Slipper Clutch เทคโนโลยีรุ่นเก่า สู่ตัวรุ่นใหม่

วันนี้จะพาทุกคน มารู้จักกับเทคโนโลยีรุ่นเก๋า ที่ถูกพัฒนา และติดตั้งไว้บนรถรุ่นใหม่ ที่เรีกยกว่าระบบ Slipper Clutch สำหรับบรรดาสาวกบิ๊กไบค์ หลายต่อหลายคน คงทราบกันดีหรือเคยได้ยินอยู่แล้ว เกี่ยวกับระบบนี้ แต่คุณทราบถึงหน้าที่ และวิธีการใช้งานที่แท้จริง ของสลิปเปอร์คลัชที่แท้จริงหรือไม่ และระบบนี้มีดีอย่างไร ถึงถูกนำมาติดตั้ง และใส่เข้าไปในรถรุ่นใหม่ๆ ดังนั้นมาดูกัน

สลิปเปอร์คลัชในรถรุ่นเก่า

SlipperClutch มีไว้ทำไม เทคโนโลยีรุ่นเก่าที่มีในรถรุ่นใหม่

สำหรับเทคโนโลยี หรือระบบสลิปเปอร์คลัชนั้น สาวกบิ๊กไบค์บางคนคงเคยได้ยิน ชื่อของมันและพอรู้ว่า มันอยู่ตรงจุดในของรถ แต่สำหรับบางท่าน ยังคงสงสัย และกำลังอยากหาคำตอบสำหรับระบบสลิปเปอร์คลัช ที่เป็นเทคโนโลยีรุ่นเก่า ที่เรียกได้เลยว่าเก๋าอย่างมาก เพราะมันดันถูกติดตังลงในรถรุ่นใหม่ ดังนั้นมาดูกันว่าหน้าที่ และความมหัศจรรย์ ของเจ้าอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีตัวนี้ มีอะไรบ้าง และทำหน้าที่ ที่โดดเด่นอย่างไร

 

การทำงานของระบบสลิปเปอร์คลัช

โดยการทำงาน หรือระบบการทำงานของสลิปเปอร์คลัชนั้น มีการทำงานที่ไม่ยุ่งยากโดยหน้าที่ของมันนั้นคือ “การป้องกันล้อล๊อค” จากการทำงานของระบบ EngineBreak หรือการเชนเกียร์ในระยะเวลารวดเร็ว และในขณะรอบเครื่องสูงๆ ซึ่งโดยปกติ หากเราทำการเชนเกียร์หรือถอนเกียร์อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งปล่อยคลัตช์โดยทันทีล้อรถจะเกิดอาการล๊อคด้วยผลจากทำงานของระบบ EngineBreak สำหรับรถที่ไม่มีระบบสลิปเปอร์คลัชซึ่งเกิดจากการที่ไม่มีการจับผ้าคลัตช์นั้นเอง ซึ่งจะพบบ่อยในรถจักรยานยนต์ธรรมดา 

 
สลักของ Slipper-Clutch

 

สลักของ Slipper-Clutch

ซึ่งการทำงานของระบบสลิปเปอร์คลัชนั้นเมื่อผู้ขับขี่ทำการเชนเกียร์ หรือกำลังใช้งานของระบบ EngineBreak รถมีระบบสลิปเปอร์คลัช จะทำงานโดยในตัวระบบจะมีสลักที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในกรณีที่มีการปล่อยคลัตช์อย่างรวดเร็ว โดยเจ้าสลักนี้จะทำหน้าที่ในการผลักแผ่นคลัตช์เล็กน้อยเพื่อช่วยให้อาการของล้อล๊อคนั้นลดลง พร้อมทั้งลดปัญหาอาการท้ายสบัดเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ในขณะที่ผู้ขับขี่นั้นต้องการเชนเกียร์และใช้ระบบ EngineBreak เพื่อลดความเร็วของรถ

สำหรับระบบสลิปเปอร์คลัชในอดีตถูกใช้ในรายการการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ เช่น MotoGP ซึ่งในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบผู้ขับขี่และนักแข่งจะต้องมีการเชนเกียร์ลงมาในระดับที่ต่ำ จนเกิดแรงเฉี่อยจาก EngineBreak อย่างมหาศาลแน่นอนในการแข่งขันแต่ละโค้ง อย่างไรก็ตามเพราะมีระบบ SlipperClutch นี้เองที่ทำให้นักแข่งหลายต่อหลายคนนั้นสามารถเชนเกียร์ได้ในระดับทารุณอย่างมากได้อย่างปลอดภัยและสามารถทำเวลาการแข่งขันจนจบรายการได้

อย่างไรก็ตามระบบสลิปเปอร์คลัช (SlipperClutch) ถูกนำมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ที่ต้องมีและติดตั้งไว้ในรถ Bigbike หรือ Sportbike ในยุคปัจจุบันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในรถคลาส 150cc. 300cc. ก็ยังมีการติดตั้งระบบสลิปเปอร์คลัช ให้ได้ใช้งานกันแล้ว เพื่อเพิ่มความสลายของผู้ใช้งาน ถึงแม้จะไม่มีบทบาทในการทำงานมากเท่าไหร่ เหมือนกับรถ ที่มีซีซีสูงอย่างๆ Sportbike ก็ตาม แต่สำหรับในรถที่มีซีซีสูงๆ ทุกคนคงอุ่นใจได้เลยเพราะรถของคุณที่ได้มีการติดตั้ง ระบบสลิปเปอร์คลัชลงไปแล้ว ไม่ต้องกังวล ในเรื่องของการใช้ EngineBreak เลยเพราะรถของคุณ จะไม่เกิดเหตุการณ์ล้อล็อคอย่างแน่นอน

ระบบสลิปเปอร์คลัทช์ ถือเป็นระบบกลไก ที่มีผลต่อการติดสินใจ ในการเลือกซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ในปัจจุบันมากรองลงมาจาก ระบบ ABS, แทร็คชันคอนโทรล, และโช้กหน้าหัวกลับ แต่เชื่อหรือไม่ว่า มีน้อยคนนัก ที่จะรู้จักว่าเจ้าระบบาลิปเปอร์คลัทช์นี้ ทำมาเพื่ออะไร และมันมีดียังไงกันแน่ ดังนั้นในวันนี้ เราจะมาไขข้อสงสัยเก่ี่ยวกับเรื่องนี้กันครับ

2018-motogp-sepang-winter-test-05
และสำหรับจุดประสงค์ ในการติดตั้งชุดสลิปเปอร์คลัทช์ก็คือ “ถูกออกแบบมาเพื่อลดเอนจิ้นเบรก ที่ส่งมายังล้อหลัง ตอนเชนจ์เกียร์ลงหนักๆ เพื่อป้องกันอาการล้อหลังล็อค โดยอาศัยการผ่อนแรงจับ หรือแรงกดของผ้าคลัทช์”

clutch-digram-01
โดยหากถามถึงหลักการ เราอยากให้เพื่อนๆ ย้อนกลับไปอ่านบทความก่อนหน้า ที่เราได้อธิบายเกี่ยวกับ “ระบบกลไกและการทำงานของชุดคลัทช์ในรถมอเตอร์ไซค์” กันก่อน และถ้าอ่านเสร็จแล้ว เราก็มาเริ่มกันเลยครับ

Kawasaki-ZX-6R-slipper-clutch-Image-source-All-About-Bikes-2
และจุดแตกต่าง ของชุดสลิปเปอร์คลัทช์ เมื่อเทียบกับระบบสลิปเปอร์คลัทช์ธรรมดาก็คือ การที่ตัวเรือนคลัทช์ตัวนอก กับเรือนคลัทช์ตัวใน (ฝากดคลัทช์) จะมีการทำบ่าเฉียงทางเดียวด้านในไว้ เกี่ยวกันอยู่ เพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง ซึ่งเจ้าบ่าเฉียงตัวนี้ คือกุญแจสำคัญ ที่ทำให้เกิดการสลิปเปอร์ หรือคลัทช์ไม่จับกันเต็มที่ เหมือนผู้ขี่ตั้งใจอมคลัทช์ขึ้นมา บาคาร่า สูตรบาคาร่า

slip-and-assist-clutch-Image-source-www.motorcycle.com
กล่าวคือ เมื่อเราเชนจ์เกียร์ลงหนักๆ เอนจินเบรกของเครื่องยนต์ จะส่งแรงบิดสวนทางกับทิศการหมุน ของเฟืองเกียร์ ที่ส่งกำลังต่อไปยังล้อหลัง ทำให้บ่าเฉียง ที่ออกแบบเอาไว้พยายามเฉือนกันออก ตามแรง ที่เกิดขึ้น จึงส่งผลให้เรือนคลัทช์ตัวใน กับตัวนอก(ฝาคลัทช์)ถ่างออกจากกัน และลดแรงเอนจิ้นเบรก จากเครื่องยนต์ไม่ให้ส่งไปยังล้อหลัง เพราะผ้าคลัทช์ไม่ได้จับกันเต็ม เหมือนปกติ

Assist_Slipper-Clutch_resize
นอกจากนี้ ตัวเฟืองเฉียงดังกล่าว ยังให้ผลพลอยได้ อีกอย่างคือ เมื่อเราเปิดคันเร่ง เพื่อให้เครื่องยนต์หมุน ส่งแแรงบิดผ่านเฟืองเกียร์ ไปขับล้อหลัง ตัวเฟืองเฉียงในเรือนคลัทช์ ที่ว่าก็จะทำหน้าที่สลับกัน กับตอนเชนจ์เกียร์ คือยิ่งเครื่องยนต์หมุนแรงมากขึ้นเท่าไหร่ เฟืองเฉียงก็จะยิ่งเกียวกัน แน่นมากขึ้นเท่านั้น และส่งผลให้คลัทช์กดกัน แรงมากขึ้น ดังนั้นทางวิศวกรจึงสามารถลดจำนวนสปริง หรือความแข็งของสปริงคลัทช์ลงได้

ทำให้ผู้ขี่ใช้แรง ในการกำคลัทช์น้อยลง หรือก็คือก้านคลัทช์ จะนิ่มนวลขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

Pon-Triumph-Speed-Twin_06
นั่นจึงเท่ากับว่า นอกจากระบบสลิปเปอร์คลัทช์ จะมีส่วนสำคัญในเรื่อง การเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถ เพราะมันช่วยป้องกัน การล็อคของล้อหลังตอนเชนจ์เกียร์ มันยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ในการใช้งานตอนเดินทาง ในเมืองอีกด้วย เพราะผู้ขี่ไม่จำเป็นต้องใช้แรง ที่นิ้วเพื่อคลอคลัทช์เยอะ เหมือนกับรถมอเตอร์ไซค์ ที่ยังใช้ชุดคลัทช์ แบบธรรมดาอยู่นั่นเอง

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *