All-new Mazda CX-30 2019 ขับสนุก พรีเมี่ยมทุกระเบียบนิ้ว

All-new Mazda CX-30 2019 เปิดตัว Geneva Motor Show 2019 เพื่อเป็นฝันร้ายของ Toyota C-HR 2019 และ Honda HR-V 2019 ซึ่ง All-new Mazda CX-30 จะเป็นรถไลฟ์สไตล์ครอสโอเวอร์ที่ใหญ่กว่า Mazda CX-3 เดิมเล็กน้อย ขับสนุกและพรีเมียมทุกกระเบียดนิ้ว

All-new Mazda CX-30 รถไลฟ์สไตล์ครอสโอเวอร์ Line-up ใหม่ล่าสุดจาก Mazda เปิดตัว Geneva Motor Show 2019 ทุกอย่างดูสวยงามน่าตื่นเต้นสำหรับสาวก Mazda แต่นี่อาจเป็นฝันร้ายของ Toyota C-HR 2019 และ Honda HR-V 2019 ด้วยขนาดใกล้เคียงกันเหมือนตั้งใจ เพราะก่อนหน้า Mazda CX-3 2018 อาจดูเสียเปรียบไปบ้างและสงครามรถครอสโอเวอร์ขนาดซับคอมแพกต์ของจริงกำลังจะเริ่มต้น บาคาร่า สูตรบาคาร่า

All-new Mazda CX-30 ปี 2019 พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกค้ารุ่นใหม่ประทับใจตั้งแต่ดีไซน์ ด้วยแนวคิด ปราดเปรียวและโดดเด่น (Sleek & Bold) ภายใต้ธีมการออกแบบ Kodo Design ที่เปลี่ยนภาษาการออกแบบใหม่เรียกว่า Charge and Release เส้นสายมีทั้งความหนักแน่นและพลิ้วไหวต่อเนื่อง เหมือนศิลปะการเขียนอักษรญี่ปุ่นผ่านปลายพู่กัน

โดย All-new MazdaCX-30 ปี 2019 จะรวมองค์ประกอบหลักที่สำคัญของการออกแบบไว้ 3 ส่วน คือการทิ้งพื้นผิวให้เวิ้งว้างว่างเปล่า (Yohaku) เส้นคมโค้งที่สร้างสมดุล (ได้แรงบันดาลใจจากดาบซามูไร หรือ Suri Curve) เพื่อให้เกิดการเล่นกับแสงเงาที่ตกกระทบ (Utsuroi) ผลที่ได้คือความสวยงามที่เรียบแต่ไม่โล่ง สงบแต่รู้สึกถึงพลังของการเคลื่อนไหว

ทั้งนี้ All-new MazdaCX-30 ปี 2019 จะมีรูปทรงเพรียวบางในแบบรถ Coupe และตัวรถที่ดูเตี้ย ส่วนขนาดจะใกล้เคียงกับคู่แข่งอย่าง Toyota C-HR และ Honda HR-V ด้วยมิติตัวถังยาว 4,395 มม. กว้าง 1,795 มม. สูง 1,540 มม. ฐานล้อยาว 2,655 มม. และจะมี Ground Clearance มากกว่า Mazda CX-3 ที่ 175 มม. มากพอสำหรับการเป็นรถไลฟ์สไตล์ครอสโอเวอร์

ส่วนการออกแบบภายในของ All-new MazdaCX-30 ปี 2019 จะยึดผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง แผงหน้าปัดเรียบง่าย สะอาดตา กดต่ำเพื่อเปิดมุมมองด้านหน้าและแบ่งระดับเป็น 2 เลเยอร์ แผงอุปกรณ์ห้อมล้อม อำนวยความสะดวกต่อการควบคุม

และที่สำคัญคือการใช้วัสดุคุณภาพสูง ซึ่ง Mazda จับทางลูกค้าที่ต้องการความพรีเมียม ขณะที่โทนสีเน้นอบอุ่น ขรึมสไตล์ยุโรป มีสกิมสี 2 เฉด ให้เลือกได้ ดังนี้ (สเปกยุโรป)

  • น้ำตาลเข้ม (Dark Brown) จับคู่กับเบาะหนังสีขาวหรือดำ
  • น้ำเงินเข้ม (Dark Blue) จับคู่กับเบาะสี Greige (เทาอมเบจ) และสีดำ วัสดุมีทั้งหนังและผ้าทอ

นอกจากนี้เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังจะมีพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะมากขึ้น โดย Mazda ระบุว่าเบาะนั่งถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อความสบายและผ่อนคลายในการเดินทาง

All-new MazdaCX-30 ปี 2019 เน้นการขับที่สนุกสนาน ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ Skyactiv-Vehicle Architecture ซึ่งออกแบบมาเพื่อหลายจุดประสงค์ ทั้งตำแหน่งการนั่งที่ถูกต้อง เพิ่มความสบายในการเดินทาง ลดอาการเหนื่อยล้า ความปลอดภัยสูง ตลอดจนถึงสมรรถนะการแล่นของรถ และแน่นอนที่ขาดไม่ได้คือขุมพลัง All-new MazdaCX-30 ปี 2019 จะมีเครื่องยนต์อยู่ทั้งหมด 3 แบบ ดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G แบบ 4 สูบ 2.0 ลิตร เวอร์ชั่นใหม่ที่ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบลดจำนวนการทำงานของกระบอกสูบจาก 4 เหลือ 3 สูบ ในขณะที่เครื่องยนต์มีโหลดน้อย เช่น จังหวะปล่อยไหลเมื่อวิ่งแช่ทางไกลด้วยความเร็วเดินทางคงที่
     
  • เครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D แบบ 4 สูบ 1.8 ลิตร ทำงานเงียบ นิ่ง ประหยัดเชื้อเพลิงและปล่อยมลพิษต่ำ
     
  • ใหม่สุด น่าตื่นเต้นสุด เครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-X ที่ใช้การบีบอัดแบบรถดีเซลช่วยในการจุดระเบิดเข้าไปด้วย ข้อดีคือให้แรงบิดดี อัตราเร่งไวเหมือนดีเซล และลากรอบเพื่อทำความเร็วได้แบบเครื่องยนต์เบนซิน

ซึ่งทั้งเครื่องยนต์ Skyactiv-G 2.0 และ Skyactiv-X จะพ่วงด้วย Mild Hybrid เพื่อช่วยให้ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นไปอีก

สำหรับระบบขับเคลื่อน All-new MazdaCX-30 ปี 2019 สเปกยุโรปจะใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ i-Activ AWD พร้อมระบบ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ขณะที่ความปลอดภัยจัดเต็มตามสไตล์ Mazda ด้วยระบบ I-ACTIVSENSE สำหรับเชิงป้องกัน

ส่วนในเชิงแก้ไข โครงสร้างตัวถังทำจากเหล็กกล้า high-strength ถุงลมนิรภัยหัวเข่ามีเพิ่มเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับวางจำหน่ายทั่วโลก และกันชนหน้ารถถูกออกแบบให้ลดการบาดเจ็บของคนเดินถนนกรณีหากเกิดการชนอีกด้วย

คาดว่า All-new MazdaCX-30 2019 ซึ่งเป็นรถรุ่นที่ 2 ของ Mazda Next Generation ต่อจาก All-new Mazda 3 ปี 2019 จะมาแทนที่ Mazda CX-3 ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น เพื่อลดความได้เปรียบจากคู่แข่ง Toyota C-HR 2019 และ Honda HR-V ที่เคยเหนือกว่าอยู่ก่อนหน้า ซึ่งถ้าทั้งคู่ยังนิ่งนอนใจ ไม่รีบตื่น ก็อาจตกอยู่ในฝันร้ายแบบที่ Mazda 3 และ Mazda 2 เคยสร้างความสะพรึงมาแล้วก็ได้

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

All-new Nissan Livina 2019 เปิดตัว ในราคาถูก

All-new Nissan Livina 2019 เปิดตัวอินโดนีเซีย เสียบแทน Nissan Grand Livina โดย All-new Nissan Livina 2019 มีให้เลือกถึง 4 รุ่นย่อย ดึงราคาเริ่มต้นต่ำกว่า Mitsubishi Xpander 2018

Nissan อินโดนีเซีย เปิดตัว All-new Nissan Livina 2019 รถ MPV 7 ที่นั่ง ขนาดเล็ก สำหรับครอบครัว คู่แฝด Mitsubishi Xpander 2018 เป็นที่แรกในโลกก่อนใครตามคาดซึ่งใคร ๆ ก็คงเดาได้ เพราะคงไม่น่าจะมีที่ไหนเหมาะสมกับรถ MPV เซกเมนต์นี้เท่ากับอินโดนีเซียอีกแล้ว ส่วนหน้าตาดูดีแบบเรียบ ๆ ไม่เซอร์เรียล (ล้ำเกินจริง) เท่า Mitsubishi Xpander

แม้จะใช้โครงสร้างและชิ้นส่วนหลักร่วมกัน แต่ All-new Nissan Livina2019 มีบุคลิกที่สุภาพ อ่อนโยน หรูหรากว่าเล็กน้อย ด้วยการลบสันมุมด้านหน้ารถไม่ให้แข็งแกร่งแบบ Mitsubishi Xpander 2018 พร้อมเอกลักษณ์ด้านหน้า V-Motion แต่การจัดวางชุดไฟเป็นกิมมิกเดียวกัน รวมถึงการใช้โครเมียมตกแต่งกระจกมองข้างและขอบตัวถังด้านล่าง บาคาร่า สูตรบาคาร่า

นอกจากนี้จุดที่แตกต่างของภายนอกระหว่าง All-new Nissan Livina2019 กับ Mitsubishi Xpander 2018  คือ คือรอยพับเส้นข้างตัวถังต่างออกไปเล็กน้อย ส่วนทรีตเมนต์เสา C และไฟท้ายยังคงดีไซน์ในกลุ่ม Renault-Nissan-Mitsubishi ซึ่ง Renault Espace (รถ MPV 7 ที่นั่ง ขนาดใหญ่) ก็ใช้ลักษณะเดียวกันนี้นำไปก่อนในปี 2015

ส่วนทางด้านภายในห้องโดยสาร All-new Nissan Livina2019 คือภาพเดจาวู ซึ่งเคยได้เห็นมาก่อนแล้วใน Mitsubishi Xpander 2018 จะต่างก็เห็นจะมีแต่โลโก้ Nissan และการใช้โทนสีดำ-เบจ, ดำ-น้ำตาล และดำล้วน ตกแต่งห้องโดยสาร ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยที่มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ดังนี้

  • 1.5 E เกียร์ธรรมดา       ราคา 198,800,000 รูเปียห์ (4.36 แสนบาท)
  • 1.5 EL เกียร์ธรรมดา     ราคา 223,000,000 รูเปียห์ (4.89 แสนบาท)
  • 1.5 EL เกียร์อัตโนมัติ    ราคา 233,000,000 รูเปียห์ (5.10 แสนบาท)
  • 1.5 VE เกียร์อัตโนมัติ   ราคา 249,900,000 รูเปียห์ (5.48 แสนบาท)
  • 1.5 VL เกียร์อัตโนมัติ    ราคา 261,900,000 รูเปียห์ (5.74 แสนบาท)

ทั้งนี้จากราคาเริ่มต้นจะเห็นได้ว่า All-new Nissan Livina2019 ตั้งไว้ต่ำและดึงดูดกว่า Mitsubishi Xpander 2018 (ในอินโดฯ มีให้เลือก 5 รุ่นย่อยหลัก คือ GLX, GLS, Exceed, Sport และ Ultimate ตามลำดับราคาจากต่ำไปสูง) แต่พอเป็นรุ่นย่อยสูงสุด (VL) ของ  All-new Nissan Livina2019 กลับแพงกว่า Mitsubishi Xpander 2018 รุ่นย่อย Ultimate (ราคา 260,900,000 รูเปียห์) ทันที

ทางด้านขุมพลัง All-new Nissan Livina2019 มีขนาดเดียว คือ เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC ให้กำลังสูงสุด 104 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ซึ่งตัวเลขที่ได้ก็เท่ากันกับของ Mitsubishi Xpander 2018 แบบไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย

สำหรับอุปกรณ์มาตรฐานของ All-new Nissan Livina2019 ก็มาในแบบทั่ว ๆ ไป ตามระดับราคาค่าตัว เช่น ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบควบคุมการทรงตัว VDC และ Traction Control โดยรวมไม่ถึงกับโดดเด่น ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว กับเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว มีให้เฉพาะรุ่นย่อย VE และ VL ที่เหลือเป็นขนาด 15 นิ้ว ทั้งหมด ส่วนเบาะหนังสงวนไว้ให้แค่รุ่นย่อย VL

โดย All-new Nissan Livina2019 จะมาทำตลาดแทนที่ Nissan Grand Livina (ซึ่งตอนนี้ปลดออกแล้ว) เพื่อเป็นคู่แข่งกับ Mitsubishi Xpander 2018, Suzuki Ertiga 2019 และ Toyota Avanza/Veloz รวมถึง Toyota Sienta ในอินโดนีเซีย ส่วนไทยก็ไม่แน่ว่าจะได้เห็น All-new Nissan Livina2019 ด้วยหรือไม่

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

All-new Kia Soul 2020 ราคาแพงขึ้น แต่ต่ำกว่าคู่แข่ง

All-new Kia Soul 2020 รถครอสโอเวอร์ขนาดซับคอมแพกต์ ประกาศราคาจำหน่ายเริ่มต้นในสหรัฐฯ แพงขึ้นกว่าโฉมก่อน แต่ All-new Kia Soul 2020 ก็ยังถูกกว่าคู่แข่ง ตราบเท่าที่ไม่เพลินไปกับการเลือกเพิ่มออปชั่นนัก

All-new Kia Soul2020 ระดับการตกแต่ง X-Line

All-new Kia Soul2020 รถครอสโอเวอร์ขนาดซับคอมแพกต์จากเกาหลี ประกาศราคาหลังเปิดตัวที่งาน Los Angeles Motor Show 2018 ปลายปีที่แล้ว ก่อนวางจำหน่ายภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2019 เริ่มต้น 18,485 ดอลลาร์ (5.8 แสนบาท) แพงกว่าโฉมก่อนอยู่ 1,000 ดอลลาร์ ซึ่งภาพรวมยังถือว่าราคาต่ำกว่าคู่แข่งไม่ว่าจะเป็น All-new Nissan Kicks 2019 หรือ Ford EcoSport 2019 อยู่ดี ส่วน Toyota C-HR หรือ Honda HR-V ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แค่ระวังอย่าเผลอเลือกยัดรายการออปชั่นเพิ่มมากเกินไปเท่านั้น บาคาร่า สูตรบาคาร่า

โดย All-new Kia Soul2020 ยังคงรักษาเอกลักษณ์ทรงกล่องสุดฟังกี้ ที่ดูมัน ดูสนุก เอาใจคนรุ่นใหม่ แต่ทันสมัยขึ้น อย่างไฟหน้าบางเฉียบ กระจังหน้าขนาดใหญ่ ไฟท้ายบูมเมอแรงแบบสามมิติ เล่นทรีตเมนต์เสา C แบบหางเครื่องบิน และซิกเนเจอร์อย่างกระจกบานท้ายขนาดใหญ่ที่มีแผ่นพลาสติกสีเดียวกับตัวรถลอยอยู่ตรงกลาง ซึ่งมีรุ่นย่อยให้เลือกทั้งหมด ดังนี้

  • LX                 ราคา 18,485 ดอลลาร์ (5.8 แสนบาท)
  • S                   ราคา 21,285 ดอลลาร์ (6.7 แสนบาท)
  • X-Line           ราคา 22,485 ดอลลาร์ (7.04 แสนบาท)
  • GT-Line         ราคา 22,485 ดอลลาร์ (7.04 แสนบาท)
  • EX                 ราคา 23,685 ดอลลาร์ (7.4 แสนบาท)

ส่วนดีไซน์ภายในของ All-new Kia Soul2020 ก็ดูทั่ว ๆ ไป แต่ไฮไลต์หลักอยู่ที่ sound mood lighting หรือไฟ Ambient Light ที่ไม่ธรรมดาและมีลีลาของจริง คือ “เต้นตามจังหวะเพลงได้” เมื่อซิงค์กับเครื่องเสียง (ถ้าอยากได้เครื่องเสียง Harman Kardon® 640 วัตต์ พร้อมลำโพง 10 ตัว รวมซับวูฟเฟอร์ มีให้เลือกในรายการออปชั่น) ของ All-new Kia Soul 2020 แถมยังเลือกจังหวะอารมณ์ได้ 6 แบบ ดังนี้

  • Hey! Yo!
  • Party Time
  • Travelling
  • Romance
  • Midnight City
  • Cafe

All-new Kia Soul EV2020

สำหรับทางด้านขุมพลังของ All-new Kia Soul2020 (ในสหรัฐฯ) จะได้เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบ 2.0 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด 147 แรงม้า เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ถ้าอยากสบายด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ก็ต้องจ่ายเพิ่มในรายการออปชั่น

แต่ถ้าอยากแรงระดับ 200 แรงม้า ก็มีเครื่องยนต์เบนซิน GDI แบบ 4 สูบ 1.6 ลิตร ทวิน-สกรอลล์ เทอร์โบ จับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด ให้เลือก ซึ่งแน่นอนว่าต้องจ่ายเพิ่มในรายการออปชั่นเช่นกัน

นอกจากนี้ All-new Kia Soul2020 ยังคงมีเวอร์ชั่น EV หรือแบบไฟฟ้าล้วนให้เลือกด้วย ให้กำลังสูงสุดประมาณ 201 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 395 นิวตันเมตร พร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดความจุ 64 kWh รองรับ Rapid Charge ด้วยไฟกระแสตรง ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่าย (ในสหรัฐฯ) ราวกลางเดือนมีนาคม ส่วนราคาคาดว่าน่าจะอยู่ประมาณ 33,000 ดอลลาร์

ภาพและข้อมูลจาก : kia.com

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

Nissan Navara Black Edition 2019 หล่อเข้มขึ้น

Nissan Navara Black Edition 2019 หล่อเข้มขึ้น ใส่ดีเทลเล่นดีไซน์เต็มที่ Nissan Navara Black Edition 2019 ราคาเริ่ม 790,000 บาท มีให้เลือก 3 รุ่น

นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) แจ้งข่าวปรับปรุงโฉมรถกระบะรุ่นพิเศษ Nissan Navara Black Edition2019 ให้ออปชั่นที่ดีขึ้น ปรับดีไซน์ผ่านอุปกรณ์ทั้งภายนอก-ภายใน ส่วนรุ่นธรรมดาให้เครื่องเสียง พร้อม NissanConnect ที่เตรียมใช้เปิดศึกกระบะ ต้อนรับงาน Motor Show 2019 ที่กำลังจะเริ่มวันที่ 27 มีนาคม 2562 หลังจากที่หลายค่ายเดินเครื่อง ไมเนอร์เนอร์เชนจ์หรือปล่อยรุ่นใหม่ เช่น

นิสสัน นาวาร่า 2019 (Nissan Navara 2019) ชุดจอเครื่องเสียงใหม่ แต่มีฟังก์ชันเพิ่มขึ้นเยอะ

ครั้งสุดท้ายที่อัปเดตคือช่วงเดือนธันวาคม ในงาน Motor Expo 2017 ด้วยชุดจอใหม่ ให้ระบบ NissanConnect เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน แอปพลิเคชันต่าง ๆ แอปเปิล คาร์เพลย์ (Apple CarPlay) และแอนดรอยด์ ออโต้ (Android Auto) พร้อมข้อมูลช่วยเหลือผู้ขับขี่ เนวิเกเตอร์ ช่องการขับขี่ การรายงานสภาพจราจร และตรวจสอบการขับขี่แบบประหยัดได้ และฟังกชันกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Around View Monitor (AVM) ที่เสริมความปลอดภัยและความมั่นใจขณะขับขี่

นิสสัน นาวาร่า แบล็ก อิดิชั่น 2019 (Nissan Navara Black Edition2019) ที่ปรับโฉมให้เข้ม ใส่ดีเทลเยอะ ปั้นรุ่นนี้ทำตลาดออกแบบภายนอกใหม่ ช่วยเสริมให้ตัวรถดูสปอร์ต แข็งเเกร่ง และทันสมัย ผ่านการตกแต่งภายนอกโทนสีดำด้วยชุดแต่ง บาคาร่า สูตรบาคาร่า

  • กระจังหน้าสีดำ 
  • กรอบไฟตัดหมอกสีดำ 
  • กระจกมองข้างสีดำตัดเส้นสีส้ม 
  • กันชนหลังสีดำ
  • บันไดข้างสีดำ
  • คิ้วล้อสีดำ 
  • มือจับประตูสีดำ 
  • สติ๊กเกอร์สามมิติดีไซน์ใหม่
  • เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ 

มีการเลือกใช้สีส้มมาผสมผสานเพื่อเพิ่มสีสันในส่วนของกันชนไฟหน้า กระจกข้าง และบันไดข้างภายในห้องโดยสาร มาพร้อมกับสีแบบทูโทน 

  • เบาะหนังสีดำพร้อมเดินตะเข็บสีส้ม
  • พวงมาลัยเดินด้ายสีส้ม
  • หัวเกียร์และแผงประตูหุ้มด้วยหนังแท้
  • หน้าจอแสดงผลการขับขี่ (เรือนไมล์) แบบ 3 มิติ 

นิสสัน นาวาร่า แบล็ก อิดิชั่น 2019 (Nissan Navara Black Edition2019) มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย

  • Nissan Navara King Cab CALIBRE E 6MT BLACK EDITION – รุ่นแค็บครึ่งยกสูง เกียร์ธรรมดา ราคา 790,000 บาท
     
  • Nissan Navara Double Cab CALIBRE E 6MT BLACK EDITION – รุ่น 4 ประตูยกสูง เกียร์ธรรมดา ราคา 877,000 บาท
     
  • Nissan Navara Double Cab CALIBRE EL 7AT BLACK EDITION- รุ่น 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ ราคา 950,000 บาท

ทั้ง 3 รุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล YD25 ขนาดความจุ 2,488 ซี.ซี. คอมมอนเรล 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน (VGS)  ให้กำลังสูงสุด 163 ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 403 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาทีนิสสัน นาวาร่า แบล็ก อิดิชั่น 2019 (Nissan Navara Black Edition 2019) มีให้เลือก 4 สี

  • สีแดง เบิร์นนิ่ง เรด Burning Red พร้อมสติ๊กเกอร์ดีไซน์พิเศษสีดำ
  • สีขาว ไวท์ เพิร์ล White Pearl พร้อมสติ๊กเกอร์ดีไซน์พิเศษสีดำ
  • สีเทา ทไวไลท์ เกรย์ Twilight Gray พร้อมสติ๊กเกอร์ดีไซน์พิเศษสีดำ
  • สีดำ แบล็ก สตาร์ Black Star พร้อมสติ๊กเกอร์ดีไซน์พิเศษสีดำ

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

Tesla Model Y รถ SUV ไฟฟ้าขนาดคอมแพกต์

Tesla Model Y ยืนยันเผยโฉม วันที่ 14 มีนาคม 2562 โดย Tesla Model Y จะเป็นรถ SUV ไฟฟ้า ขนาดคอมแพกต์ ใหญ่กว่า Tesla Model 3 รวมถึงราคาก็แพงกว่าเช่นกัน

Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ที่เปรียบเสมือนผู้สร้างอนาคตใหม่ให้กับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งแต่เดิมถูกรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปแย่งซีนมานานกว่า 100 ปี จนกระทั้งวันที่ Tesla เปิดตัว Tesla Roadster จากนั้นทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป ส่งผลให้มี Tesla Model S, Model X และ Model 3 ตามออกมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด Tesla Model Y ก็พร้อมเปิดตัววันที่ 14 มีนาคม 2562

ภาพ Tesla Model Y ตกแต่งด้วยคอมพิวเตอร์

โดย Tesla ModelY จะเป็นรถ SUV ไฟฟ้า ขนาดคอมแพกต์ ซึ่งวางตำแหน่งไว้ต่ำกว่า Tesla Model X เหมือนกับ Tesla Model 3 ที่ราคาถูกกว่า Model S และ Tesla ModelY ก็จะ Conventional กว่ารุ่นพี่ คือไม่มีประตู Falcon Wing เป็น Presentation ให้ดูหวือหวาเพื่อหั่นราคาเพื่อทำตลาดได้ Mass ขึ้น บาคาร่า สูตรบาคาร่า

โดย Elon Musk ได้ทวีตผ่าน Twitter ส่วนตัวว่า Tesla ModelY จะใช้แบตเตอรี่เหมือน Tesla Model 3 แต่ตัวรถจะใหญ่และแพงกว่าอยู่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัจจุบันราคา Tesla Model 3 เริ่มต้นที่ประมาณ 35,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.12 ล้านบาท

Tesla Model 3

ดังนั้น Tesla ModelY ราคาเริ่มต้นก็ไม่น่าจะเกิน 1.3 ล้านบาท สำหรับรุ่น Base ที่ยังไม่รวมรายการออปชั่นที่เตรียมให้ Add-on เข้าไปตามใจต้องการหากไม่กลัวว่าราคาอาจพุ่งไปแตะ 50,000 ดอลลาร์ ได้สบาย ๆ ซึ่งก็จะข้ามเส้นของรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกแบบไม่ทันตั้งตัว

ทั้งนี้หลังการเปิดตัว Tesla ModelY น่าจะเริ่มเดินสายการผลิตช่วงปลายปี 2019 ที่โรงงานขนาดมหึมาหรือ Gigafactory ร่วมกับ Tesla Model 3 (ใช้แพลตฟอร์มเดียวกัน) ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ด้วยกำลังการผลิต 250,000 คัน/ปี เพื่อจับตลาด Mass ให้ได้

เพราะปัจจุบันคู่แข่งทั้งแบรนด์เก่ายักษ์ใหญ่และแบรนด์เกิดใหม่รายย่อย ต่างก็ถาโถมเข้ามาสู่ยานยนต์ไฟฟ้ากันถ้วนหน้า เนื่องด้วย Trend ของ Zero Emission ดูจะเทไปทาง EV มากกว่า FCEV ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรอีกหรือไม่ บางครั้งการเปลี่ยนแปลงในอนาคตก็ยากเกินคาดเดา

จะว่าไปแล้ว… ต้องบอกว่า Elon Musk ทำสำเร็จในการเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบครบไลน์อัพ ” S E X Y “ แม้ว่า Tesla Model 3 จะเปลี่ยนชื่อจาก E เป็น 3 ก็ตาม โดยในปี 2014 นั้น Musk เคยบอกว่าเขามีรถ S สำหรับซีดาน และ X สำหรับครอสโอเวอร์แล้ว ดังนั้นเขาควรจะมีรถคันที่ 3 เป็นรถรุ่น E

แม้จะเปลี่ยนชื่อจาก Model E เป็น Model 3 แต่การเล่นตัวอักษรในเชิงงานออกแบบ มันก็ยังสามารถเล่นเป็นตัว E กลับด้านในทุกๆ ด้านได้อยู่ดี โดยเฉพาะในช่วงเปิดตัว Model 3 ในปี 2016 ที่เทสล่าเล่นตัวอักษร 3 เป็นสัญลักษ์เส้นนอน 3 เส้น (☰)… ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น S III X Y หรือ S ☰ X Y หรือแม้ว่า S 3 X Y  มันก็ยังอ่านว่าเซ็กซี่ได้อยู่ดี… และนี่คือรถรุ่นใหม่ล่าสุด Tesla Model Y รถที่เข้ามาเติมเต็มความหมายของคำว่า S E X Y ตามแบบฉบับของ Elon Musk

เทสล่าเปิดตัว Model Y แบบสตรีมมิ่งผ่านเว็บไซท์จาก Tesla’s design studio แคลิฟอร์เนีย ไปเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 14 มีนาคม 2019 ที่ผ่านมา มันถูกนิยามให้เป็นรถในกลุ่ม CUV (crossover utility vehicle) หรือรถครอสโอเวอร์ SUV ขนาดคอมแพคท์ 5+2 ที่นั่ง ตัวรถพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ Tesla Model 3 รวมทั้งงานออกแบบที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ภายนอกมีการเสริมภาพลักษณ์ในลักษณะรถลุยนิดๆ ด้วยการยกสูงและเติมโป่งข้างสีดำ ห้องโดยสารถอดแบบมาในลักษณะเดียวกัน ทุกรุ่นมากับเลย์เอาท์มาตรฐานแบบ 5 ที่นั่ง และมีออปชั่นเป็นเบาะแถว 3 ให้อีก 2 ที่นั่ง

การจำหน่ายแยกเป็น 4 รุ่นย่อย ประกอบด้วยเกรด Standard Range, Long Range RWD, Long Range AWD และ Performance โดย 3 รุ่นย่อยแรกจะมีอุปกรณ์พื้นฐานใกล้เคียงกัน เช่น ล้อ 18 นิ้วลาย Aero Wheels หรือ 19 นิ้วลาย Sport Wheels, จอไซส์แท๊บเลทขนาด 15 นิ้ว, เบาะแถว 3 สำหรับการนั่งเต็มพื้นที่ 7 ที่นั่ง (สั่งเป็นออปชั่น) ในขณะที่รุ่น Performance จะเป็นรุ่นเดียวที่มากับล้อขนาด 20 นิ้วลาย Performance Wheels

STANDARD RANGE

–   มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง
–   ชาร์จ 1 ครั้งวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 370 กม. (EPA)
–   อัตราเร่ง 0-100 กม. ภายใน 5 วินาที
–   ท๊อปสปีด 193 กม./ชม.
–   ราคาไม่ระบุ เริ่มผลิตปี 2021

LONG RANGE RWD

–   มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง
–   ชาร์จ 1 ครั้งวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 482 กม. (EPA)
–   อัตราเร่ง 0-100 กม. ใน 5.5 วินาที
–   ท๊อปสปีด 209 กม./ชม.
–   ราคาเริ่มต้นที่ 42,700 ดอลลาร์ หรือราว 1.35 ล้านบาท

LONG RANGE AWD

–   มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ all-wheel drive
–   ชาร์จ 1 ครั้งวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 450 กม. (EPA)
–   อัตราเร่ง 0-100 กม. ใน 4.8 วินาที
–   ท๊อปสปีด 217 กม./ชม.
–   ราคาเริ่มต้นที่ 46,700 ดอลลาร์ หรือราว 1.48 ล้านบาท

PERFORMANCE

–   มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ all-wheel drive
–   ชาร์จ 1 ครั้งวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 450 กม. (EPA)
–   อัตราเร่ง 0-100 กม. ใน 3.5 วินาที
–   ท๊อปสปีด 241 กม./ชม.
–   ราคาเริ่มต้นที่ 55,700 ดอลลาร์ หรือราว 1.77 ล้านบาท

ราคาทั้งหมดนี้เป็นราคาเริ่มต้นที่ไม่รวมออปชั่นต่างๆ (ตัวเลขราคาขอแปลงเป็นเงินไทยไปเลยนะครับ) เช่น ล้อ 19 นิ้วลาย Sport Wheels ราคา 4.8 หมื่นบาท, สีภายนอกราคาอยู่ในช่วง 6.4 – 8 หมื่นบาท, ชุดเบาะสีขาวสำหรับเล่นสีทูโทน 3.2 หมื่นบาท, เบาะแถวสาม 9.5 หมื่นบาท และชุดระบบช่วยขับ Autopilot ซึ่งจะแยกเป็น 2 แพคเกจ… แพคเกจแรกราคา 1.27 แสนบาท และแพคเกจที่ 2 ซึ่งเป็นการเพิ่มออปชั่นให้กับแพคเกจแรกราคา 2.22 แสนบาท

ดังนั้นรุ่นท๊อป Model Y Performance + ออปชั่นทุกประการ ราคาจำหน่ายจะจบที่ประมาณ 74,500 ดอลลาร์ หรือราวๆ 2.4 ล้านบาทครับ

และเช่นเดียวกับ Model 3 ผู้ที่รอซื้อ Model Y รุ่นราคาประหยัดจะต้องรอไปอีกอย่างต่ำๆ จนถึงต้นปี 2021 โดย Tesla Model Y เกรด Standard Range ขับเคลื่อนล้อหลัง รุ่น entry-level แบบไม่รวมออปชั่นความสวยงามใดๆ แต่ขอให้มีฟีเจอร์เด่นอย่าง Autopilot ราคาจำหน่ายจะ “ต่ำกว่า” 53,700 ดอลลาร์ หรือน้อยกว่า 1.7 ล้านบาทครับ (น่าจะอยู่แถวๆ 1.6 ล้านบาท เนื่องจาก Model 3 Standard เปลือยๆ ไม่มีออปชั่นตกแต่ง + Autopilot อยู่ที่ 1.4 ล้านบาท)

สำหรับรถทั้ง 3 เกรดที่จะเริ่มจำหน่ายก่อน ตัวรถจะพร้อมทำตลาดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือราวเดือนกันยายน 2019 นี้   

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

All-new Mitsubishi eK Cross และ eK Wagon เล็กแต่ไม่น่าเบื่อ

All-new Mitsubishi eK Cross และ eK Wagon เปิดรับจองในญี่ปุ่น แม้ยังคงเป็น K-Car ทรงกล่องที่คุ้นเคย แต่ญี่ปุ่นก็คือญี่ปุ่น บนพื้นที่เล็ก ๆ All-new Mitsubishi eKCross และ eK Wagon เปลี่ยนความจำเจให้หลากหลายได้ราวกับซูชิติดล้อ

All-new Mitsubishi eK Series 2019 คู่แฝด All-new Nissan Dayz เปิดรับจองในญี่ปุ่น 2 รุ่น ได้แก่ Mitsubishi eK Wagon และลุคใหม่ล่าสุด Mitsubishi eKCross ซึ่งทั้งคู่ไม่น่าจะมีวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ แต่ที่น่าสนใจ และเราอยากนำเสนอ นอกเหนือจาก “ความน่ารัก” คือ “แนวคิด” ของเคคาร์คันจิ๋ว ที่สะท้อนวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนญี่ปุ่น ได้ดีที่สุดอย่างหนึ่ง

ญี่ปุ่นก็คือญี่ปุ่น All-new Mitsubishi eK Series 2019 ภายใต้แนวคิดพอดีคำแบบ “ซูชิ” ไม่ต้องตกแต่งจัดวางให้หรูหรา แต่เน้นกันที่ตัววัตถุดิบ โดย Mitsubishi eK Wagon มาแบบเรียบง่าย ซึ่งดีไซน์จะไม่โดด (และไม่ใช่ปัญหาของคนญี่ปุ่น รถหลายรุ่นจืดมาก พื้นฐานดั้งเดิมเป็นแบบนี้) แต่บนพื้นที่อันจำกัดนั้น ได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานอย่างแท้จริง สังเกตได้ว่าเคคาร์แทบทุกรุ่น ภายในหลัก ๆ แล้ว ไม่ได้เปลี่ยนไปมาก ดูคล้ายกัน แต่ละแบรนด์แค่ใส่ลีลาของตนเองลงไป เพราะพื้นที่มีอยู่แค่นั้น

ส่วน Mitsubishi eK Cross เปรียบได้กับ “ซูชิ” แบบฟิวชั่น ที่ผสานความทันสมัยแบบคนรุ่นใหม่ ในลุค Crossover เป็นไทป์ล่สุดของ eK Series เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับสินค้าหมวดเดิม เหมือนผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่คุณจะสามารถพบเห็นได้ในญี่ปุ่น สินค้าประเภทเดียวกัน แต่มาพร้อมกับทางเลือก “มหาศาล” นั่นคือเจแปนนิสสไตล์ เป็นการพัฒนาสินค้าแบบไม่หยุดนิ่ง ผู้บริโภคยินดีใช้จ่ายและเลือกซื้อ เพื่อขับเคลื่อนกันไปทั้งระบบ บาคาร่า สูตรบาคาร่า

ซึ่งสำหรับ All-new Mitsubishi eK Series 2019 แล้ว Mitsubishi eKCross จึงอาจดูหวือหวา สนุกและ สะดุดตากว่า รวมถึงสีตัวถัง ก็ยังแบ่งเป็น ทู-โทน 5 คู่สี และโมโน-โทน 6 สี 

ขณะที่ Mitsubishi eK Wagon ใช้โทนสีสุภาพ 5 สี และแอบมีมุมหวานแหววให้ 2 สี เข้าใจว่าเน้นเอาใจสุภาพสตรีโดยเฉพาะ

สำหรับขุมพลัง Mitsubishi ไม่ได้ระบุสเปกไว้ แต่ด้วยความที่ All-new Mitsubishi eK Wagon และ eK Cross เป็นรถ K-Car จึงไม่น่าจะมีอะไรแปลกประหลาดไปกว่าเครื่องยนต์เบนซิน 660 ซี.ซี. แรงม้าน้อย ๆ เพียงพอเอาไว้ใช้งานในเมืองเป็นหลัก ซึ่งพัฒนาใหม่จับคู่กับเกียร์ CVT โดยในส่วนของ All-new Mitsubishi eKCross จะมีเวอร์ชั่น Hybrid ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ให้เลือก

นอกจากนี้ทาง Mitsubishi ยังเคลมด้วยว่า  All-new Mitsubishi eK Wagon ยังเป็นเคคาร์รุ่นแรก ที่ติดตั้งระบบช่วยขับขี่ มาให้ด้วยระบบ MI-PILOT (Mitsubishi Intelligent-PILOT) ซึ่งช่วยให้การขับขี่บนถนนไฮเวย์ (แบบทางเดียว) ได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยกล้องตรวจจับรถคันหน้า เพียงแค่ตอนนี้จะยังไม่ระบุรายละเอียดการทำงานของระบบดังกล่าว สามารถหยุดนิ่งและเคลื่อนที่อัตโนมัติได้หรือไม่

สำหรับ K-Car นั้น เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า Bigger นั้นไม่ได้ Better เสมอไป มันคือแนวคิดเดียวกับ “ซูชิ” อยู่ที่คุณภาพและความตั้งใจ อีกทั้งในความจำเจ ก็แปลกใหม่ได้เช่นกัน บนพื้นที่เล็ก แคบและค่อนข้างจำกัด ถ้าไม่ประหยัดไอเดีย แล้วสามารถทำอะไรได้มาก ซึ่งนั่นทำให้ K-Car คันจิ๋วยังดูน่าสนใจอยู่เสมอ

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

Hennessey Ranger VelociRaptor 2019 ดีกรี 350 แรงม้า

Hennessey Ranger VelociRaptor 2019 รถกระบะพันธุ์เหี้ยม กับความโหดขั้นกว่าของ Ford Ranger Raptor 2018 ผลงานจาก Hennessey สำนักแต่งบ้าพลัง ซึ่ง Hennessey Ranger VelociRaptor 2019 จะมีหลายระดับความฉุนเฉียวให้เลือกตั้งแต่ 270-350 แรงม้า ตามน้ำหนักของเท้าขวา

Hennessey Ranger VelociRaptor 2019 ใหม่ นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นอาวุธหนักของคนรักกระบะที่ชอบความรุนแรงและอาจถึงขั้นซาดิสม์ในการขับขี่เพื่อบด

ขยี้ทางฝุ่น ซึ่งปกติ Ford Ranger Raptor 2019 ก็โหดมากพออยู่แล้วสำหรับคนทั่วไป แต่ผลงานล่าสุดจาก Hennessey นี้ไปไกลกว่ามาก

ถ้าจะบอกว่า Hennessey Ranger VelociRaptor2019 ใหม่ คือ Ford Ranger Raptor 2019 ที่กลายพันธุ์ก็ไม่ผิดนัก ซึ่งเป็นการนำเอา Ford Ranger 2019 (ไม่ใช่เวอร์ชั่น Ranger Raptor) มาเข้ารับการดัดแปลง ตกแต่ง อัปเกรดเปลือกนอกเพิ่มเติมเข้าไปอีกหลายรายการ เช่น บาคาร่า สูตรบาคาร่า

  • ชุดกันชนหน้าใหม่พร้อมไฟ LED
  • แผงไฟ LED บนหลังคา
  • คิ้วกันกระแทกซุ้มล้อ
  • ล้ออัลลอยลายพิเศษ ขนาด 17 นิ้ว
  • ยาง All-Terrain ขนาด 285/70R17

ส่วนระบบกันสะเทือน Hennessey Ranger VelociRaptor2019 ติดตั้งชุดคิต Stage 1 ยกสูงขึ้น 4 นิ้ว ซึ่งทั้งหมดช่วยทำให้ตัวรถดูกดดัน ข่มขวัญ เจ้าอารมณ์กว่า Ford Ranger 2019 เดิม ๆ รวมถึง Ford Ranger Raptor 2019 ไปด้วยเลยก็ยังได้

และแน่นอน Hennessey Ranger VelociRaptor2019 ไม่ได้ดูฉุนเฉียวแค่คอสเพลย์ แต่ยังโหดขึ้นจริงด้วยซอฟต์แวร์เพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์เบนซิน EcoBoost 2.3 ลิตร เทอร์โบ (อเมริกันไม่นิยมซดดีเซลเท่าไร) อัปเกรดระบบกรองอากาศให้หายใจเข้าได้คล่องและคายออกผ่านชุดท่อไอเสียสเตนเลสใหม่ได้เร็ว ผลพวงที่ได้คือพละกำลังระดับ 270-350 แรงม้า (bhp) และแรงบิด 420-522 นิวตันเมตร ให้เลือกตามน้ำหนักเท้าของลูกค้า พร้อมเสียงโหด ๆ ไว้กล่อมประสาทเป็นอภินันทนาการ

สำหรับสนนราคาค่าตัวของ Hennessey Ranger VelociRaptor2019 ทั้งคัน ทาง Hennessey เรียกร้องไว้ที่ 64,950 ดอลลาร์ หรือราว 2.06 ล้านบาท แต่ถ้าอยากซื้อแยกเฉพาะชุดอัปเกรดแล้วไปติดตั้งกับ Ford Ranger 2019 (มีรถอยู่แล้ว) ด้วยตัวเองก็สามารถทำได้และจ่ายถูกกว่าที่ 19,950 ดอลลาร์ (6.3 แสนบาท) ซึ่งทั้งหมดจะจำกัดเพียง 500 ยูนิต เท่านั้น

หรือพูดง่าย ๆ ว่า Hennessey Ranger VelociRaptor2019 จะมีวิ่งได้มากสุดไม่เกิน 500 คัน น้อยกว่านี้ได้ แต่มากกว่าไม่ได้ พร้อมการรับประกัน 3 ปี หรือ 36,000 ไมล์ และปรับจูนบนไดโนเทส (เพื่อรับประกันว่าเป็นแรงม้าที่ได้ ไม่ใช่แรงโม้)

Ford Ranger 2019 สเปก US

ส่วน Ford Ranger 2019 ตัวถัง 4 ประตู Super Crew ขับ 4 ล้อ ระดับการตกแต่ง Lariat (สูงสุด) ในโชว์รูม Ford ติดป้ายราคาอยู่ที่ 38,385 ดอลลาร์ (1.2 ล้านบาท) ก็ต้องบอกว่าค่าใช้จ่ายในการปรับแต่งนี้ไม่ถูกเอาเสียเลย

ใครสนใจจะ Shipping ข้ามน้ำข้ามทะเลมาไทยก็ไม่ว่ากัน แต่อย่าลืมเอาเครื่องยนต์เบนซิน EcoBoost 2.3 เทอร์โบ บล็อกเดียวกับ Ford Mustang 2019 ติดมาด้วย เพราะ Ford Ranger 2019 ไทย ไม่เน้นบริโภคเบนซินเสียด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : kapook

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

Nissan Navara N-Warrior 2019 กระบะแต่งหล่อ จากฟิลิปปินส์

Nissan Navara N-Warrior 2019 กระบะแต่งรุ่นพิเศษสไตล์ฟิลิปปินส์ คล้ายกับ Nissan Navara Black Edition 2019 ของไทย ออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ของใครแจ่มกว่า

แต่งต่อไม่รอเปลี่ยนโฉม Nissan ฟิลิปปินส์ ก็คงไม่ต่างจากไทยที่ส่ง Nissan Navara Black Edition 2019 กระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ดูนิ่งเงียบจนเกินไปด้วยรุ่นพิเศษ ปรับนู่น เพิ่มนี่ ส่วนฟิลิปปินส์ก็จัด Nissan Navara N-Warrior 2019 ตามมาด้วยสไตล์ที่ใกล้เคียงกัน แต่ดูเหมือนของแต่งจะเยอะกว่าในรายละเอียด

ทั้งนี้ Nissan Navara N-Warrior2019 อาจดูแน่นและดุกว่า Nissan Navara Black Edition 2019 ของไทยเล็กน้อย ด้วยล้อลายใหม่ที่ต่างจากรุ่นปกติชัดเจน พ่นสีดำเงา Gloss Black ขนาด 18 นิ้ว การ์ดกันชนหน้า และครอบไฟหน้า-ไฟท้ายสีดำ กระจกมองข้างสีดำ Gloss Black และตัดด้วยแถบสีส้มในส่วนของกรอบไฟตัดหมอก บันใดข้างและแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ บาคาร่า สูตรบาคาร่า

ส่วน Nissan Navara Black Edition 2019 ของไทยจะได้คิ้วซุ้มล้อที่ดูโหดกว่า พร้อมสติกเกอร์ลายกราฟิกคาดรอบคัน ซึ่งถ้า Nissan ประเทศไทย ให้ล้อลายที่ดุขึ้นสักนิดน่าจะดี เพราะขนาดล้อ-ยาง เท่ากันแต่กลับดูเรียบร้อยเกินไป แต่ตระกร้าบนหลังคาและ ครอสบาร์เหล็กสีดำกระบะท้ายของ Nissan Navara N-Warrior2019 ไม่ได้เป็นอุปกรณ์มารฐาน อยู่ในรายการ Accessories ดังนั้นตัวรถเปล่าออกโชว์รูมก็จะดูเบาลงไปด้วยเหมือนกัน ถ้าไม่สั่งติดตั้งเพิ่ม

ขณะที่ภายในห้องโดยสารของ Nissan Navara N-Warrior2019 ตกแต่งไม่ต่างจาก Nissan Navara Black Edition 2019 ของไทยนัก แต่กรอบพลาสติกสีเงินซาติน เปลี่ยนเป็นลายคาร์บอนไฟเบอร์ ให้ความรู้สึกสปอร์ตกว่า นอกนั้นเบาะนั่งหุ้มหนังสีดำทั้งตัวเดินตะเข็บด้วยด้ายสีส้ม ขณะที่ไทยเป็นเบาะหนังดำ-ส้ม

อย่างไรก็ตาม Nissan Navara N-Warrior2019 รุ่นแต่งพิเศษของฟิลิปปินส์ดูจะเปิดกว้างกับทางเลือกที่วาไรตี้มากกว่าของไทย แม้จะมีเพียง 2 รุ่นหลัก ได้แก่

  • 2.5L 4×2 EL Calibre
  • 2.5 L 4×4 VL

แต่ทั้ง 2 รุ่นย่อยจะมีเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร (YD25 DDTI) ให้เลือกทั้ง 2 ระดับความแรง คือ 163 แรงม้า และ 190 แรงม้า รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ก็มีครบ ต่างจากไทยที่ Nissan Navara Black Edition 2019 มีเฉพาะ

  • Nissan Navara King Cab Calibre E เกียร์ธรรมดา 6 สปีด
  • Nissan Navara Double Cab Calibre E เกียร์ธรรมดา 6 สปีด
  • Nissan Navara Double Cab Calibre EL เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด

โดยทั้งหมดเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร (YD25 DDTI) 163 แรงม้า แบบเดียว ซึ่งเป็นไปได้ว่าต้องการดันยอดขายของ 3 รุ่นย่อยนี้ให้เพิ่มขึ้น จะมีก็เพียงสีตัวถังภายนอกของ Nissan Navara Black Edition 2019 ที่มีให้เลือกถึง 4 สี ขณะที่ Nissan Navara N-Warrior2019 ของฟิลิปปินส์ จัดให้เพียง 2 สี คือ

  • สีขาว Alpine White
  • สีเงิน Brilliant Silver

สำหรับราคาในส่วนของ Nissan Navara N-Warrior 2019 ทาง Nissan ฟิลิปปินส์ยังไม่อัปเดตบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ แต่ถ้าในไทย นอกเหนือจาก Nissan Navara Black Edition 2019 ที่ส่งรุ่นพิเศษออกมาช่วงนี้ ทางฝั่ง Mitsubishi ก็จะเตรียมนำ Mitsubishi Triton 2019 รุ่นตกแต่งพิเศษมาจัดแสดงที่งาน Motor Show 2019 แต่จะขายหรือเปล่า หล่อไหม ต้องรอดู

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

Toyota Aygo X-Trend 2019 รถเล็ก ดีไซน์แรง

Toyota Aygo 2019 รถเล็กดีไซน์แรง เพี่มรุ่นย่อย X-Trend ใหม่ ในยุโรป แฟชั่นจ๋า แต่งหน้าทาปากจัดจ้านกว่าทุกรุ่นย่อย โดย Toyota Aygo X-Trend 2019 ใหม่ จะเป็นรุ่นย่อยแทรกกลาง ราคาไม่ถูกไม่แพง

หลังจากปรับโฉมไปเมื่อช่วงต้นปี 2018 ยังไม่ทันข้ามปี Toyota Aygo 2019 รถเล็กขนาดซูเปอร์มินิก็ตัดสินใจเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ให้ลูกค้าชาวยุโรปได้เลือกเพิ่มอีกหนึ่งรุ่น คือ Toyota Aygo X-Trend 2019 แทรกอยู่ตรงกลาง แต่งาน Makeup นั้นต้องบอกว่าจัดจ้านและคัลเลอร์ฟูลกว่าในแบบที่ตัวท็อปสุดก็ให้ไม่ได้ บาคาร่า สูตรบาคาร่า

ทั้งนี้ Toyota Aygo X-Trend2019 ใหม่ ยังคงมีหน้าตาเหมือนหมีแพนด้า ด้วยด้านหน้า X-Shaped เหมือนรุ่นอื่น ๆ แต่มีสีตัวถังให้เลือกมากที่สุดรวม 6 สี ได้แก่

  • สีแดง Red Pop
  • สีขาว White Flash
  • สีฟ้า Cyan Splash
  • สีเงิน Silver Splash
  • สีเทา Electro Grey
  • สีดำ Bold Black

ส่วนความแตกต่างในเรื่องของการตกแต่งนั้น Toyota Aygo X-Trend2019 จะมาในสไตล์เดียวกับ Toyota Yaris Ativ 2018 ของไทย คือการเบรกสีตัวถังหลักในบางจุดด้วยสีที่แตกต่าง เช่น ขอบด้านในช่องดักอากาศกันชนหน้า, ขอบกันชนท้าย, คิ้วกันกระแทกด้านข้าง และฝาครอบกระจกมองข้าง แต่จะเป็นสีแดงหรือดำขึ้นอยู่กับสีตัวถังหลักที่เลือก รวมถึงล้ออัลลอยลาย 8 ก้าน ปัดขอบ ขนาด 15 นิ้ว ไม่เหมือนกับรุ่นย่อยอื่น บาคาร่า สูตรบาคาร่า

สำหรับทางด้านภายใน Toyota Aygo X-Trend2019 ยังคงเหมือนรุ่นย่อยอื่น ที่ไม่เน้นการตกแต่งหรูหรา เนื่องจากเป็นรถราคาต่ำ แต่ Toyota ยุโรปแสดงให้เห็นว่า “เงื่อนไขของราคา” ไม่ใช่ข้อจำกัดที่ทำให้รถดู Look Cheap ด้วยการออกแบบภายในให้สนุกมีลีลา วัสดุอาจไม่แพงแต่แฝงลูกเล่นไว้เยอะ (แม้หลายรายการเป็นอุปกรณ์เสริม) นี่คือสิ่งที่น่าประทับใจและแทบไม่ค่อยได้เห็นในรถราคาประหยัดที่จำหน่ายในไทยมากนัก

ทางด้านขุมพลัง Toyota Aygo X-Trend2019 มีเครื่องยนต์เบนซินขนาดเดียว คือแบบ 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 99 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 15.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. ผ่านมาตรฐานมลพิษระดับ Euro 6

เมื่อรวมรุ่นย่อยใหม่แล้ว ปัจจุบัน Toyota Aygo 2019 ในอังกฤษ จะมีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นย่อย ได้แก่

  • X ตัวถัง 3 ประตู                       ราคา 9,295 ปอนด์ (3.9 แสนบาท)
  • X ตัวถัง 5 ประตู                       ราคา 9,995 ปอนด์ (4.2 แสนบาท)
  • X-Play ตัวถัง 5 ประตู              ราคา 11,375 ดอลลาร์ (4.77 แสนบาท)
  • X-Trend ตัวถัง 5 ประตู            ราคา 12,710 ดอลลาร์ (5.33 แสนบาท)
  • X-Cite ตัวถัง 5 ประตู               ราคา 12,975 ดอลลาร์ (5.44 แสนบาท)
  • X-Clusiv ตัวถัง 5 ประตู           ราคา 13,895 ดอลลาร์ (5.83 แสนบาท)

*ราคาเริ่มต้นเกียร์ธรรมดาและไม่รวมอุปกรณ์เสริม

ส่วนคู่แข่งของ Toyota Aygo 2019 ในยุโรป ซึ่งใกล้เคียงกับที่ไทยเคยมีจำหน่ายนั้นคือ Kia Picanto ที่ไปได้ไม่ค่อยดีในตลาดเมืองไทยนัก หรือแม้ต่อให้เป็น Toyota Aygo เอง ก็ไม่แน่ใจว่าหากมีทำตลาดในไทยจะได้รับความนิยมมากแค่ไหน เพราะขนาดค่อนข้างเล็กมากอาจไม่ถูกจริตคนไทยส่วนใหญ่เท่าไรนัก

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

Mercedes-Benz GLC Coupe 2019 คู่ปรับ BMW X4

Mercedes-Benz GLC Coupe 2019 ใหม่ คู่ปรับ BMW X4 อัปเดตหน้าตา ให้ MBUX มาเป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวก โดยขุมพลัง มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีรุ่น Mercedes-Benz GLC 250 4MATIC แบบที่จำหน่ายในไทยอีก

การตกแต่ง AMG Line สีตัวถัง Designo Hyacinth Red Metallic Mercedes-Benz เปิดตัว Mercedes-Benz GLC Coupe รุ่นปรับโฉมใหม่ สำหรับปี 2019 อัปเดตหน้าตาคล้าย Mercedes-Benz GLC 2019 ซึ่งโดยรวมแล้ว เปลี่ยนไปไม่มาก แต่รับรองว่า ไม่เหมือนเดิม เพราะ Mercedes-Benz GLC Coupe2019 ใหม่ จะเป็นอะไร ที่ทันสมัย ด้วยระบบ MBUX ที่มี AI แสนฉลาด รู้ใจ คอยอำนวยความสะดวก บาคาร่า สูตรบาคาร่า

          สำหรับดีไซน์ใหม่ของ Mercedes-Benz GLC Coupe2019 ไม่ต่างจากโฉมเดิมนัก ด้วยชุดไฟหน้าที่เปลี่ยนไป คล้าย Mercedes-Benz GLC 2019 กับกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูกลับเอาด้านกว้างลงข้างล่าง กันชนหน้าใหม่ ส่วนด้านท้ายปรับรายละเอียดภายในโคมไฟพอให้เป็นจุดสังเกต

ระดับการตกแต่ง AMG Line หนัง Designo สี Platinum White Pearl/Black          ส่วนภายใน Mercedes-Benz GLC Coupe2019 ก็ไม่ได้ปรับอะไรมาก แต่ในต่างประเทศเพิ่มสกิมสีใหม่ Magma Grey พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันออกแบบใหม่ มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่น ดูหรูหราไฮเทคขึ้น ติดตั้งปุ่มควบคุม Active Distance Assist DISTRONIC (ขับตามรถคันหน้า)

          และเพิ่ม Touch Control (ปุ่มสัมผัสไว้เขี่ย ๆ แบบในโทรศัพท์ BlackBerry สมัยก่อน) สำหรับควบคุมแผงอุปกรณ์และระบบอินโฟเทนเมนต์ โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องปล่อยมือจากพวงมาลัย ส่วน Touchpad ตรงคอนโซลกลางก็ยังมีอยู่นั้น ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ทำหน้าที่แทนปุ่มหมุน ๆ กด ๆ ด้วย เพราะจะไม่มีใน Mercedes-Benz GLC Coupe2019 แล้ว

          แน่นอนว่าระบบ MBUX เวอร์ชั่นล่าสุด ถูกติดตั้งมาให้สำหรับ Mercedes-Benz GLC Coupe2019 เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และขยายขอบเขตการเรียกใช้งานไว้ถึง 5 รูปแบบ ได้แก่

          – สัมผัสที่กลางหน้าจออินโฟเทนเมนต์

          – ด้วยปุ่ม Touch Control บนพวงมาลัย

          – Touchpad บนคอนโซลกลาง

          – Gesture Control (เรียกใช้ด้วยท่าทาง แต่เป็นออปชั่น)

          – ด้วยคำสั่งเสียง “Hey Mercedes”

          ทางด้านขุมพลัง Mercedes-Benz GLC Coupe2019 มีทางให้เลือกทั้งหมด 5 แบบ คือ 2 เบนซิน 3 ดีเซล ดังนี้

          – GLC 200 4MATIC เครื่องยนต์เบนซิน ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า และแรงบิด 320 นิวตันเมตร พร้อมบูสต์ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EQ Boost) ที่ให้ Output เพิ่มอีก 10 กิโลวัตต์ และแรงบิด 150 นิวตันเมตร

          – GLC 300 4MATIC เครื่องยนต์เบนซิน ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า และแรงบิด 370 นิวตันเมตร พร้อมบูสต์เพิ่มด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EQ Boost) ที่ให้ Output เพิ่มอีก 10 กิโลวัตต์ และแรงบิด 150 นิวตันเมตร

          – GLC 200 d 4MATIC เครื่องยนต์ดีเซล ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า และแรงบิด 360 นิวตันเมตร

          – GLC 220 d 4MATIC เครื่องยนต์ดีเซล ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร

          – GLC 300 d 4MATIC เครื่องยนต์ดีเซล ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร

          ขณะที่ระบบกันสะเทือนของ Mercedes-Benz GLC Coupe 2019 จะได้ Sports Suspension แบบ Adaptive เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่ระบบควบคุมแชสซีส์ DYNAMIC BODY CONTROL จะเป็นออปชั่น เช่นเดียวกับระบบ AIR BODY CONTROL พร้อมสปริงลม หากต้องการความสบาย และความสปอร์ตไปพร้อม ๆ กัน ก็มีให้เลือก เป็นออปชั่นสั่งติดตั้งเพิ่มได้แล้ว

          คาดว่า Mercedes-Benz ประเทศไทย น่าจะมีการอัปเดต Mercedes-Benz GLC Coupe 2019 ในไม่ช้า เพราะคู่แข่งอย่าง BMW ได้เปิดตัว All-new BMW X4 xDrive20d M Sport ไปเมื่อก่อนปลายปี ที่ผ่านมา ในแบบนำเข้า (CBU) ราคา 3.999 ล้านบาท ส่วน Mercedes-Benz GLC 250 4MATIC Coupe AMG Plus จำหน่ายในราคา 4.09 ล้านบาท ยังเป็นโฉมเดิม

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME