย่อมต้องมีลูกค้าประเภทที่คิดแบบ “เด็กแนว” เบื่อความจำเจ อยากลอง อยากค้นหาสิ่งใหม่ที่เป็นตัวเองกันบ้างอยู่แล้ว…จริงไหม

มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2019

มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2019 ใหม่ (New Mitsubishi Mirage Limited Edition 2019) รุ่นตกแต่งสปอร์ตของ มิตซูบิชิ มิราจ 2019 ราคาเริ่มต้น 520,000 บาท ถูกกว่ารุ่นปี 2018 เกือบครึ่งแสน แต่อย่างอื่นก็ลดตามไปด้วย

 

มิตซูบิชิมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2019 ใหม่เปิดตัว แทนรุ่นปี 2018 ด้วยราคาเริ่มต้นต่ำลงไปอีก 44,000 บาท ซึ่งดีไซน์และการตกแต่งอาจไม่ใช่ประเด็น เพราะการเปลี่ยนแปลงน้อย แต่จุดน่าสนใจคือ “ราคา” ต่ำลงมาก อาจเพื่อจับลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ต่างไปจากเดิม และแน่นอนไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ โดยไม่มีเหตุมีผล

มิตซูบิชิมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2019 ใหม่ “ถูกลง” เพราะเปลี่ยนรุ่นย่อยที่นำมาตกแต่ง

จากเดิม มิตซูบิชิมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2018 ที่ตั้งราคาเริ่มต้นไว้ 564,000 บาท (สีแดง/หลังคาดำ) และ 571,000 (สีขาวมุก/หลังคาดำ) จะเป็นการนำ มิตซูบิชิมิราจ 2018 รุ่นย่อย GLS เกียร์ CVT มาตกแต่ง ส่วน มิตซูบิชิมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2019 เปลี่ยนเอารุ่นย่อย GLX เกียร์ CVT ราคา 501,000 บาท ซึ่งเป็นรุ่นย่อยต่ำกว่า GLS มาตกแต่งแทน

มิตซูบิชิมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2019 ใหม่ มีอะไรหายไปจากรุ่นปี 2018

นอกจากราคาลดลงไป 44,000 บาท แล้ว อุปกรณ์สำคัญที่หายไปใน มิตซูบิชิมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2019 เมื่อเทียบกับรุ่นปี 2018 ก็คงต้องอ้างอิงตาม มิตซูบิชิมิราจ รุ่นย่อย GLX ที่โดยพื้นฐานแล้วอุปกรณ์ย่อมเป็นรองรุ่นย่อย GLS เช่น

  • ไฟหน้าโปรเจกเตอร์กลายเป็นแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์
  • ไม่มีไฟตัดหมอกคู่หน้า
  • ไม่มีระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยเบรก
  • ไม่มีระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

ซึ่งถ้าไม่สนใจรายการอุปกรณ์ที่กล่าวมานี้ แค่ต้องการลุค Sporty แบบ มิตซูบิชิมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2018 ในรุ่นใหม่ปี 2019 ที่ราคาแพงกว่า มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นย่อย GLX เกียร์ CVT (ไม่แต่งสปอร์ต) เพียง 19,000 บาท ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2019 ใหม่ ให้อุปกรณ์ตกแต่งมากกว่า GLX เกียร์ CVT

โดยปกติ มิตซูบิชิมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น จะเน้นการตกแต่งด้วยลุคที่สปอร์ตขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งรุ่นปี 2019 ไม่ได้ต่างจากรุ่นปี 2018 นัก (มีบ้างแต่น้อยจุด) ดังนั้น การตัดสินใจน่าจะเป็นการเปรียบกับ มิตซูบิชิ มิราจ รุ่น GLX เกียร์ CVT ว่าได้อะไรเพิ่มมาบ้างกับส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น 19,000 บาท

ภายนอก

  • หลังคาพ่นสีดำ (และไม่พ่นเสาหลังคาด้านข้างแบบรุ่นปี 2018)
  • กระจกมองข้างสีดำ
  • เสาประตูสีดำ
  • สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกสีเดียวกับหลังคา
  • ปลายท่อไอเสียโครเมียม
  • ล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว ลายเดียวกับรุ่นปี 2018
mitsubishi mirage 2019
 
mitsubishi mirage 2019
 

ภายใน

  • เบาะผ้าสีแดง-ดำ เดินด้ายแดง พร้อมที่พักแขนฝั่งคนขับ
  • หัวเกียร์หุ้มหนัง
  • พวงมาลัยหุ้มหนังและตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ เปียโนแบล็กและโครเมียม
mitsubishi mirage 2019
 
mitsubishi mirage 2019
 

มิตซูบิชิมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2019 ใหม่ มีให้เลือก 2 คู่สี

จุดนี้ มิตซูบิชิมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2019 ใหม่ ไม่แตกต่างจากรุ่นปี 2018 ยังคงมีให้เลือกเพียง 2 คู่สี ได้แก่

  • สีแดง (Red Metallic)/ หลังคาดำ          ราคา 520,000 บาท
mitsubishi mirage 2019
 
  • สีขาวมุก (White Pearl)/ หลังคาดำ       ราคา 527,000 บาท
mitsubishi mirage 2019
 

ส่วนขุมพลังไม่มีการเปลี่ยนแปลง มิตซูบิชิมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2019 ใหม่ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 3 สูบ MIVEC 12 วาล์ว ขนาด 1.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 100 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร (EcoSticker)

มิตซูบิชิมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2019 ใหม่ กับทางเลือกอื่นในราคาใกล้กัน

  • Toyota Yaris รุ่นย่อย J                                    ราคา 539,000 บาท
  • Mazda 2 รุ่นย่อย 1.3 Sports Standard            ราคา 530,000 บาท
  • Nissan March รุ่นย่อย 1.2 EL CVT                 ราคา 526,000 บาท
  • MG3 รุ่นย่อย C                                               ราคา 519,000 บาท
  • Honda Brio รุ่นย่อย V CVT                             ราคา 495,000 บาท

ถ้าให้สรุปสั้น ๆ ก็คือ มิตซูบิชิมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2019 ใหม่ เน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสปอร์ตด้วยการตกแต่ง ไม่สนอุปกรณ์ความปลอดภัยมากนักหากต้องจ่ายแพงขึ้น ด้วยการเปลี่ยนรุ่นย่อยที่นำมาตกแต่งเป็นรุ่นพื้นฐานสุด อย่าง GLX แทน GLS เท่านั้น จึงเป็นที่มาของราคายั่วตายั่วใจมากกว่ารุ่นปี 2018 เนื้อเรื่องทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้

Peugeot 3008 และ 5008 ใหม่ ขับรถยุโรปได้ในคาราเบา

Peugeot 3008 ราคา 1,549,000 บาท และ Peugeot 5008 ราคา 1,749,000 บาท รถ SUV ทางเลือกใหม่จากฝรั่งเศส โดยตัวแทนจำหน่ายใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมประกบ Honda CR-V กับ MINI Countryman

Peugeot 3008 2019
 
Peugeot 3008 2019
 

อยากขับรถ SUV พรีเมียมจากยุโรปในงบต่ำกว่า 2 ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องยากในยุคนี้ เพราะล่าสุดนอกจาก MINI Countryman Cooper S Entry 2019 รวม MSI STANDARD จะหาซื้อได้ในงบดังกล่าวแล้ว ค่ายรถฝรั่งเศสอย่าง Peugeot โดยตัวแทนจำหน่ายใหม่ ยังมีรถ SUV เปิดตัวมาให้เลือกอีก 2 รุ่น นั่นคือ Peugeot 3008 และ Peugeot 5008 ใหม่ ด้วยราคาสูสีกับ Honda CR-V 2019 ทำให้งานนี้อาจเกิดอาการรักพี่เสียดายน้อง

Peugeot 3008 และ Peugeot 5008 อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากลองขยับไปหารถ SUV ยุโรประดับ Entry Level ซึ่งส่วนใหญ่ราคาเริ่มต้นมักอยู่ราว 2 ล้านบาท แต่ Peugeot 3008 และ Peugeot 5008 ทำได้ต่ำกว่า ภายใต้ตัวแทนจำหน่ายใหม่ บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ที่แต่งตั้งโดย PSA Group (เครือ Peugeot) อย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562

Peugeot 3008 2019
 

ซึ่งบริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด คือบริษัทลูกของกลุ่ม บริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด หรือ MGC-ASIA ที่เป็นผู้ถือสิทธิ์ในการจำหน่าย Rolls-Royce, Aston Martin และ Maserati ในประเทศไทยตอนนี้ แล้วจะยิ่งร้องอ๋อหากบอกว่า กลุ่ม MGC-ASIA เป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายรถยนต์ทั้ง BMW, MINI และ Honda อย่างเป็นทางการด้วย

นั่นหมายความว่า Peugeot 3008 และ Peugeot 5008 ใหม่ เป็นรถที่มีอนาคตน่าวางใจได้ในระดับหนึ่ง ส่วนดีไซน์ภายนอกนั้น Peugeot ทั้ง 2 รุ่น จะเน้นความเยอะของงานออกแบบ ทั้งพื้นผิวตัวถังและรายละเอียดปลีกย่อยจนห่างไกลจากคำว่ามินิมอลอยู่พอสมควร

ทั้งนี้ความแตกต่างระหว่าง Peugeot 3008 และ Peugeot 5008 จะปรากฏให้เห็นตั้งแต่ประตูบานหลังเป็นต้นไป เพราะ Peugeot 5008 จะเป็นรถ SUV แบบ 7 ที่นั่ง มีฐานล้อ (2,840 มม.) และช่วงตัวรถ (4,670 มม.) ยาวกว่า Peugeot 3008 ซึ่งกำหนดให้เป็น 5 ที่นั่ง (ฐานล้อยาว 2,730 มม. และความยาวรถ 4,510 มม.) แต่ทั้งคู่ใช้พื้นฐานร่วมกัน

Peugeot 3008 2019
 
Peugeot 3008 2019
 

ส่วนภายในห้องโดยสารของ Peugeot 3008 และ Peugeot 5008 ถือเป็นไฮไลต์ที่แตกต่างไปจาก Honda CR-V ตรงที่ความหวือหวา กล้าหาญ งานออกแบบค่อนข้างเรียกร้องความสนใจตามสไตล์รถฝรั่งเศส ตั้งแต่มาตรวัดดิจิทัลทรงรีวางโดดออกมาบนแผงหน้าปัดเล่นระดับแบ่งเป็นเลเยอร์ คอนโซลกลาง C-Shaped โอบล้อมผู้ขับขี่พร้อมแป้นสวิตช์แบบคีย์บอร์ด Trim ตกแต่งห้องโดยสารคล้ายผ้ากระสอบให้สัมผัสนุ่ม เป็นอะไรที่ชิคมากและไม่ดาษดื่น

Peugeot 5008 2019
 

นอกจากนี้ Peugeot 5008 จะอเนกประสงค์กว่า Peugeot3008 ด้วยเบาะนั่งแถว 3 รองรับผู้โดยสารยามจำเป็นได้เพิ่มอีก 2 ที่นั่ง (เรียกว่าเป็น 5+2 ที่นั่ง เหมาะกว่าจะเป็น 7 ที่นั่ง เต็มรูปแบบ) ตัวเบาะค่อนข้างบางและมองแล้วไม่เนียนตานัก รู้สึกถึงความเป็นเบาะเสริมชัดเจน

Peugeot 5008 2019
 

เพราะด้วยช่องว่างรวมถึงกลไกของเบาะถูกดีไซน์ให้พับเก็บลงใต้พื้นได้หรือยกถอดออกทั้งตัวก็ได้เมื่อไม่ใช้งาน จะดูเรียบร้อยต่อเมื่อพับราบ ซึ่งพับลงทั้งหมดจะได้พื้นที่สำหรับสัมภาระขนาดใหญ่มากได้ ติดอยู่นิดเดียวตรงเบาะแถว 2 ยังต้องพับเก็บ 2 จังหวะ น่าจะเป็น One Touch มาด้วยเลย

Peugeot 5008 2019
 

สำหรับขุมพลัง ทั้ง Peugeot3008 และ Peugeot 5008 มาในแบบดาวน์ไซซ์ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร ทวินสกรอลล์เทอร์โบ แรงดันสูง ให้กำลังสูงสุด 167 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำเพียง 1,400 รอบ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า

Peugeot 3008 2019
 

Peugeot3008 และ Peugeot5008 จะมีให้เลือก 2 ระดับการตกแต่ง ดังนี้

  • Peugeot3008 Active              ราคา 1,549,000 บาท
  • Peugeot3008 Allure               ราคา 1,699,000 บาท
  • Peugeot5008 Active              ราคา 1,749,000 บาท
  • Peugeot5008 Allure               ราคา 1,899,000 บาท

โดยความต่างของรุ่นย่อย Active กับ Allure หลัก ๆ จะอยู่ที่อุปกรณ์ (ราคาต่างกัน 150,000 บาท) เช่น

  • ระบบส่องสว่างแบบ LED
  • หลังคากระจก
  • ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิด อัตโนมัติ
  • ระบบนำทาง
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน
  • ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน
  • ระบบกะระยะด้านหน้า
Peugeot 3008 2019
 
Peugeot 3008 2019
 

อย่างไรก็ตามหากไม่มีความจำเป็นต้องใช้เบาะแถว 3 หรือพื้นที่ส่วนสัมภาระมากมายนัก เน้นใช้งานในเมือง Peugeot3008 ก็จะถูกกว่า 5008 อยู่ถึง 200,000 บาท แต่ราคาเริ่มต้นของ Peugeot3008 ก็ยังแพงกว่าราคาเริ่มต้น Honda CR-V รุ่น 5 ที่นั่ง ถึง 190,000 บาท อยู่ดี

Peugeot 5008 2019
 

แต่หากจำเป็นต้องมีเบาะ 3 แถว Peugeot5008 Active จะแพงกว่า Honda CR-V 2.4 E รุ่น 7 ที่นั่ง ถึง 340,000 บาท หรือถ้ามองไปยังตัวเลือกที่สูงขึ้นไปหน่อยอย่าง MINI Countryman Cooper S Entry แน่นอนว่าทั้ง Peugeot3008 และ 5008 ราคาถูกกว่าราว 60,000-410,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือก แต่ MINI มีคาแรกเตอร์ ภาพลักษณ์ทางสังคม เหนือชัดกว่าเช่นกัน

ดังนั้นการตัดสินใจเลือก Peugeot3008 และ Peugeot 5008 จึงเป็นอะไรที่ยาก เหมือนอยู่ในจุดที่ชวนให้ลังเล สามารถลงไปหาเซฟโซนอย่าง Honda CR-V หรือขยับขึ้นไปหาความเก๋ชิคของ MINI เลยก็ได้ สุดท้ายแล้วกลุ่มลูกค้าคาดหวังจริง ๆ ของ Peugeot เป็นคนกลุ่มไหนและมากพอไหม…อันนี้น่าคิด

Toyota Sienta 2019 เปลี่ยนหน้าใหม่ อุปกรณ์ใหม่

Toyota Sienta 2019 (โตโยต้า เซียนต้า 2019) อัปเดตหน้าใหม่ เพิ่มอุปกรณ์ และปรับราคา รุ่นย่อย G ราคา 7.65 แสนบาท รุ่นย่อย V ราคา 8.75 แสนบาท ซึ่งจุดขายสำคัญ ยังคงเป็นประตูสไลด์ไฟฟ้า รายเดียวในงบต่ำกว่าล้าน

Toyota Sienta รถ MPV ขนาดเล็ก 7 ที่นั่ง รุ่นเดียวในไทย ที่มาพร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ด้าน และยังมีวางจำหน่าย ในตอนนี้ ได้อัปเดตหน้าใหม่ ใส่อุปกรณ์เพิ่ม สำหรับรุ่นปี 2019 หลังจากทำตลาด มานานถึง 3 ปี ซึ่งปัจจุบัน ต้องรับมือกับ Mitsubishi Xpander 2018 รุ่นน้องที่สดใหม่ แถมใหญ่กว่า ในระดับเพดานราคาใกล้กัน ขณะที่ งบต่ำกว่านั้นก็ยังมี Suzuki Ertiga 2019 ให้อยู่ยากขึ้นไปอีก

Toyota Sienta 2019
 

ทั้งนี้ Toyota Sienta 2019 ใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงภายนอก ที่ต่างไปจากรุ่นปี 2018 น้อยมาก หลัก ๆ ก็เห็นจะเป็น แค่ชุดกันชน ที่รวมกระจังหน้า ส่วนภายในเบาะคู่หน้าสุด เพิ่มที่พักแขน รุ่นย่อย V หุ้มหนังสีดำ เดินตะเข็บสีส้ม และรุ่นย่อย G ได้ผ้าลายใหม่ รวมถึงวิทยุ DVD หน้าจอสัมผัส ขนาด 6.8 นิ้ว เหมือนรุ่นย่อย V (เดิมรุ่นย่อย G เป็นเครื่องเล่น CD ธรรมดา) ขณะที่ล้ออัลลอยทั้ง 2 รุ่นย่อย ยังเลือกใช้ลายเดิม

Toyota Sienta 2019
 
Toyota Sienta 2019
 
Toyota Sienta 2019
 

นั่นอาจเป็นเพราะ ToyotaSienta 2019 ใหม่ เน้นปรับเพิ่มอุปกรณ์ให้มากขึ้น ดังนี้

  • จอ LED ติดเพดาน ขนาด 8 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง (เฉพาะรุ่นย่อย V)
  • กล้องมองภาพ รอบทิศทาง (เฉพาะรุ่นย่อย V)
  • กล้องบันทึกภาพ (เฉพาะรุ่นย่อย V)
  • ปลอกหุ้ม ท่อไอเสียโครเมียม (เฉพาะรุ่นย่อย V)
  • กล้องมองหลัง (เฉพาะรุ่นย่อย G)
Toyota Sienta 2019
 

ส่วนสีตัวถังสำหรับ ToyotaSienta 2019 ใหม่ ส่งสีเขียวอมเหลือง Citrus Mica Metallic มาแทนสีส้ม Orange Metallic ที่ถูกตัดออก และแย่หน่อยตรง รุ่นย่อย V จะมีให้สีนี้ให้เลือกแค่สีเดียว หากอยากได้สีเบสิก พื้น ๆ อย่าง สีดำ Attitude Black Mica, สีเงิน Silver Metallic และสีขาว Super White II จะต้องขยับไปหารุ่นย่อย G ที่แพงกว่าสถานเดียวหรือไม่ก็ต้องเปลี่ยนยี่ห้อไปเลย

Toyota Sienta 2019

 

สีเขียวอมเหลือง Citrus Mica Metallic

 
Toyota Sienta 2019

 

สีดำ Attitude Black Mica

 
Toyota Sienta 2019

 

สีขาว Super White II

 

ชั่วโมงนี้หากไม่ได้รักชอบดีไซน์ของ ToyotaSienta 2019 หรือการใช้งาน ประตูสไลด์ไฟฟ้าเป็นพิเศษ Mitsubishi Xpander 2018 ค่อนข้างสดใหม่กว่า และมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ในราคาพอ ๆ กัน แต่ถ้าใครตั้งงบ ไว้ต่ำกว่า 7 แสนบาท Suzuki Ertiga 2019 ขอปาดเรียบ เพราะราคาใกล้ Toyota Avanza 2019 ที่ใหม่แค่หน้าเท่านั้น

เตรียมปรับปรุง บิ๊กไบค์ BMW รุ่นปี 2020 พร้อมกันยกเซท

BMW Motorrad ประกาศปรับปรุง มอเตอร์ไซค์ / บิ๊กไบค์ BMW รุ่นปี 2020 ใหม่ ในทุกกลุ่ม ตั้งแต่รุ่นเล็กระดับ Entry Level ไปจนถึงรุ่นใหญ่แบบทีเดียวพร้อมกันยกเซต เริ่มเปิดรับจองเดือนสิงหาคม

BMW Motorrad ประกาศอัปเดต มอเตอร์ไซค์, บิ๊กไบค์ BMW ปรับปรุงใหม่ สำหรับรุ่นปี 2020 พร้อมกันทุกกลุ่มแบบยกเซต ครอบคลุมตั้งแต่รุ่นเล็กระดับ Entry Level ไปจนถึงบิ๊กไบค์รุ่นใหญ่ตัวท็อป ทั้งนี้มอเตอร์ไซค์/บิ๊กไบค์ BMW รุ่นปี 2020 ที่จะมีการปรับปรุง เราเลือกคัดมาเฉพาะที่ BMW Motorrad ประเทศไทย มีจำหน่ายอยู่แล้วในปัจจุบันและคาดว่าจะมีการทยอยอัปเดตด้วยเช่นกัน ส่วนจะปรับปรุงกี่รุ่น จุดไหน มากน้อยอย่างไร เช็กได้เลย

มอเตอร์ไซค์/บิ๊กไบค์ BMW กลุ่ม Roadster ปรับปรุง 2 รุ่น
 
1. BMW G 310 R รุ่นปี 2020
BMW Motorrad
 
BMW Motorrad
 
  • สีใหม่ ดำ คอสมิก แบล็ก 2 (เปลี่ยนสีคาด, บังโคลนหน้า, ปรับแฟริ่งข้างใหม่, แฟริ่งท้ายเปลี่ยนเป็นสีดำ (BMW G 310 R รุ่นปี 2019 สีขาว)
  • ยกเลิกสีดำ คอสมิก แบล็ก (1)

ราคา BMW G 310 R รุ่นปี 2019 (ปัจจุบัน) : 209,000 บาท

2. BMW S 1000 R รุ่นปี 2020

BMW Motorrad
 
BMW Motorrad
 
  • สีใหม่ น้ำเงิน ซาน มาริโน บลู เมทัลลิก
  • ยกเลิกชุดสี แดง เรซซิ่ง เรด/ดำ แบล็ก สตรอม เมทัลลิก

ราคา BMW S 1000 R รุ่นปี 2019 (ปัจจุบัน) : 675,000 บาท

บิ๊กไบค์ BMW กลุ่ม Sport ปรับปรุง 1 รุ่น
 
BMW S 1000 RR รุ่นปี 2020
BMW Motorrad
 
BMW Motorrad
 
  • สีใหม่ เงิน ฮอคเคนไฮม์ เมทัลลิก
  • เพิ่มแพ็กเกจตกแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Package) ประกอบด้วย บังโคลนล้อหน้า-หลัง, ชุดแฟริ่งข้างด้านบน, บังโซ่และบังสเตอร์

ราคา BMW S 1000 RR รุ่นปี 2019 (ปัจจุบัน) : 840,000 บาท

บิ๊กไบค์ BMW กลุ่ม Heritage ทุกโมเดล
 
BMW R nineT รุ่นปี 2020 (ทุกโมเดล)
BMW Motorrad

BMW R nine T

 
  • ติดตั้ง ASC (Automatic Stability Control) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน (เดิมเป็นออปชั่น) ป้องกันอาการการสลิปของล้ออันเกิดจากแรงบิดขณะวิ่งบนพื้นผิวที่ลื่น เช่น ถนนเปียก โดยระบบดังกล่าวสามารถเปิด-ปิด การทำงานได้

ราคา BMW R nine T รุ่นปี 2019 (ปัจจุบัน) : 880,000-1,110,000 บาท

มอเตอร์ไซค์/บิ๊กไบค์ BMW กลุ่ม Adventure ปรับปรุง 4 รุ่น
 
1. BMW G 310 GS รุ่นปี 2020
BMW Motorrad
 
BMW Motorrad
 
  • ชุดสีใหม่ น้ำเงิน สตราโต บลู เมทัลลิก
  • ยกเลิกชุดสี เรซซิ่ง เรด

ราคา BMW G 310 GS รุ่นปี 2019 (ปัจจุบัน) : 229,000 บาท

2. BMW F 750 GS / F 850 GS / F 850 GS Adventure รุ่นปี 2020

BMW Motorrad

BMW F 750 GS Exclusive Style

 
BMW Motorrad

BMW F 850 GS Exclusive Style

 
BMW Motorrad

BMW F 850 GS Rallye Style

 
  • ปรับราคาออปชั่นลง 15 เปอร์เซ็นต์ 4 รายการ ได้แก่ Dynamic ESA, Riding modes Pro, Comfort package และ Dynamic package
  • ระบุสไตล์การตกแต่ง Rallye และ Exclusive ลงบนชุดสี

ราคา BMW F 750 GS / F 850 GS / F 850 GS Adventure รุ่นปี 2019 (ปัจจุบัน) : 499,000/575,000/675,000 บาท

บิ๊กไบค์ BMW กลุ่ม Tour ปรับปรุง 4 รุ่น
 
1. BMW K 1600 GT รุ่นปี 2020
BMW Motorrad
 
BMW Motorrad
 
  • สีใหม่ น้ำเงิน 719 บลู แพลนเน็ต/ไอวอรี่ (ออปชั่น)
  • สีใหม่ น้ำตาล 719 สตาร์ดัสต์ เมทัลลิก (ออปชั่น)
  • ยกเลิกสี น้ำเงิน 719 บลู แพลนเน็ต เมทัลลิก และสีน้ำตาล สปาร์กลิ่งสตรอม เมทัลลิก จากรายการออปชั่น
  • สีเบาะใหม่ น้ำตาลเข้ม 719 ดาร์ก บราวน์ (ออปชั่น)
  • สีเบาะ 719 แซดเดิ้ล บราวน์ (ออปชั่น) มีให้เลือกจับคู่กับทุกสีตัวถังและทุกสไตล์การตกแต่ง
  • เพิ่มเกียร์ถอยหลัง

ราคา BMW K 1600 GT รุ่นปี 2019 (ปัจจุบัน) : 1,550,000 บาท

2. BMW K 1600 GTL รุ่นปี 2020

BMW Motorrad
 
BMW Motorrad
 
  • สีใหม่ น้ำเงิน 719 บลู แพลนเน็ต/ไอวอรี่ (ออปชั่น)
  • สีใหม่ น้ำตาล 719 สตาร์ดัสต์ เมทัลลิก (ออปชั่น)
  • สีใหม่ ดำ แบล็ก สตรอม เมทัลลิก
  • ยกเลิกสี น้ำเงิน 719 บลู แพลนเน็ต เมทัลลิก (ออปชั่น), สีน้ำตาล 719 สปาร์กลิ่งสตรอม เมทัลลิก (ออปชั่น) และสีขาว ไลท์ ไวท์
  • สีเบาะใหม่ น้ำตาลเข้ม 719 ดาร์ก บราวน์ (ออปชั่น)
  • สีเบาะ 719 แซดเดิ้ล บราวน์ (ออปชั่น) มีให้เลือกจับคู่กับทุกสีตัวถังและทุกสไตล์การตกแต่ง
  • เพิ่มเกียร์ถอยหลัง

ราคา BMW K 1600 GTL รุ่นปี 2019 (ปัจจุบัน) : 1,695,000 บาท

3. BMW K 1600 B รุ่นปี 2020

BMW Motorrad
 
BMW Motorrad
 
  • สีใหม่ เงิน ฮอคเคนไฮม์ เมทัลลิก
  • ปุ่มสวิตช์สีดำ
  • เพิ่มเกียร์ถอยหลัง

ราคา BMW K 1600 B รุ่นปี 2019 (ปัจจุบัน) : 1,450,000 บาท

4. BMW K 1600 Grand America รุ่นปี 2020

BMW Motorrad
 
BMW Motorrad
 
  • สีใหม่ เงิน ฮอคเคนไฮม์ เมทัลลิก
  • ปุ่มสวิตช์สีดำ
  • เพิ่มเกียร์ถอยหลังและเครื่องเสียง

ราคา BMW K 1600 Grand America  รุ่นปี 2019 (ปัจจุบัน) : 1,695,000 บาท

บิ๊กไบค์ BMW กลุ่ม Urban Mobility ปรับปรุง 2 รุ่น
 
1. BMW C 650 Sport รุ่นปี 2020
BMW Motorrad
 
BMW Motorrad
 
  • สีใหม่ น้ำเงิน ลูปิน บลู เมทัลลิก
  • ยกเลิก สีเหลือง ออสติน เยลโล่ เมทัลลิก

ราคา BMW C 650 Sport รุ่นปี 2019 (ปัจจุบัน) : 535,000 บาท

2. BMW C 650 GT รุ่นปี 2020

BMW Motorrad
 
BMW Motorrad
 
  • สีใหม่ เงิน ฮอคเคนไฮม์ เมทัลลิก
  • ยกเลิกสี น้ำเงิน (ด้าน) โอเชียน บลู เมทัลลิก

ราคา BMW C 650 GT รุ่นปี 2019 (ปัจจุบัน) : 565,000 บาท

โดยมอเตอร์ไซค์/บิ๊กไบค์ BMW รุ่นปี 2020 จาก BMW Motorrad  จะเริ่มเปิดรับจองตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562 เป็นต้นไป ส่วนประเทศไทยคงต้องรออัปเดตอีกครั้ง แต่ไม่น่าจะล่าช้าไปจากต่างประเทศมากนัก

Suzuki XL6 รถ 6 ที่นั่ง จัดเต็มมาพร้อมความแปลกที่ไม่เหมือนใคร

All-new Suzuki XL6 ชิงเปิดตัวในอินเดียด้วย ราคา 4.21-4.93 แสนบาท ซึ่งก่อนหน้าคาดกันว่าจะเป็น Suzuki Ertiga Cross 2019 ที่ดูลุยมากขึ้นเพื่อรอสู้กับ Mitsubishi Xpander 2018

 

มาก่อนหรือหลังไม่สำคัญเท่ากับว่า “มาแล้วโดนใจหรือเปล่า” อย่างเคสนี้ที่ All-new SuzukiXL6 (MarutiSuzuki XL6) หรือ Suzuki Ertiga 2019 ในเวอร์ชั่นลุยแบบรถครอสโอเวอร์เพิ่งเปิดตัวอินเดียไปหมาด ๆ ซึ่งช้ากว่า Suzuki Ertiga 2019 ของไทยพักใหญ่ แต่จัดเต็มและมาพร้อมความแปลกใหม่ไม่เหมือนใครอย่างตั้งใจ อันนี้ก็ต้องให้ลูกค้าเป็นผู้เลือกและตัดสินว่าชอบแบบไหน

ในขณะที่อินโดนีเซียมี Suzuki Ertiga Sport 2019 เพิ่มมาอีก 1 ไลน์อัพ อินเดียเปิดตัวตูมเดียวด้วย All-new SuzukiXL6 แบบไม่ซ้ำใคร เพราะถึงแม้เนื้อแท้จะยังเป็น SuzukiErtiga 2019 แต่ลงทุนปรับด้านหน้าใหม่ให้ดูกร้าวแกร่ง แข็งแรงขึ้นแบบรถ SUV กันชนหน้าบึกบึน ไฟหน้า LED คาดคิ้วพลาสติกสีดำรอบคัน ติดตั้งราวหลังคา ล้ออัลลอยซี่ถี่รมดำ ขนาด 15 นิ้ว ทั้งหมดมากเกินกว่าจะเรียกว่า Low Cost Cosplay เพื่อเปลี่ยน Suzuki Ertiga 2019 ให้กลายเป็นรถครอสโอเวอร์

Suzuki XL6
 
Suzuki XL6
 

ส่วนภายในของ All-newSuzuki XL6 โดยรวมจะเหมือนกับ Suzuki Ertiga 2019 เว้นเสียแต่การตกแต่งและจัดวางเบาะนั่งใหม่ ให้เป็นแบบ 6 ที่นั่ง หุ้มด้วยหนัง ดูพรีเมียมตรงเบาะแถวสองจะเป็นเบาะแยกพร้อมที่พักแขนส่วนตัว น่านั่งมากกว่า แถมพับแบบ One-Touch และปรับเลื่อนได้ด้วย

Suzuki XL6
 

นอกจากนี้จออินโฟเทนเมนต์ ขนาด 7 นิ้ว ของ All-newSuzuki XL6 ยังมีฟังก์ชัน Smartplay Studio สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน โทรออก-รับสาย ส่งข้อความ เปิดระบบนำทาง (แสดงสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์) เปิดเพลง ผ่านการสั่งงานด้วยเสียงหรือปุ่มบนพวงมาลัยได้ มีระบบควบคุมความเร็ว เป็นต้น และที่เจ๋งคือมีให้ครบทุกรุ่นย่อย

Suzuki XL6
 

ทางด้านขุมพลัง All-newSuzuki XL6 จะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Smart Hybrid (คือมีมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือ Integrated Starter Generator ไว้สำหรับสตาร์ตเครื่องยนต์ ชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่และเสริมกำลังเครื่องยนต์เมื่อต้องการแรงบิดขณะเร่ง) ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที และแรงบิด 138 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ที่มีให้เลือกทั้งธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด เพื่อขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า

Suzuki XL6
 

คือถ้ามองแค่ตัวเลขตามสเปกแล้วจะไม่ต่างจาก Suzuki Ertiga 2019 ในไทย แต่การมี ISG หรือที่ Suzuki เรียกว่า Smart Hybrid น่าจะช่วยเรื่องความประหยัดและการปล่อยมลพิษไม่มากก็น้อย เพราะเครื่องจะไม่ถูกโหลดโดยไดชาร์จและไดสตาร์ต รวมถึงตอนเร่งแซง

โดย All-newSuzuki XL6 ในอินเดีย จะมีให้เลือก 2 เกรด คือ Zeta และ Alpha ราคาเริ่มต้น 979,689 รูปี หรือคิดเป็นเงินไทยราว 4.21 แสนบาท สำหรับรุ่น Zeta เกียร์ธรรมดา ขณะที่รุ่นแพงสุดคือ Alpha เกียร์อัตโนมัติ ราคาอยู่ที่ 1,146,189 รูปี หรือประมาณ 4.93 แสนบาท เท่านั้น

Suzuki XL6
 

ซึ่งการเปิดตัวของ All-newSuzuki XL6 ในอินเดีย ก็คงเพื่อรอรับมือ Mitsubishi Xpander ที่ตอนนี้ยังไม่วางจำหน่าย ส่วนไทยมีทั้ง Mitsubishi Xpander กับ Suzuki Ertiga แล้ว แม้จะเป็นเซกเมนต์เดียวกัน แต่วางคาแรกเตอร์ ตำแหน่งการตลาดและราคาไว้ต่างกัน

หากถามต่อว่าจะมี  All-newSuzuki XL6 หรือไม่อันนี้ตอบยากเลย แล้วคุณล่ะอยากให้มี All-newSuzuki XL6 ด้วยหรือเปล่า ?

Great Wall Cannon 2020 รถกระบะจีน พร้อมความพรีเมี่ยม

   Great Wall Cannon 2020 รถกระบะไซซ์ยักษ์ ราคาเริ่มต้น 126,800 หยวน หรือราว 5.4 แสนบาท เริ่มวางจำหน่ายในจีน ขนาดตัวใหญ่กว่า MG EXTENDER ภายในพรีเมียม โดยนับจากนี้ Great Wall ตั้งเป้าเป็น Top 3 ในตลาดรถกระบะโลก และอาจไม่ใช่เรื่อง Joke อีกต่อไป เพราะยิ่งนานวันรถกระบะจีนยิ่งน่ากลัว

Great Wall Cannon 2020
 
          รถกระบะจีนเริ่มจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว แม้ปัจจุบันความนิยมและการยอมรับอาจยังสู้รถกระบะกระแสหลัก เช่น Toyota, Isuzu และ Ford ไม่ได้ แต่เชื่อเถอะว่าหลายแบรนด์กำลังพยายามเต็มที่ ถ้าเอาแบบใกล้ตัวสุดคงเป็น New MG EXTENDER ส่วนถ้าห่างออกไปยังมี Great Wall Cannon 2020 และคิดการใหญ่ถึงขั้นชน Toyota กับ Ford ในตลาดโลกด้วย
Great Wall Cannon 2020
 
          จรวด เรือดำน้ำ รถไฟความเร็วสูง เครื่องบิน ไม่มีอะไรที่จีนไม่สามารถ แล้วนับประสาอะไรกับแค่รถกระบะขนาด 1 ตัน ซึ่งอดีตรถจีนอาจเคยเป็นตัวตลก นอกสายตา งานก็อปเกรด A แต่ช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาจีนพัฒนาอย่างไกล และนอกเหนือ New MG EXTENDER ที่คนไทยหลายคนกำลังจับตา (ว่าจะไหวไหม) อยู่นั้น ในระดับสากลด้วยสเกลที่ใหญ่กว่า Great Wall Cannon 2020 ก็กำลังพยายามอยู่เช่นกัน ยิ่งนานวันรถกระบะจีนยิ่งน่ากลัว
          เพราะหลังจากที่ GreatWall เปิดตัวรถกระบะชุดใหม่ที่เรียกว่า P Series Pickup ล่าสุด GreatWall Cannon 2020 ได้เริ่มวางจำหน่ายในจีนแล้ว ภายใต้ซับแบรนด์ Pao ซึ่งมาพร้อมกับขนาดตัวที่ใหญ่กว่า New MG EXTENDER ทุกมิติ ด้วยความยาว 5,410 มม. กว้าง 1,934 มม. สูง 1,886 มม. และฐานล้อยาวเหยียด 3,230 มม. บอกเลยว่าจะประมาทรถกระบะจีนไม่ได้อีก
Great Wall Cannon 2020
 

          เนื่องจากดีไซน์ของ GreatWall Cannon 2020 นั้นให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ พรีเมียมด้วยความเรียบง่ายสะอาดตา แต่อาศัยส่วนเว้าส่วนโค้งเน้นมัดกล้ามเพื่อแสดงออกถึงพลัง แม้โดยรวมจะคล้าย Toyota Tundra เจเนอเรชั่นล่าสุด (ก่อนปรับโฉม) มากก็ตามที แต่ถือว่าเป็นรถกระบะจีนที่ลุคดูเข้าทีและเป็นสากลมากรุ่นหนึ่ง

          ส่วนภายใน GreatWall Cannon 2020 ก็ตกแต่งเอาไว้ไม่ธรรมดาเลย ตั้งแต่การเลือกใช้โทนสี การใช้หนังจำนวนมากบุห้องโดยสาร แถมยังเย็บตะเข็บไขว้ Diamond Cut แบบกระเป๋า Chanel ตลอดจนดีไซน์ที่ใช้อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ แม้รายละเอียดบางจุดยังไม่ลงตัว และห่างชั้นเมื่อเทียบกับงานต้นแบบอย่าง Volvo XC60

          แต่ GreatWall Cannon 2020 ราคาเริ่มแค่ 128,600 หยวน หรือราว 5.4 แสนบาท เท่านั้น ! ซึ่งพอกับ Maxus T70 ที่สเปกเดียวกับ New MG EXTENDER หากเทียบง่าย ๆ ถ้าอยู่ในไทย GreatWall Cannon 2020 อาจมีราคาราว 1 ล้านต้น ๆ ด้วยสเปกที่แน่นกว่ารถกระบะเจ้าตลาด

Great Wall Cannon 2020

 
Great Wall Cannon 2020

 

          สำหรับทางด้านขุมพลัง GreatWall Cannon 2020 ในจีน จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ของ ZF ไปขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อ แม้ตัวเลขจะน่าตื่นตาตื่นใจ แต่เทคโนโลยี ความทนทาน คงต้องรอการพิสูจน์

          นอกจาก GreatWall Cannon 2020 จะเป็นรถกระบะคันโตสุดแล้ว แบรนด์ GreatWall ยังเป็นผู้ผลิตรถกระบะและส่งออกรายใหญ่สุดของจีน โดยตลาดหลักของ GreatWall นอกจากจีน ประกอบไปด้วยออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อิตาลี, ยูเครน รวมถึงแถบตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกาและอเมริกาใต้ (ปี 2018 ส่งออกนอกประเทศ 28,000 คัน จากยอดขายรวมทั้งหมด 141,421 คัน)
Great Wall Cannon 2020
 

          ซึ่งก่อนหน้าการวางจำหน่าย GreatWall Cannon 2020 ในวันเปิดตัวรถกระบะ Great Wall ชุด P Series รวดเดียว 3 รุ่น (GreatWall Cannon 2020 เป็นหนึ่งในนั้น) คือการแสดงความพยายามที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าตลาดรถกระบะโลกและ GreatWall ยังประกาศตั้งเป้าจะขึ้นเป็น Top 3 ในตลาดรถกระบะโลกให้ได้

          จริงอยู่ว่าวันนี้ชื่อชั้นของรถกระบะจีนอาจยังไม่ถึงขั้นเป็นที่ยอมรับและจีนเองก็คงรู้ ดังนั้นการพยายามเพิ่มความน่าสนใจด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โต การยกระดับภายในให้หรูหรา พละกำลังสูง เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้รถกระบะจีนในยุคนี้อาจไม่ใช่เรื่องตลกอีกแล้ว

Ducati Scrambler 1100 ปี 2018 พร้อมเครื่องยนต์ 1100cc

เปิดตัว Ducati Scrambler 1100 ปี 2018 ราคาเริ่ม 559,900 บาท ดูคาติ สแครมเบลอร์ 1100 ที่มาพร้อมกันรวดเดียว 3 ซีรีส์

          ดูคาติไทยแลนด์ เปิดตัวบิ๊กไบค์ ดูคาติ สแครมเบลอร์ 1100 (DucatiScrambler 1100) ปี 2018 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ระดับ 1,100 ซี.ซี. โดยเปิด 3 ซีรีส์ ในร่างมอเตอร์ไซค์วิบากขนาดเล็กดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิก

DucatiScrambler 1100 ปี 2018 ราคา 559,900 บาท

Ducati Scrambler 1100 ปี 2018
Ducati Scrambler 1100 ปี 2018

          เครื่องยนต์ขนาดใหม่ 1,079 ซี.ซี. 86 แรงม้า มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบ Traction Control ช่วยควบคุมอาการสไลด์ของตัวรถในขณะเปิดคันเร่งหรือขณะเจอสภาพถนนเปียกลื่น

          ระบบ Cornering ABS เพิ่มความปลอดภัยระหว่างการเบรกขณะอยู่ในโค้ง และการปรับเปลี่ยน Riding Mode ถึง 3 รูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ในทุกการเดินทาง

DucatiScrambler 1100 Special ปี 2018 ราคา 599,900 บาท

Ducati Scrambler 1100 ปี 2018
Ducati Scrambler 1100 ปี 2018

          การออกแบบคลาสสิกร่วมสมัย ที่มีความสง่างามและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของล้อซี่ลวดสีดำ มาพร้อมกับถังน้ำมันสี “Custom Gray” เพิ่มรายละเอียดตรงแผงด้านข้างถังด้วยแผ่นอะลูมิเนียม

          ติดตั้งแฮนด์บาร์แบบต่ำที่มีความกว้างเน้นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและกระบอกโช้คหน้าอโนไดซ์สีทองเพิ่มความเป็นสปอร์ตให้แก่ตัวรถ

          ปิดท้ายด้วยสวิงอาร์มที่มาพร้อมกับลวดลายที่ให้อารมณ์รถ Custom ได้อย่างชัดเจน นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกใหม่หมดแล้ว

          เครื่องยนต์พิกัด 1,079 ซี.ซี. ให้กำลังทั้งสิ้น 86 แรงม้า จะพาผู้ขับขี่โลดแล่นไปในทุกเส้นทางได้อย่างมั่นใจพร้อมกับตัวช่วยต่าง ๆ อย่างมากมาย เช่น Riding Modes ทั้ง 3 โหมด ที่จะช่วยปรับการตอบสนองของตัวรถให้ครอบคลุมและแม่นยำในทุก ๆ รูปแบบการใช้งาน อีกทั้งยังมี Ducati Safety Pack (Cornering ABS + DTC) ช่วยควบคุมอาการสไลด์ของตัวรถในขณะที่เปิดคันเร่งแรงเกิน หรือเจอสภาพถนนเปียก ยากต่อการควบคุมคันเร่ง

          นอกจากนั้นยังเสริมความมั่นใจในการขับขี่ด้วย Cornering ABS ที่จะช่วยให้การใช้เบรกหนัก ๆ ขณะอยูในโค้งเป็นเรื่องง่ายมั่นใจ หากอุปสรรคใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างพลิกโค้งอย่างสนุกสนาน ระบบนี้จะสามารถช่วยให้เราชะลอความเร็วโดยการใช้เบรกของตัวรถได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่ารถจะเสียอาการหรือพับลงในโค้งเนื่องจากการใช้เบรกที่หนักเกินไป ขณะที่รถเอียงอยู่เหมือนที่ผ่าน ๆ มา

Ducati Scrambler 1100 Sport ปี 2018 ราคา 609,900 บาท

Ducati Scrambler 1100 ปี 2018
Ducati Scrambler 1100 ปี 2018

          ได้รับอิทธิพลในการปรับแต่งมาจาก “Muscle Bike” ด้วยสี “Viper Black” โทนสีดำตัดด้วยแถบสีเหลืองเดินเส้นคู่บนถังน้ำมัน มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของโช้คหน้าระดับโลกอย่าง Ohlins ทั้งด้านหน้าและหลัง

          บุคลิกที่ดุดันอย่างชัดเจน Scrambler 1100 Sport นั้นก็ยังเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีความสะดวกสบายต่าง ๆ เช่น Riding mode ทั้ง 3 โหมด ที่ตอบโจท์ทุกการเดินทาง ระบบเทรคชั่นคอนโทรลที่จะช่วยควบคุมการสไลด์ของตัวรถในขณะเจอสภาพถนนที่เปียกลื่น หรือแม้กระทั่งขณะเพลิดเพลินอยู่ในโค้งแล้วเผลอใช้คันเร่งแรงเกินไป เมื่อล้อหลังเริ่มหมุนเร็วกว่าล้อหน้าตัวรถจะตัดกำลังของเครื่องยนต์ลงเพื่อรักษาอาการรถไม่ให้เสียอาการเนื่องจากล้อหลังสไลด์

          การใช้เบรกอย่างเต็มน้ำหนักขณะรถเอียงอยู่ในโค้ง กับระบบ Cornering ABS ก็จะช่วยไม่ให้รถพับลง ช่วยเพิ่มความสบายใจในทุก ๆ การขับขี่

Ducati Scrambler 1100 ปี 2018
Ducati Scrambler 1100 ปี 2018
Ducati Scrambler 1100 ปี 2018
Ducati Scrambler 1100 ปี 2018
Ducati Scrambler 1100 ปี 2018
เครื่องยนต์L-Twin Demosdromic 4 จังหวะ
ขนาดเครื่องยนต์1,079 ซีซี
ระบบระบายความร้อนระบายความร้อนด้วยอากาศ
ระบบวาล์ว2 วาล์วต่อสูบ
ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก98 x 71 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด11.0:1
กำลังสูงสุด85 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด88 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหัวฉีด (Electronic fuel injection, 55 mm throttle body with full Ride by Wire (RbW))
ระบบคลัทซ์คลัทซ์มือแบบ Light Action Hydraulic
ระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด
ระบบสตาร์ทสตาร์ทระบบไฟฟ้า (มือ)
เฟรมTUBULAR STEEL TRELLIS FRAME ATTACHED TO THE CYLINDERS HEAD
ระบบคันเร่งคันเร่งไฟฟ้า
ระบบส่งกำลังโซ่  เฟืองด้านหน้า 15  เฟืองหลัง 41
โครงรถTabular Steel Trellis Frame
ระบบกันสะเทือนหน้าโช้คอัพแบบหัวกลับ ขนาด 48 มิลลิเมตรจากแบรนด์ Ohlins ที่มีระยะยุบตัวสูงสุด 150 มิลลิเมตร
ระบบกันสะเทือนหลังMonoshock จากแบรนด์ Ohlins ที่สามารถปรับความแข็งอ่อนและระดับความสูงได้ ระยะยุบตัว 150 มิลลิเมตร
ระบบเบรคหน้าSemi Floating Disc คู่ขนาด 320 มิลลิเมตร ปั้มเบรกแบบ Monobloc 4 ลูกสูบจากแบรนด์ Brembo รุ่น M43
ระบบเบรคหลังดิสก์เบรคเดี่ยว ขนาด 245 มิลลิเมตร ปั้มเบรก 1 ลูกสูบ พร้อมระบบความปลอดภัย ABS และ Cornering ABS แบบ Dual Channel จาก Bosch
ล้อLight Alloy แบบ 10 ก้าน
ขนาดล้อหน้า18 นิ้ว
ขนาดล้อหลัง17 นิ้ว
ขนาดยางหน้า120/80 ZR18
ขนาดยางหลัง180/55 ZR17
ขนาดมิติรถ กว้าง X ยาว X สูง920 x 2,190 x 1,290 มิลลิเมตร
ความสูงเบาะนัง810 มิลลิเมตร
ขนาดความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง15 ลิตร
น้ำหนักรถ206 กิโลกรัม

Moto Guzzi V7 III 2018 คาเฟ่เรเซอร์คลาสสิค เอาใจคนรักวินเทจ

Moto Guzzi V7 III ปี 2018 ใหม่ คาเฟ่ เรเซอร์ กลุ่มคลาสสิก เจเนอเรชั่นที่ 3 เปิดตัวในไทยที่งานมอเตอร์โชว์ 2018 ซึ่ง MotoGuzzi V7 III ปี 2018 ใหม่ มีให้เลือก 2 รุ่น ราคา 610,000-675,000 บาท

          เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) เปิดตัว Moto Guzzi V7 III ปี 2018 เจเนอเรชั่นที่ 3 มอเตอร์ไซค์สไตล์คาเฟ่ เรเซอร์ สายแข่งในกลุ่มคลาสสิกของ MotoGuzzi ที่งานมอเตอร์โชว์ 2018 เอาใจคนรักบิ๊กไบค์แนววินเทจระดับไฮเอนด์ที่เน้นไลฟ์สไตล์ ความขลังและทรงพลังเหนือกาลเวลา โดย MotoGuzzi V7 III ปี 2018 มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่

Moto Guzzi V7 III ปี 2018

          – MotoGuzzi V7 III Carbon Limited Edition    ราคา 675,000 บาท

Moto Guzzi V7 III ปี 2018

          – MotoGuzzi V7 III Stone ราคา 610,000 บาท

          MotoGuzzi V7 III ปี 2018 ใหม่ รุ่นที่ 3 ยังคงสืบถอดเอกลักษณ์ดั้งเดิมตามแบบ MotoGuzzi V7 มอเตอร์ไซค์ แนวคาเฟ่ เรเซอร์ ในตำนาน ซึ่งถือกำเนิดครั้งแรกในปี 1967 แทบทุกกระเบียดนิ้ว สำหรับนักขี่ที่หลงใหลสไตล์วินเทจเพราะมีความโดดเด่น แตกต่าง ด้วยดีไซน์คลาสสิกจากยุคที่ยังต้องอาศัยจินตนาการมากกว่าปัจจุบัน ซึ่งใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยในการออกแบบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี จนทำให้รถยุคใหม่เกือบดูคล้าย ๆ กันเสียไปหมด

          สำหรับไฮไลท์ในการเปิดตัวของ MotoGuzzi V7 III ปี 2018 ครั้งนี้ คือรุ่นพิเศษแนวคัสตอม Carbon Limited Edition ที่จะผลิตแบบจำกัดจำนวน มีการนำวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์มาใช้ในหลายจุด เล่นโทนสีตัวถังแบบดำด้าน ตัดกับสีแดงของฝาครอบเสื้อสูบ คาลิเปอร์เบรก Brembo รวมถึงโลโก้บนแฟริ่งข้างและถังน้ำมัน

Moto Guzzi V7 III ปี 2018
Moto Guzzi V7 III ปี 2018

          นอกจากนี้อานนั่งยังออกแบบให้แตกต่างจากรุ่นปกติ หุ้มหนังสลับอัลคันทาราแบบกันน้ำ เย็บตะเข็บและปักตัวอักษร MotoGuzzi ด้วยด้ายแดง ฝาถังน้ำมัน กรอบไฟหน้า ฝาครอบหัวฉีดและแม่ปั๊มเบรกหลังเป็นอะลูมิเนียมชุบอะโนไดซ์สีดำ โดย MotoGuzzi V7 III Carbon Limited Edition ทุกคันจะมีเพลทหมายเลขลำดับการผลิตติดไว้ที่แฮนด์บาร์ ซึ่งจะผลิตขึ้นทั้งหมดทั่วโลกเพียง 1,921 คัน เพื่อระลึกถึงปีของการเริ่มก่อตั้งแบรนด์ Moto Guzzi

          ขณะที่ MotoGuzzi V7 III Stone จะเน้นภาพลักษณ์แข็งแกร่ง คร่ำเคร่ง จริงจัง ด้วยวัสดุสีดำด้าน (Nero Ruvido) ทั้งหมด แต่ยังมีเฉดสีตัวถังอื่นที่ได้แรงบันดาลใจในยุค 70 แต่จะให้ผิวสะท้อนแบบซาติน (Satin-Finished) ไม่เงาใส อย่างสีเขียว (Verde Camouflage), สีน้ำเงิน (Azzurro Elettrico) และสีเหลือง (Giallo Energico) ให้เลือก
          ซึ่งด้วยชื่อชั้นของแบรนด์ MotoGuzzi รวมถึงดีไซน์ที่เป็นอมตะของ V7 น่าจะถูกใจนักขี่สายวินเทจที่ต้องการความขลังโดยไม่เกี่ยงเรื่องราคาค่าตัวนัก เพราะมอเตอร์ไซค์ที่เน้นไลฟ์สไตล์ (เกินกว่าการใช้งานปกติทั่วไป) มักไม่ถูก

รายละเอียดทางเทคนิคของ MotoGuzzi V7 III Carbon Limited Edition/ MotoGuzzi V7 III Stone

 แบบเครื่องยนต์V-Twin กาง 90 องศา 4 จังหวะ
 ความจุกระบอกสูบ744 ซี.ซี.
 กำลังสูงสุด52 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที
 แรงบิดสูงสุด60 นิวตันเมตร ที่ 4,900 รอบ/นาที
 เกียร์6 สปีด
 ระบบกันสะเทือนหน้าเทเลสโคปิก ขนาด 40 มม.
 ระบบกันสะเทือนหลังสวิงอาร์มอะลูมิเนียม โช้คอัพคู่ ปรับพรีโหลดได้
 เบรกหน้าคาลิเปอร์เบรก Brembo 4 ลูกสูบ จานเบรก 320 มม.
 เบรกหลังคาลิเปอร์เบรก แบบลอยตัว 2 ลูกสูบ จานเบรก 260 มม.
 ล้อหน้าซี่ลวด 18 นิ้ว ยางขนาด 100/90 ยางขนาด 110/80 (ออปชั่น)
 ล้อหลังซี่ลวด 17 นิ้ว ยางขนาด 130/80
 ความสูงจากพื้นถึงเบาะ770 มม.
 น้ำหนักรถเปล่า189 กก.
 ปริมาตรถังน้ำมัน21 ลิตร+ถังน้ำมันสำรอง 4 ลิตร