ทายนิสัย ไบค์เกอร์ จากประเภทบิ๊กไบค์

เพราะความชอบ Bigbike ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนที่บ้านอาจมีรถสปอร์ตจอดทิ้งไว้ แล้วขับสกู๊ตเตอร์ออกไปทำงาน หรือบางคน ที่บ้านอาจไม่มีมอเตอร์ไซค์ แต่ใจอาจชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ก็ไม่ผิด เราลองมา ทายนิสัย กันว่ารถแต่ละประเภท มีลักษณะอย่างไร และจะตรงตามนิสัยคนเลือกหรือไม่

รถแบบ Sport Bike

รถบิ๊กไบค์แบบทรงสปอร์ต ปัจจุบันจะได้รับความนิยม เพราะชื่อประเภท ก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าต้องเร็ว แรง ซึ่งหลายๆ ค่ายต่างผลิต และใส่นวัตกรรมใหม่ๆ เอาใจคนชอบความเร็วประกอบกับรูปทรงที่ดูแข็งแรง 
คนที่ชอบรถประเภทนี้ ต้องรักทั้ง 2 สิ่ง และเป็นคนที่กล้าได้ กล้าเสียพอสมควร มั่นใจในตัวเอง สุขุม เยือกเย็น เรียบร้อยแต่ดูดี แฝงความดื้อรั้นไว้นิดๆ ไม่ชอบรีรอ แต่ถ้าหากชื่นชอบความเร็วแล้ว ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ของเพื่อนร่วมทาง และคนซ้อนด้วยนะ
ทายนิสัย

รถแบบ Naked Bike

รถบิ๊กไบค์แนวกึ่งสปอร์ตที่กำลังนิยม ทรงเท่ จะไม่มีแฟริ่งห่อหุ้มด้านข้าง และตัวเครื่องจะออกแนวเปลือย ลักษณะของแฮนด์จะสูงกว่าเบาะ Naked เป็นมอเตอร์ไซค์ทรงดิบๆ คือ ดูดุ ไม่เรียบร้อยมากนัก โชว์ชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์  บาคาร่า สูตรบาคาร่า
ทายนิสัย คนที่ชอบรถประเภทนี้ จะชอบอะไรลุยๆ ไม่เรื่องมาก ออกจะนอกกรอบ ไม่ชอบให้ใครสั่ง พร้อมเมื่อไหร่ก็ออกลุยได้ทันที ที่สำคัญรถต้องสวย พร้อมที่จะขับออกเที่ยวอวดคนอื่นได้ บาคาร่า สูตรบาคาร่า
ทายนิสัย

รถแบบ Cruiser

รถบิ๊กไบค์แบบครุยเซอร์ หรือคัสตอม หรือเรียกอีกอย่างว่าชอปเปอร์ เป็นรถทรงคลาสสิก ตัวถังเปลือยไม่มีแฟริ่งหุ้ม เพื่อเน้นโชว์ ความเงางาม ของชิ้นส่วนเครื่องยนต์ 
ทายนิสัย คนที่ชอบรถประเภทนี้ จะดูมีระเบียบ และชอบอะไร ที่ดูคลาสสิก เน้นการขับขี่สบายๆ ไม่ปรู๊ดปร๊าดค่อยเป็นค่อยไป ซ้อนคู่ก็ไม่อึดอัด ขับไปคนเดียวก็ขอให้เท่ ดูดี 
ทายนิสัย

รถแบบ Touring

รถบิ๊กไบค์ประเภททัวริ่ง เป็นรถมอเตอร์ไซค์ ประเภทวิ่งระยะทางไกล ให้ความสะดวกสบาย ด้วยเบาะนั่งขนาดใหญ่ ทั้งผู้ขี่และผู้ซ้อน 
คนที่ชอบรถประเภทนี้ จะรักการท่องเที่ยวผจญภัยเป็นพิเศษ ว่างเมื่อไหร่เป็นออกทริป เน้นขับขี่แบบสบายๆ แต่แรงทันใจ กล้าลงทุน กล้าทุ่ม รักอิสระ ชอบค้นหาอะไรใหม่ๆ ใครขับประเภทนี้ อาจจะต้องมีเงินเก็บเยอะสักนิดนึงนะคะ เพราะถ้ามีรถประเภทนี้ จะจอดเฉยๆ อยู่บ้านก็คงน่าเสียดาย ขับออกไปใช้งานให้เหมาะกับประเภท จะได้คุ้ม 
รถประเภท Big Scooter
 
รถบิ๊กไบค์ประเภทบิ๊กสกู๊ตเตอร์ ปัจจุบันมีหลากหลายค่ายต่างผลิต จับนวัตกรรมบิ๊กไบค์ สอดแทรกให้กับรถที่ไม่มีเกียร์ เพิ่มแรงม้า และสมรรถนะให้เทียบเท่า แถมฟังก์ชันและความสะดวกสบาย รูปทรงอาจดูใหญ่ แต่มีพื้นที่เก็บของได้มาก เหมาะกับคนที่เบื่อรถติดและต้องคอยเปลี่ยนเกียร์ 
คนที่ชอบรถประเภทนี้ จะเป็นคนที่ชอบอะไรง่ายๆ สบายๆ เน้นขับไกลๆ ไม่เมื่อย รถไม่ต้องแต่งมาก แต่ขอให้ดูดี เป็นคนรักครอบครัว แต่ถ้ามีรถคันใหญ่ ราคาแพงก็ขอเน้นรถที่แรงนิดนึง ไม่ค่อยเรื่องมาก เป็นคนง่ายๆ ถึงไหนถึงกัน และเป็นคนมีน้ำใจ สามารถพึ่งพาได้ในยามคับขัน

รถประเภทอื่นๆ 

รถบิ๊กไบค์ประเภทอื่นๆ นอกเหนือจากกลุ่ม ที่ได้รับความนิยมในตลาด ในแต่ละประเทศ แต่ละที่ก็มีการเรียกที่แตกต่างกันไป เพราะด้วยการผสมผสานรถ โดยจับข้อดี และจุดเด่นของรถแต่ละประเภทมาผสม ปั้นเป็นรุ่นใหม่ๆ ให้ผู้ใช้ได้มีตัวเลือกเพิ่ม  เช่น แบบ Motard, Multi Purpose, Enduro เป็นต้น
คนที่ชอบรถนอกเหนือไปจากประเภทที่นิยม อาจเป็นเพราะคุณ เป็นคนไม่ชอบตามใคร และชอบชีวิตแบบสันโดษ เป็นตัวของตัวเองสูง แต่ถึงเวลาที่ต้องออกลุย คุณก็พร้อมไปได้ทุกที่เหมือนกัน 
ความชื่นชอบแต่ละคน อาจจะแตกต่างกัน และรถแต่ละประเภท ต่างก็มีข้อดีข้อเสีย ซื้อมาแล้วก็ใช้ให้เหมาะกับประเภทนั้นๆ ใครที่ชอบสไตล์ไหน แบบไหน ควรศึกษาและเลือกให้เหมาะกับเรา วิเคราะห์พิจารณา ถึงประโยชน์ว่า เราเน้นการใช้งานแบบไหน เพราะรถมันจะอยู่กับคุณไปอีกนานค่ะ 
  • บิ๊กไบค์แต่ละประเภทสามารถบอกไลฟ์สไตล์การขับขี่ได้ทั้งยังสามารถบอกนิสัยผู้ขับขี่ได้ 
  • ผู้ที่ชอบขับขี่รถสปอร์ตไบค์ มีแนวโน้มเป็นคนที่มั่นใจตัวเอง สุขุม
  • ผู้ที่ชอบขับขี่รถเน็คเก็ดไบค์มีแนวโน้ม จะเป็นคนลุยๆ ไม่เรื่องมาก
  • ผู้ที่ชอบขับขี่รถทัวริ่งไบค์มีแนวโน้มจะชอบการท่องเที่ยวผจญภัย
  • ผู้ที่ชอบขับขี่รถเรโทรล คลาสสิก มีแนวโน้มจะเป็นคนเจ้าระเบียบ
  • ผู้ที่ชอบขับขี่รถ Big Scooter มีแนวโน้มเป็นคนรักครอบครัว มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือ
สำหรับมือใหม่ อที่กำลังคิดจะซื้อบิ๊กไบค์ถ้าหากยังไม่มั่นใจ ก็ลองศึกษากันได้ในบทความ มือใหม่อยากซื้อบิ๊กไบค์คันแรก?  การเลือกบิ๊กไบค์คันแรกให้เหมาะกับตัวเอง อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ช่วยให้คุณค้นหาตัวตนได้ค่ะ

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

5 สิ่ง ไม่ควรทำขณะ ขี่รถมอเตอร์ไซค์

รถมอเตอร์ไซค์ นับเป็นยานพาหนะ ที่สะดวกสบาย โดยเฉพาะระยะหลังมานี้ การจราจรติดขัดมาก การเดินทางด้วยรถยนต์ ค่อนข้างลำบาก ซึ่งผู้เขียนเองก็หันมาพึ่ง ขี่รถมอเตอร์ไซค์ เวลาเดินทาง ในชีวิตประจำวัน มากยิ่งขึ้น 

ขี่รถมอเตอร์ไซค์
หลังจากที่ได้หันมา ขี่รถมอเตอร์ไซค์ มากขึ้นนั้น บ่อยครั้งก็เริ่มรู้สึกว่า นอกจากรถยนต์บางคันที่ขับกับแบบไร้ระเบียบแล้ว
ส่วนของรถมอเตอร์ไซค์เองนั้น บางคันก็ขับขี่กันแบบ ไม่เคารพกฏหมายจราจร หรือประมาทกันมากขึ้น ด้วยสมรรถนะของรถ ที่ดีขึ้นจากสมัยก่อน
ทำให้การขับขี่เร่งได้ทันใจมากขึ้น จึงใช้ความเร็วสูงๆ แม้ในสภาพการจราจรแออัดก็ตาม 
อีกสิ่งหนึ่ง
ที่ยังคงเห็นผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์หลายคน ทำกันก็คือ การไม่เตรียมพร้อมในการขับขี่รถ ซึ่งนอกจากผิดกฏหมายแล้วยังจะก่อให้เกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุขึ้นได้
งั้นมาดู 5 สิ่งที่มักจะเห็นผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บนท้องถนน ชอบทำกัน จะมีพฤติกรรมแบบไหนบ้าง และตรงกับตัวเราหรือไม่  บาคาร่า สูตรบาคาร่า 

1. ไม่ใส่หมวก 

ขี่รถมอเตอร์ไซค์
ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่สวมหมวกกันน็อค น่าจะเป็นอาการลำดับต้นๆ ติด Top Hit ของผู้ไม่รักตัวเองก็ว่าได้ครับ การใส่หมวกกันน็อคนั้น เพื่อรักษาศีรษะของเราเอง ไม่ใช่ของคนอื่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุ การใส่หมวกกันน็อคนั้น จะทำให้อาการจากหนักกลายเป็นเบาได้ และหากเลือกหมวกที่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นหมวกใน หรือจะซื้อหิ้วมาจากต่างประเทศก็ตาม ขอให้เป็นแบรนด์ที่ได้มาตรฐานใส่เถอะครับ และหากเลือกเป็นแบบ “เต็มใบ” ก็จะยิ่งดี เพราะบางครั้งเมื่อขับขี่ตามหลังรถบรรทุก มักมีเศษหินตกลงมาอาจจะ “ดีดเข้าตา” หรืออาจมีฝุ่นผงทำให้ระคายเคืองตา และทำให้ความสามารถ ในการขับขี่ลดลง 

2. ใช้โทรศัพท์

ขี่รถมอเตอร์ไซค์
ขี่ไปโทรฯ ไป-แชตไลน์-ลงไอจี ข้อนี้พอมีให้เห็นอยู่ไม่น้อย ในปัจจุบันนี้ การขี่มอเตอร์ไซค์ปกติก็ว่าลำบากแล้ว เพราะอย่างน้อยๆ 2 มือก็ต้องบังคับควบคุมแฮนด์รถเอาไว้
แต่ทุกวันนี้ก็ยังเห็นผู้ขับขี่ประมาท “คิดว่าไม่เป็นไร ใช้งานนิดเดียว ฉันทำได้เก่งอยู่ ฯลฯ” โดยขาดสมาธิในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งหากไม่เกิดเหตุก็คงโชคดีไป
แต่เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน ก็มักมีให้เห็นบ่อยๆ ที่ก้มดูโทรศัพท์แล้วรถคันข้างเบรก ก็ชนเข้าเต็มๆ “สุดท้ายคือเจ็บบาดเจ็บเจียนตาย” ไม่คุ้มกันหรอกครับ 
หากจำเป็นต้องติดต่อธุระ ทางโทรศัพท์ แนะนำว่าให้จอดรถ ในที่ปลอดภัยในปั๊ม หรือขอบทางที่มีพื้นที่เว้าให้พ้นถนน และไม่ควรจอดริมถนน เพราะอาจถูกเสยท้าย “ลา-ลา-ลอยล่องไปในอวกาศ” หรือจะใช้ชุด Small Talk ทั้งแบบสายหรือแบบ Bluetooth ก็ย่อมได้ 

3. แซงระยะเผาขน

การแซงแบบกระชั้นชิดเกินไป มักพบได้บ่อยๆ ในช่วงเวลารถติดๆ รถมอเตอร์ไซค์จะต้องขับขี่เรียงกันไป ตามช่องทางตรงกลางระหว่างเลนรถยนต์
ซึ่งบางครั้ง ก็อาจมีรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับขี่ความเร็วต่ำๆ มาบังไลน์ ทำให้ต้องลดความเร็ว และขับตามแบบช้าๆ เหตุการณ์นี้ผู้เขียนก็มักเจอเป็นประจำเช่นกัน
แต่เมื่อต้องการจะแซงขึ้นหน้า ก็ขอให้ดูระยะปลอดภัย ทั้งด้านหน้าที่แซงขึ้นไป แล้วต้องเบียดเข้าช่องทาง และต้องเผื่อระยะ ให้รถคันที่เราแซง ให้เค้ามีระยะชะลอได้ทันด้วย 
แต่ขณะเดียวกันนั้น หากเราเป็นฝ่ายที่ขับช้าเสียเอง ก็ควรมองดูทางด้านหลังด้วยว่าจะมีคันอื่นๆ ที่ต้องการแซงขึ้นไปหรือไม่
หากมีก็ควรจะเปิดโอกาสให้แซงผ่านขึ้นไป ในระยะที่ปลอดภัย และหากมีกรณีที่จังหวะในการแซง และมีะระยะห่างที่ปลอดภัยแล้ว แต่เหตุการณ์ข้างหน้าเกิดการเบรก หรือชะลออย่างกระทันหัน ก็ให้ต่างคนต่างควรช่วยกัน ปรับระยะห่างให้ปลอดภัย หรือชะลอให้คันที่แซงขึ้นไป แล้วกลับเข้ามาในช่องทางเดิมหรือเรียกว่า “บางลีลาก็ควรมีน้ำใจให้กัน” 

4. ย้อนศร

การขับขี่ย้อนศร กลายเป็น “Signature” คู่กับรถมอเตอร์ไซค์ในบ้านเราไปแล้ว ด้วยความสะดวก ที่สามารถขี่รถย้อนทางรถสวน หรือขับชิดขอบทาง
เพื่อลัดเลาะให้ไปยังจุดกลับรถหรือเข้าซอยได้อย่างสะดวก และง่ายนิดเดียว ไม่ต้องเสียเวลาอีกด้วย แต่เดี๋ยวก่อน! มันผิดกฏหมายนะครับ!
เข้าใจว่าการต้องขี่อ้อม เพื่อไปกลับรถไกลๆ เสียเวลาเสียน้ำมัน เสี่ยงกับรถใหญ่ หรือจะมีข้ออ้างอะไรก็ตามแต่ ล้วนผิดกฏหมาย อันตราย และอาจทำให้รถที่ขับในทางถูกต้องมาชนได้โดยไม่ทันจะระวัง และคนที่เจ็บก็เป็นผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ที่ย้อนศรมานั่นเอง 

5. ขี่บนทางเท้า

ขี่รถบนทางเท้าหรือฟุตบาท กลายเป็นปัญหาระดับชาติไปแล้ว แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรแต่ก็ยังทำกันอยู่ โดยไม่สนใจว่าคนเดินเท้า จะหลบกันแทบไม่ทัน ส่วนมากมักเจอบางคน ที่ขี้เกียจรอรถติดยาวๆ หรือรอติดนานๆ ไม่ไหว ต้องขี่ขึ้นฟุตบาทเพื่อให้ไปได้เร็วขึ้น ฯลฯ ก็ตาม หรือขับขี่บนทางจักรยานกันไปเลย แต่ว่านั่นคือคุณกำลัง เบียดเบียน เอาเปรียบ ทำผิดกฏหมาย และเสี่ยงทำร้ายคนเดินเท้า และอาจโดนคุณตำตรวจดักจับ และที่น่ากลัวที่สุดคือ อาจโดนถ่ายคลิป แล้วนำไปประจานในโลกโซเชียล จนเสียผู้เสียคนไปเลยก็ได้ครับ ยอมเสียเวลาสักไม่กี่นาทีแต่ปลอดภัยจะดีกว่า   
ขี่รถมอเตอร์ไซค์
คิดเสมอนะครับว่า เมื่อกำลังนั่งคร่อมรถมอเตอร์ไซค์อยู่ นั่นหมายความว่าคุณต้องตั้งใจ มีสมาธิ และเคารพกฏ กติกา ของสังคม จนเมื่อลงจากรถ เพราะมอเตอร์ไซค์ นับเป็นรถที่สะดวกในการเดินทางมากที่สุด แต่ก็ง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ มากที่สุดเช่นกัน “ก็เนื้อหุ้มเหล็กอย่างที่โบราณว่าไว้จริงๆ” 
 
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : checkraka

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

10 ค่าย มอเตอร์ไซค์คลาสสิก ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย

กระแสนิยมของรถ มอเตอร์ไซค์คลาสสิก มีมานานตั้งแต่จำความได้ ซึ่งถ้าเปรียบเสมือนสิ่งของก็เป็นสิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจ เพราะทุกส่วน ทุกการออกแบบ คือความพิถีพิถันที่แต่ละแบนรด์ ต่างปลุกปั้นมันขึ้นมาใหม่ ให้มีเอกลักษณ์และความพิเศษ ซึ่งก็ไม่ต่างจากเจ้า 2 ล้อ ที่มีอยู่ในยุคปัจจุบัน หลายค่ายต่างจับความพิเศษของรถในยุคนั้น มารีโนเวท ปลุกชีพรถในตำนานให้มีชีวิตขึ้นมาใหม่ และผสมผสานความเป็นยุคปัจจุบันเข้าไป ให้รถดูมีชีวิตชีวามากขึ้น  บาคาร่า สูตรบาคาร่า

ครั้งนี้เราเลยรวบรวมรถ มอเตอร์ไซค์คลาสสิก ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย 10 แบรนด์หลัก ที่เรารู้จักกันดี โดยเรียงลำดับจากรถที่แพงที่สุดกับตัวเลข 7 หลัก จนไปถึงหลักหมื่น ที่ใครๆ ก็เอื้อมถึงได้

1. Harley Davidson – ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน

HERITAGE CLASSIC 114 ปี 2019 ราคา 1,129,000 บาท
ค่ายนี้ต่างรู้จักกันดีถึงความคลาสสิกและราคาที่แพงสุดๆ อยู่คร่ำหวอดในวงการสองล้อถึงความที่ไม่เหมือนใคร ตั้งแต่ยุคคุณปู่ (หรือผู้เขียนยังไม่เกิด) แต่ฮาร์เลย์ได้เปิดโรงงานผลิตในประเทศไทยก็จะมีราคารถรุ่นใหม่ๆ ที่มีราคาไม่สูง หรือบางคันราวๆ 3 – 4 แสนบาท แต่เรายก 1 รุ่นของฮาร์เลย์ที่โดนใจและยังคงความคลาสสิก แต่ผสมความเป็นเจเนอร์เรชั่นคนยุคใหม่เข้าไป กับ HERITAGE CLASSIC 114
มอเตอร์ไซค์คลาสสิก
มอเตอร์ไซค์รุ่น Heritage ที่มาในสไตล์โทนสีดาร์กทันสมัย ฟื้นคืนชีวิตอีกครั้งเพื่อพาประวัติศาสตร์เก่าแก่พุ่งทะยานเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ เฟรมรถแบบ Softail ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ ให้มีน้ำหนักเบาและแข็งแรง และการขับขี่ที่ตอบสนองได้ดีเยี่ยม เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight Big Twin ทรงพลัง พร้อมตอบสนองต่อการเร่งยอดเยี่ยม มีให้เลือก 2 รุ่นกับความจุ เครื่องยนต์ 107 และ 114 ซีซี
มอเตอร์ไซค์คลาสสิก
 
 
ไฟหน้ารถเป็น LED พร้อมชิลด์บังลมแบบถอดได้ ระบบกันสะเทือนแบบโช๊คคาร์ททริดจ์สไตล์รถแข่ง ที่มีน้ำหนักเบาลง โช๊คหลัง โช๊คเดี่ยวสามารถปรับได้ง่าย ช่วยให้เข้าโค้งได้คล่องตัว ระดับความสูงเบาะ เมื่อไม่ได้บรรทุกน้ำหนัก 680 มม. สำหรับราคาที่จำหน่าย อยู่ที่ 1,129,000 บาท
 
2. Moto guzzi – โมโต กุซซี่
Moto guzzi V7 III Carbon ราคา 610,000 บาท
มอเตอร์ไซค์คลาสสิก
Moto Guzzi V7 III Stone สองล้อสัญชาติอิตาเลียนสุดคลาสสิก ฉลองครบรอบ 50 ปี ของตระกูล V7 บิ๊กไบค์สไตล์คลาสสิกที่ออกแบบมาให้มีความดุดันและทรงพลัง เท่ท้าทายกาลเวลา ตัวถังแบบท่อคู่เหล็กกล้า ALS พร้อมส่วนประกอบแบบแยกชิ้นส่วนได้ ไฟหน้าทรงกลม พร้อมไฟเลี้ยวแบบแยก 
มอเตอร์ไซค์คลาสสิก
เบาะนั่งแบบยาวนั่งได้สองคน มาตรวัดออกแบบเป็นสองวงแสดงผลข้อมูลการใช้งานอย่างชัดเจน เครื่องยนต์ขนาด 744 ซีซี สร้างกำลังแรงม้าสูงสุดได้ถึง 38 กิโลวัตต์ (52 แรงม้า) ที่ 6,200 รอบ/นาที 
มอเตอร์ไซค์คลาสสิก
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 21 ลิตร ระบบกันสะเทือน ล้อหน้า เทเลสโคปิค 40 มม., ล้อหลัง สวิงอาร์ม โช๊คอัพคู่ระบบเบรก ล้อหน้า ดิสก์เบรก (ดิสก์เบรกขนาด 320 มม. แม่ปั๊ม 4 ลูกสูบ Brembo),ล้อหลัง ดิสก์เบรก (ดิสก์เบรกขนาด 260 มม. แม่ปั๊ม 2 ลูกสูบ) ขนาดยาง:ล้อหน้า 100/90-18, ล้อหลัง 130/80-17 สำหรับราคาจำหน่ายอยู่ที่ 610,000 บาท
 

3. TRIUMPH – ไทรอัมพ์ 

Triumph Bonneville T120 Ace ราคา 607,000 บาท
บอนเนวิลล์ ที120 เอซ (Bonneville T120 Ace) ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความเป็นคาเฟ่ เรเซอร์ รุ่นแรก และ เอซ คาเฟ่ (Ace Cafe’) คาเฟ่อันเป็นตำนานแห่งกรุงลอนดอน บอนเนวิลล์ ที120 แบล็ค (Bonneville T120 Black) ที่มีสไตล์โดดเด่นเป็นพื้นฐาน จึงมาพร้อมเครื่องยนต์บอนเนวิลล์สองสูบแรงบิดสูง ขนาด 1,200 ซีซี 
มอเตอร์ไซค์คลาสสิก
ส่งแรงบิดสุดเร้าใจสูงสุด 105 นิวตันเมตร ที่ 3,100 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด รวมถึงนำเสนอชิ้นส่วนตกแต่งสุดพรีเมียมที่โดดเด่น อาทิ สี Matt Storm Grey สุดพิเศษ ตัดกับเส้นลายขวางกึ่งกลาง และการออกแบบสไตล์ Head Down – Hold on บนตัวถัง พร้อมโลโก้ Bonneville T120 Ace ไม่ซ้ำใครบนแผงด้านข้างตัวรถ และโลโก้ Ace Cafe’ บนบังโคลนหน้า 
นอกจากโครงเส้นสีสุดโดดเด่นอันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว ยังนำเสนอคุณลักษณะรายละเอียดที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งทำให้รถรุ่นนี้เป็นรุ่นสุดพิเศษและมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นคือ ฝาครอบท่อไอดีสีดำ โลโก้สีดำบนเครื่องยนต์ เบาะนั่งสีดำ ชุดเปลือยบังโคลนหลังสไตล์มินิมอล 
ไฟเลี้ยว LED ทรงกระสุน รวมถึงตราโลโก้ไทรอัมพ์สีดำแบบ 4 แถบติดข้างถังน้ำมัน ตลอดจนท่อไอเสียทรง peashooter สวยสง่างามที่เดินท่อเป็นเส้นตรง พร้อมด้วยฝาครอบท่อที่ออกแบบมาให้มีผิว 2 ชั้น เพื่อซ่อนการเชื่อมต่อ Cat box ได้อย่างแนบเนียนจึงให้เสียงที่แท้จริงของเครื่องยนต์สูบคู่สไตล์อังกฤษ และเสียงของท่อไอเสียที่เข้มข้นทรงพลัง
โดยเจ้าของรถสุดพิเศษนี้จะได้รับใบรับรองที่มีหมายเลขระบุลำดับความเป็นเจ้าของลงลายมือชื่อรับรองโดย นิค บลอร์ (Nick Bloor) ประธานบริหาร ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ และ มาร์ค วิลส์มอร์ (Mark Wilsmore) กรรมการผู้จัดการ เอซ คาเฟ่ ลอนดอน (Ace Cafe’ London) ราคา 607,000 บาท
 

4. Yamaha – ยามาฮ่า

Yamaha SCR 950 ราคา 439,000 บาท
แม้จะเป็นที่ทราบกันดีถึงการดีไซน์รถที่ดูล้ำสมัย และมีหลากหลายรุ่น หลากหลายขนาดให้เลือก แต่ยามาฮ่า ก็จับเจ้า SCR950 บิ๊กไบค์แนวสตรีทสแคมเบอร์ เก๋าแบบรุ่นใหญ่ มาจำหน่ายในตลาดบ้านเรา และดีไซน์ให้ดูย้อนอดีต ปรับแต่งให้คล้ายยามาฮ่า Bolt แต่ก็ทำให้เป็นรถทรงสแคมเบอร์ เพื่อกระตุ้นต่อมคนที่ชอบแนวรถ มอเตอร์ไซค์คลาสสิก แบบย้อนยุค แต่แฝงลูกเล่นและความทันสมัย กับรูปทรงที่ดูบึกบึนทะมัดทะแมง
Yamaha SCR950 vintage scrambler styling มาพร้อมเครื่องยนต์ 942 ซีซี แบบ V-twin แบบ SOHC 8 วาล์ว single pin crankshaft ระบายความร้อนด้วยอากาศ กำลังสูงสุด 51.3 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที พื้นฐานเดียวกับรถตระกูล Bolt แรงบิดสูงสุด 79.5 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำเพียง 3000 รอบต่อนาที อัตราส่วนกำลังอัด 9.0 : 1 ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก 85 X 83 มม. กระบอกสูบผลิตจากอะลูมิเนียมผสมเซรามิค Liner-less ลูกสูบอะลูมิเนียมฟอร์จ มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ 
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหัวฉีดคู่อีเล็กทรอนิกส์ ลิ้นเร่ง 35 มม. มีเซ็นเซอร์จับอุณหภูมิ TPS เพื่อให้กล่อง ECU สามารถคำนวณอัตราส่วนผสมไอดี ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบคลัทซ์แบบเปียก ขับเคลื่อนด้วยสายพาน ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 12 ลิตร ระบบกันสะเทือน ล้อหน้า Telescopic fork, 4.7-in travel, ล้อหลัง Dual piggyback shocks, 2.8-in travel ระบบเบรก ล้อหน้า ดิสก์เบรก (Wave-type disc, 298mm), ล้อหลัง ดิสก์เบรก (Wave-type disc, 298mm) น้ำหนักตัวอยู่ที่ 248 กิโลกรัม กับราคาที่ 439,000 บาท
 

5. Kawasaki – คาวาซากิ

Kawasaki W 800 Street ราคา 396,000 บาท
มอเตอร์ไซค์คลาสสิก
W800 Street ใหม่ คือวิวัฒนาการล่าสุดของรถในตระกูลที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 50 ปี เมื่อเทียบกับโมเดลเรโทร W800 มีรายละเอียดการอัปเดตชิ้นส่วนต่างๆ มากมาย ถูกเติมเต็มความทันสมัยให้ออกมาเป็นรถจักรยานยนต์ที่ตอบสนองได้เป็นมิตรต่อผู้ขับขี่จากการควบคุมที่ง่าย และเสถียรภาพที่ดีในการใช้งาน 
ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น ความตั้งใจในการรักษาภาพลักษณ์และกลิ่นอายของ W1 รุ่นแรกยังสามารถเห็นได้จากเครื่องยนต์ Vertical Twin ระบายความร้อนด้วยอากาศที่ถูกปรับให้ผ่านมาตรฐานจำกัดไอเสียอันรัดกุมในปัจจุบัน, เฟรมเปลคู่แบบ Double- Cradle ซึ่งมีการปรับความแข็งแรงใหม่ด้วยผนังของท่อที่มีความหนาขึ้น และเสียงของท่อไอเสียที่ถูกบรรจงคราฟมาให้โดดเด่นสมกับเป็นท่วงทำนองจากเครื่องยนต์ Vertical Twin ที่มาพร้อมเพลาข้อเหวี่ยงแบบ 360 องศา
มอเตอร์ไซค์คลาสสิค
ไฟหน้า LED กลม  ส่วนผสมของดีไซน์ระหว่างความเป็นเรโทรกับความทันสมัย ไฟหน้า LED ดวงกลมขนาด 170 มม. ให้แสงสีขาวที่สว่างชัดเจนและทัศนวิสัยอันเยี่ยมยอดสำหรับการขับขี่ในยามค่ำคืน ไฟหรี่รวมอยู่ในห้องของไฟสูงเพื่อให้ทุกส่วนของโคมส่องสว่างเหมือนกับโคมหน้าหลอดกลมสไตล์เรโทร สำหรับราคาคาวาซากิ W800 Street อยู่ที่ 396,000 บาท 
 

6. Royal Enfield – รอยัล เอนฟิลด์

Royal Enfield Interceptor 650 ราคา 213,000 บาท
Royal Enfield Interceptor INT 650 Twin STD รอยัล เอนฟิลด์ ปี 2018 The new Royal Enfield Intercaptor INT 650 Twin Standard (รอยัล เอนฟิลด์ คอนติเนนทัล อินเตอร์เซปเตอร์ ไอเอ็นที 650 ทวิน สแตนดาร์ด) มอเตอร์ไซค์คลาสสิก ต่อยอดจากรุ่น GT 250 
มอเตอร์ไซค์คลาสสิก
โดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงกลม ตัวถังสีดำ ถังน้ำมันทรงคลาสสิก เบาะนั่งแบบยาวซ้อนได้สะดวก เครื่องยนต์ 2 สูบ เรียงแบบตั้ง 4 จังหวะ SOHC หัวฉีด ระบบความร้อนด้วยอากาศ พร้อม Oil-cooler ความจุ 648 ซีซี 47 แรงม้า ที่ 7,250 รอบต่อนาที แรงบิด 52 นิวตันเมตร ที่ 5,250 รอบต่อนาที เกียร์ 6 จังหวะ เบรกจาก ByBre (Brembo) มาพร้อม 3 รุ่นให้เลือกคือ Standard 213,000 บาท custom 215,000 บาทและ chrome 218,000 บาท
 
7.Honda-ฮอนด้า
Honda Rebel ราคา 145,000 บาท
ฮอนด้า รีเบล 300 (Honda Rebel 300) โดดเด่นด้วยรูปทรง มอเตอร์ไซค์คลาสสิก ที่ย่อขนาดลงมาจาก Rebel 500 คงคอนเซ็ปต์ต่อยอดจากรุ่นเก๋า Rebel 250 ต้นแบบบ็อบเบอร์ร่างเล็กที่โด่งดังในอดีต และเป็นที่นิยมมากในยุคหนึ่ง
มอเตอร์ไซค์คลาสสิค
Rebel 300 ใหม่มาพร้อมไฟหน้าทรงกลม ไฟท้าย สี่เหลี่ยม ถังน้ำมันขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ เบาะนั่งลาดเอียงลงมาในระดับต่ำ ทำให้ขับขี่ง่าย ส่วนเบาะคนนั่งซ้อนถูกแยกออกอิสระ เพราะสามารถถอดออกและติดตั้งชุดแต่งเสริมต่างๆ ได้ เผื่อว่าใครต้องการเหลือที่นั่งเดี่ยว ขับชิลๆ กินลมคนเดียว
โดดเด่นสะดุดตาด้วยโครงสร้างแบบมินิมอล ขับเคลื่อนได้อย่างนุ่มนวลกับล้อและยางมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้ากลมในโคมอลูมินั่มและไฟท้ายทรงสี่เหลี่ยมแบบคลาสสิก แผงมิเตอร์แบบแอลอีดีแบล็คไลท์สีฟ้า มาพร้อมขุมพลังจากเครื่องยนต์ 300ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ และติดตั้งระบบเบรก ABS 
Honda Rebel 300 (ฮอนด้า รีเบล 300) คลาสสิกไบค์ขนาดกำลังดี ใช้งานได้สะดวก คล่องตัวขี่ง่ายในตัวเมือง และบิดมันที่รอบสูง ทรงตัวดี ควบคุมง่ายและนิ่งในความเร็วสูงนอกเมือง ตอบสนองการใช้งานที่ครอบคลุม สำหรับงบประมาณที่ไม่แพง มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาวด้าน สีเทาด้าน สีแดง และสีดำ ราคาเปิดตัวเพียง 145,000 บาท เท่านั้น นอกจากนี้ Honda Rebel 300 ยังมาพร้อมรุ่นแต่งพิเศษ Rebel Raw Edition Red ด้วยราคาแนะนำโดยประมาณที่ 154,200 บาท และ Honda Raw Edition Black ราคาแนะนำที่ 162,200 บาท ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,000 คัน
 
8. Stalions – สตาร์เลี่ยน
Stalions Makina 250 SP ราคา 85,900 บาท
มอเตอร์ไซค์แนวคลาสสิกแบรนด์ไทยแท้ ที่ผลิตออกมาหลายรุ่นจนเป็นที่ยอมรับของสายวินเทจว่าของดีของไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ปล่อยโมเดลล่าสุดที่ได้ทีมวิศวะกรของไทยทั้งหมด มาออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานที่เรียกว่าเป็นรุ่นเรือธงของค่ายกับ สตาร์เลี่ยน Makina 250 SP 
Stallions Makina 250 SP มอเตอร์ไซค์ คาเฟ่ เรเซอร์ จากฝีมือคนไทย โดยมีการออกแบบงานที่ปราณีตโดยบริษัทวิศวกรรมชั้นนำของไทย มาพร้อมโช๊คหน้าแบบอัพไซค์ดาวน์ขนาด 41 มม. ปรับระดับได้ 25 ระดับ กันสะเทือนหลังแบบคลอย์สปริง เครื่องยนต์ 1 สูบ 4 จังหวะ SOHC 2 วาล์ว Oil Cooled ขนาด 223 ซีซี แบบคาบูเรเตอร์ 
ระบายความร้อนด้วย Oil Cooler ระบบเกียร์ 6 สปีด มีดิสก์เบรคคู่หน้าขนาด 300 มม. และดิสเบรคหลัง 240 มม.มีความจุถังน้ำมันได้ 12 ลิตร และมี 4 สีให้เลือก คือ แดง, ดำ, ขาว, เทา ในราคา 85,900 บาท
 
9. GPX-จีพีเอ๊กซ์
GPX Legend 2019 ราคา 69,800 บาท
GPX Legend Gentleman 200 โฉมใหม่ ปี 2019 รถมอเตอร์ไซค์สไตล์โมเดิร์น คาเฟ่ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง มาใน Mood & Tone ที่ดุดันมากขึ้นจากตัวก่อน โดยเพิ่มความพิเศษในเรื่องของสี ที่ครีเอทขึ้นมาใหม่รอบคันเฉพาะสายโมเดิร์นคาเฟ่อย่างแท้ทรู มีให้เลือกถึง 2 สี คือ สีดำ (Black Burn) และ สีเทาอมฟ้า (Blue Gravity) กับการวาดลวดลายบนตัวถังใหม่ ที่ตอบโจทย์ความเป็น Gentleman 
มอเตอร์ไซค์คลาสสิค
มาพร้อมกับขุมกำลังในพิกัด 200 ซีซี 4 จังหวะ เกียร์ 6 สปีด ที่โดดเด่นด้วยไฟหน้า Daytime Running Light ดีไซน์กลม หรือ LED Ring Light ไฟท้ายและไฟเลี้ยวแบบ LED พร้อมติดตั้งไฟฉุกเฉิน หรือไฟผ่าหมากมาให้จากโรงงาน สามารถปรับสีสันหน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิตอลได้ตามสไตล์ มีให้เลือกมากถึง 7 เฉดสี ปรับลุคให้โฉบเฉี่ยวมากขึ้น กับชุดครอบท้ายแบบตูดมดดีไซน์ใหม่ ซึ่งสามารถถอดชุดครอบท้ายออก ให้เป็นเบาะนั่งซ้อนท้ายได้ สะดวกสบายกับการใช้งาน 
มอเตอร์ไซค์คลาสสิค
พร้อมออฟชั่นแบบจัดเต็มทั้งโช๊คอัพหน้าแบบ Up Side Down และโช๊คอัพหลังจากแบรนด์ดัง YSS สามารถปรับระดับได้ เพิ่มความมั่นใจทุกการขับขี่ด้วยดิสก์เบรกหน้าแบบคู่ และดิสก์เบรกหลัง สั่งการได้ดั่งใจ พร้อมติด Oil Cooler มาให้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ให้เต็มสูบมากยิ่งขึ้น สำหรับราคาจำหน่ายอยู่ที่ ราคา 69,800 บาท
 
10. Zongshen Ryuka จงเซิน ริวก้า
Zongshen Ryuka Infinity RK250 ราคา 59,900 บาท
มอเตอร์ไซค์คลาสสิค
Zongshen Infinity 250 รถมอเตอร์ไซค์สไตล์ “Cafe” จากประเทศจีน ให้ความสวยแบบดิบๆ เครื่องยนต์ 250 ซีซี 5 เกียร์ แรงขึ้นเดินทางได้ทุกสภาพถนน มาพร้อมลวดลายกราฟิกย้อนยุค เบาะนั่งทรงเท่ ผสานกลิ่นอายความคลาสสิกและดุดันในคันเดียว เด่นด้วยโช๊คหน้าหัวกลับสีดำ เรือนไมล์กลมแบบดิจิทัล
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง คาบูเรเตอร์ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 14 ลิตร ระบบกันสะเทือน ล้อหน้า เทเลสโคปิคแบบหัวกลับ, ล้อหลัง โช๊คอัพคู่ระบบเบรก ล้อหน้า ดิสก์เบรก (ลูกสูบคู่), ล้อหลัง ดิสก์เบรก (ลูกสูบคู่) ขนาดยาง ล้อหน้า 100/80-17, ล้อหลัง 130/70-17ขนาด (ยาวxกว้างxสูง มม.) 1,960 x 770 x 1,025 มม.น้ำหนัก 140.00 กก. กับราคาสบายกระเป๋าอยู่ที่ 59,900 บาท 
 
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : checkraka

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

รวมรถมอเตอร์ไซค์ตะกูล Honda CBR สปอร์ตฟูลแฟริ่ง

อีก 1 ความนิยมของชาวสปอร์ตไบค์ ที่เปิดตัวเมื่อไหร่มียอดขายถล่มทลายไม่แพ้กับรุ่นอื่นๆ ก็คือ รถมอเตอร์ไซค์ Honda CBR ซึ่งหลังจากที่ได้เปิดตัวโฉมใหม่ล่าสุด ก็ยังมีรุ่นและขนาดเครื่องยนต์ให้เลือกกันหลากรุ่นเหลือเกิน วันนี้ จึงรวบรวมรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล CBR ตั้งแต่รุ่นเล็กไปจนถึงรุ่นใหญ่ ว่า ฮอนด้า CBR เขาผลิตออกมามีกี่ซีซี บ้าง? 

1. HondaCBR 150R

น้องเล็กรุ่นแรก CBR 150 R เครื่องยนต์ 149 ซีซี เจเนอร์เรชั่นใหม่ และมีความใหม่หมดทุกสัดส่วน ทั้งบอดี้ ลวดลาย และสมรรถนะที่ปรับให้นุ่มนวล และขับขี่ดีขึ้น 
Honda CBR
Honda CBR150R STD 2019 มาพร้อมไฟหน้าคู่เพชร LED ทรงพญาอินทรีย์ สุดยอดนวัตกรรมรถจักรยานยนต์สายพันธุ์สปอร์ตใหม่ เฟรมออกแบบใหม่ ท่านั่งรับกับแฮนด์และช่วงขา เบาะต่ำลง ความสูงเพียง 787 มม. รถสไตล์สปอร์ตอีกหนึ่ง DNA ที่ถอดแบบจาก RCV213 ผสมผสานความลงตัวของสปีดและสไตล์ เครื่องยนต์ 149 ซีซี กำลังสูงสุด 17.1 แรงม้า แรงบิด 13.7 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์ 6 สปีด ให้อารมณ์การขับขี่สไตล์บิ๊กไบค์ HONDA CBR150R STD 2019 โช๊คหน้าแบบหัวกลับสีทอง ให้ความมั่นใจยิ่งขึ้นในทุกการเบรกขนาดใหญ่สไตล์บิ๊กไบค์ ป้องกันอาการท้ายปัดและท้ายยก พร้อม มี 2 สีดำ และน้ำเงิน-ดำ บาคาร่า สูตรบาคาร่า
สำหรับราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 92,000-99,000 บาท 

2. HondaCBR250RR

เปิดตัวไปเมื่องาน Motor Show 2019 ที่ผ่านมา เป็นที่ฮือฮาของสาวกสายพันธ์สปอร์ตย่างยิ่ง ด้วยขนาดเครื่องยนต์ 250 ซีซี แต่ดีกรีและสเปคหยิบยกจะตัวรถแข่ง ที่สำคัญ Made in Japan ทั้งคัน พร้อมสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความแรง 250 RR ที่ย่อมาจาก (Racing Repica) อัดแน่นให้เจ้า 250 ดูโดดเด่นเหมือนรุ่นพี่ 1000 ซีซี เลยก็ว่าได้
Honda CBR
ไล่ไปตั้งแต่ไฟหน้า LED 2 ชั้น โช๊คหน้า Up Side Down ความแรงระดับมาสเตอร์ สายพันธุ์รถแข่ง เครื่องยนต๋ Engine Performance 249 ซีซี 6 สปีด รูปลักษณ์ Body Design และ Fully Equipped ไฟหน้าคู่ LED สองชั้น แบบแยกส่วน เส้นสายเฉียบคม ลู่ลมตามหลักแอโรไดนามิก พร้อมช่อง Air Duct ที่แฟริ่งข้าง นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นทั้งคัน ใครอยากได้ต้องสั่งจอง 
สำหรับราคาเริ่มต้น 249,000 บาท 

 

3.HondaCBR300R

สำหรับ CBR 300 แม้จะมีโฉม 2019 แต่ก็ไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรไปจากเดิม เพิ่มเติมคือกราฟิกใหม่แบบ CBR Signature และโลโก้ Honda ขนาดใหญ่ที่แฟริ่งด้านล่างของรถซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถซูเปอร์ไบค์ CBR1000RR 
โคมไฟหน้าคู่แบบ Dual Multi Reflector เท่มีสไตล์, ติดตั้งท่อไอเสียสแตนเลส Sport Muffler พร้อมชีลด์กันความร้อน, ระบบกันสะเทือนหลังแบบ โมโนโช๊คแบบโปรลิงค์ปรับได้ 5 ระดับ ให้ความนุ่มนวลและเพิ่มความสามารถในการทรงตัว ปลอดภัยทุกเส้นทางด้วยระบบเบรก ABS Honda CBR300R แรงด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 300 ซีซี DOHC 4 วาล์ว ระบบหัวฉีด PGM-FI ที่คำนวณการฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างอัจฉริยะ ให้แรงต้นที่จัดจ้าน ขับขี่สนุกคล่องตัว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยค่าไอเสียที่สะอาดถึงระดับ 6 ทั้งยังปลอดภัยด้วย Engine Stop Switch ที่สามารถหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
สำหรับราคาเริ่มต้นที่ 133,000-140,000 บาท

 

4. HondaCBR500R

ขยับข้ามมารุ่น 500 ซีซี แบบ 2 สูบกันบ้าง สำหรับรุ่นนี้ มีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิมไม่แพ้น้องเล็ก 150 เพราะความเป็นรุ่นยอดนิยม โดยโฉม 2019 นอกจากลวดลายกราฟิกที่มีการอัป ปรับเปลี่ยนให้หล่อขึ้นแล้ว มีการอัปเครื่องยนต์ใหม่ 
CBR500R เป็นรถแนวสปอร์ตที่ให้กำลังเครื่องยนต์ที่ดี เหมาะสำหรับการใช้ในเมือง และนอกเมืองทางไกลๆ CBR500R ถึงเป็นรถแนวสปอร์ตแต่แฮนด์ที่ให้มา ทำให้ไม่ต้องก้มมากจนเกินไป พร้อมขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 2 สูบ DOHC ขนาด 500 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมกลไกการเปลี่ยนเกียร์ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น เพิ่มความมั่นใจด้วยระบบเบรก ABS และกุญแจแบบ Wave Key ฝังชิปพิเศษป้องกันการโจรกรรม โช๊คหน้าที่เพิ่มระบบ Preload Adjuster ปรับระดับได้สำหรับการรองรับน้ำหนักหลากหลายรูปแบบ ก้านเบรกหน้าปรับได้ 5 ระดับ
สำหรับราคาเริ่มต้นที่ 215,000 บาท

 

5. HondaCBR650R

Honda สปอร์ตแบบฟูลแฟริ่งดีไซน์บึกบึนโฉบเฉี่ยว โดดเด่นแต่ไกลในทุกองศา ใช้ขุมพลังจากเครื่องยนต์ขนาด 650 ซีซี 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ เกียร์ 6 จังหวะ พร้อมระบบเบรกแบบ ABS ทำงานร่วมกับดิสก์เบรกหน้าจานคู่เพื่อความปลอดภัยในทุกอัตราความเร็ว Honda CBR 650R  มาพร้อมไฟหน้า Full LED และท้าย LED ท่อไอเสียทรงใหม่ ลวดลายตัวถังใหม่ 
Honda CBR
CBR650R กับราคาค่าตัว 320,000 บาท แลกกับการได้ครอบครองสปอร์ตบิ๊กไบค์ที่พัฒนา และปรับปรุงขึ้นมาจากรุ่นก่อนในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบ ตำแหน่งจุดยึดต่างๆ ช่วงล่าง เทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมกับสมรรถนะที่โดดเด่น ขี่สนุก แรงดีพอกับการขี่ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง 
สำหรับราคาเริ่มต้นที่ 320,000 บาท 
 
6.Honda CBR 1000 RR 
 
ปิดท้ายกับที่สุดแห่งสายพันธุ์ R กับ CBR 1000 RR กับสมรรถนะตัวแข่ง ภายนอกไฟหน้าทรงใหม่และไฟท้ายแบบ LED แฟริ่งลายใหม่ ออกแบบช่องรับอากาศดีขึ้นตามหลักพลศาสาตร์ Honda CBR1000RR 2017 ใหม่ นับเป็นรถที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 998 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบจ่ายน้ำมัน Programmed Dual Stage Fuel Injection (PGM-DSFI) กำลังสูงสุด 189 แรงม้าที่ 13,000 รอบ/นาที รุ่น SP 
เพิ่ม Quick Shifter ฟังก์ชันที่ช่วยในการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงระหว่างขับขี่ได้อย่างรวดเร็ว และราบรื่นโดยไม่ต้องบีบคลัช OHLINS Suspension with Smart EC system ระบบกันสั่นสะเทือนของ OHLINS ที่สามารถปรับตั้งค่าได้ตอบสนองทุกสภาพการขับขี่ เพิ่มอัตราเร่งหรือชะลอตัวในช่วงเข้าโค้งได้อย่างมีเสถียรภาพ New Tri Color สีสันใหม่แบบ Tri Color ที่เน้นสีแดงเพิ่มลุคสปอร์ต มาพร้อมเบาะนั่งแบบ Single seat Titanium Fuel Tank ถังน้ำมันไทเทเนียม ที่มาพร้อมคุณสมบัติที่แข็งแกร่ง ทนทาน แต่น้ำหนักเบา Brake Brembo ระบบเบรคแบรมโบ เทคโนโลยีเดียวกับระบบเบรกที่ใช้ในการแข่งขันในสนามระดับโลก  
สำหรับราคาค่าตัวที่ 779,000 บาท 

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

GPX Legend Gentleman Racer 200 รถสปอร์ตคลาสสิค

หลังจากที่ทาง GPX Gentleman Racer 200 นั้นเพิ่งจะคว้ารางวัล Bike of the year 2019 ในสาขา Best Modern Classic 250 กันไปครองจากงาน Thailand Bike of the year 2019

เมื่อเร็วๆ นี้ ก็ได้สร้างความฮือฮาและเป็นกระแสกัน สำหรับรถในแนวทางคาเฟ่เรซเซอร์สัญชาติไทยคันนี้ ว่าแล้วทางทีมงาน GreatBiker ก็ไม่รอช้า รีบคว้ามันมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้รับชมกัน ว่ามันจะเป็นอย่างไรบ้าง งานนี้ไปเจาะลึกกันตามสไตล์ของเรากันเลย!!! บาคาร่า สูตรบาคาร่า

GPX Legend Gentleman Racer 200 กลับมาอีกครั้งกับความคลาสสิก สไตล์สปอร์ต เอกลักษณ์ ที่โดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงกลม ที่เป็นความน่าสนใจในแบบย้อนยุค ด้วยท่านั่งที่เอาใจสายหมอบกับลุคใหม่ Gentleman ที่สุดของเรโทรสายพันธุ์สปอร์ต แห่งความลงตัว ที่มาพร้อมขุมพลัง 200 ซีซี พร้อมความแตกต่างที่น่าสัมผัส การออกแบบใหม่นี้ที่เปิดตัวมาพร้อม 2 สีที่น่าสนใจ

จีพีเอ็กซ์ รีเจ้นท์ เจนเทิลแมน เลเซอร์ 200 สีแดง

GPX Legend Gentleman Racer 200 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ไฟหน้าแบบ Daytime running light วงแหวน LED ที่มีความแตกต่าง การดีไซน์ไฟหน้าทรงกลม สไตล์คลาสสิกเป็นระบบส่องสว่าง ที่มีเทคนิคการกระจายแสงเป็นวงกว้างได้เป็นอย่างดี เพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืนบนท้องถนนในทุกช่วงเวลา ครอบท้ายดีไซน์ใหม่ ที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ได้มีการคัดสรรเพื่อเพิ่มการขับขี่ และลู่ลมได้เป็นอย่างดีเพื่อลุคมอเตอร์ไซค์ ให้มีความเป็นสปอร์ตยิ่งขึ้น ดีไซน์โลโก้นูนให้ความรู้สึกเท่อย่างมีสไตล์ เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกแบบคู่ ให้มั่นใจทุกการขับขี่ทุกเส้นทางเบาะหนังเคฟล่าสุดเท่ โช๊คอัพหลังที่มีคุณภาพแบรนด์ YSS กระจกทรงกลมปลายแฮนด์เพิ่มการมองเห็นได้ดียิ่งขึ้น ฝาถังน้ำมันคล้ายรูปเกียร์สายพันธุ์สปอร์ต เสริมประสิทธิภาพการทำงาน ของเครื่องยนต์แบบเต็มสูบ ยางที่ได้มาตรฐานจากแบรนด์ Pirelli หน้าปัดเรือนไมบ์ที่แสดงผลแบบดิจิตอลที่สามารถเปลี่ยนสีได้

จีพีเอ็กซ์ รีเจ้นท์ เจนเทิลแมน เลเซอร์ 200 มีเครื่องยนต์ 197 ซีซี 4 จังหวะ SOHC ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ ระบบเกียร์ 6 ระดับ ขนาดมอเตอร์ไซค์ 790 มม.x 2,020 มม.x 1,100 มม. น้ำหนักตัวรถมอเตอร์ไซค์ 160 กก. โช๊คหน้า Up Side Down โช๊คหลัง YSS ปรับระดับได้ ระบบเบรกหน้าดิสก์เบรกคู่ และเบรกหลังดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาดล้อหน้า 110/70-17″ และล้อหลัง 140/70-17″ ล้อแบบซี่ลวด ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร ความสูงจากพื้น 730 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงเครื่อง 200 มม. โครงสร้างเฟรมแบบ Diamond แฮนด์จับโช๊คสายคาเฟ่ ที่ให้ความรู้สึกเป็นมอเตอร์ไซค์ สไตล์คลาสสิกสไตล์เรโทร

 
Gentleman Racer 200
เครื่องยนต์ 1 สูบ 4 จังหวะ Sohc
ขนาดเครื่องยนต์ 197 ซีซี
ระบบระบายความร้อน ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ
อัตราส่วนการอัด 9.2 : 1
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง คาร์บูเรเตอร์
ระบบเกียร์ ธรรมดา 6 เกียร์
กระบอกสูบ X ช่วงชัก 62 x 19.5 มม.
ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว 
ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ
ระบบจุดระเบิด CDI
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง แก๊สโซฮอล์ 95, 91
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า Upside Down แบรนด์ YSS
ระบบกันสะเทือนด้านหลัง โช๊คอัพคู่
เบรกหน้า ดิสก์เบรก
เบรกหลัง ดิสก์เบรก
ยางด้านหน้า 110/70-17
ยางด้านหลัง 140/70-17
ล้อ ซี่ลวด
ขนาด (ยาวxกว้างxสูง มม.) 2,020 x 790 x 1,160 มม.
เบาะมีความสูงจากพื้น 730 มม.
ความสูงจากพื้นถึงเครื่องยนต์ 170 มม.
ระยะห่างของช่วงล้อ 1,340 มม.
ความจุเชื้อเพลิง 12 ลิตร
น้ำหนักตัวรถ 160 กก.

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

ประเภทรถมอเตอร์ไซค์ ก่อนซื้อ รถคันไหนเหมาะกับคุณ

ในปัจจุบันหากพูดถึงการ ซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่ นั้นนับว่าเป็นเรื่องใหญ่เลยก็ว่าได้ เพราะรถจักรยานยนต์และ ประเภทรถมอเตอร์ไซค์ ในปัจจุบันนั้น

นับว่ามีให้เลือกมากมายหลากหลายค่ายเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนไหน ก็มีทั้งความสวยและความเท่ที่แตกต่างกันออกไปจนบางครั้งนั้น เราอาจจะตัดสินใจได้ไม่ถูกว่าสุดท้ายแล้วนั้น เราควรเลือกรถแบบไหนดี บาคาร่า สูตรบาคาร่า

วันนี้ จะมาแนะนำการเลือกรถมอเตอร์ไซค์อย่างไร ให้เหมาะกับคุณ ที่สำคัญห้ามใจร้อนเด็ดขาด เพราะการออกรถใหม่ ต้องดูให้ดี ศึกษาให้มาก ก่อนตัดสินใจซื้อนั้นเอง

ประเภทรถมอเตอร์ไซค์

ซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่ เลือกอย่างไรให้ถูกใจคนขี่

การเลือกรถจักรยานยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สักคันมาใช้งานนั้น ก็ควรจะคิดให้ดีก่อนเลือกซื้อเพราะว่ารถที่เรากำลังซื้อนั้น

ต้องคำนึงถึงหลายอย่างเพราะ ประเภทรถมอเตอร์ไซค์ มีเยอะไม่ว่าจะเป็น รถที่ซื้อนั้นเหมาะกับเราหรือไม่ รถที่ซื้อต้องผ่อนกี่งวด และเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย

วันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณได้รู้จักกับ 4 ข้อควรรู้ก่อนการเลือกซื้อรถบิ๊กไบค์และรถคันใหม่ โดยคำแนะนำที่อยากบอกทุกคน ก่อนจะตัดสินใจซื้อรถคันใหม่มีดังนี้

รถมอเตอร์ไซค์แบบไหนที่เหมาะกับคุณ การที่เราจะเลือกรถจักรยานยนต์ คันใหม่เป็นของตัวเองสักคันมาใช้นั้น ต้องคำนึงว่ารถมอเตอร์ไซค์คันนั้น เหมาะแก่ตัวของคุณมากน้อยเพียงใด

ซึ่งประเภทของรถมอเตอร์ไซค์นั้น เป็นเรื่องที่สำคัญอีกหนึ่งเรื่อง เพราะในปัจจุบัน มีรถให้เลือกมากมายหลายหลายรูปแบบ ทั้งแบบ สปอร์ต ทัวริ่ง เน็กเก็ต หรือจะเป็นแบบ ออโตเมติก และ บ๊อบเบอร์ และรวมถึงสายลุยอย่างวิบาก

ซึ่งรถแต่ละแบบ ก็จะแบ่งออกให้เห็น ได้อย่างชัดเจนตามไลฟ์สไตล์ และความชอบของแต่ละคนนั้นเอง พร้อมทั้งรูปแบบการใช้งานอีกด้วย ดังนั้นมาดูว่ารถสไตล์เหมาะกับคนแบบคุณ

ประเภทรถบิ๊กไบค์

รถมอเตอร์ไซต์ครอบครัว

รถมอเตอร์ไซต์ครอบครัว สำหรับรถประเภทนี้นั้นนับว่าเป็นรถที่สามารถใช้งานได้แทบจะทุกเภททุกวัยเลยก็ว่าได้ เพราะสามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ

ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง หรือสามารถที่จะโดยสารได้ง่ายๆ แถมประหยัดน้ำมันอีกด้วย ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่มีครอบครัว และรถคันนี้ต้องใช้ในชีวิตประจำวันอยู่บ่อยๆ

เราแนะนำให้คุณเลือกรถประเภทนี้เลย เพราะมันสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ทั้ง ความคุ้มค่า ราคาประหยัด ประหยัดน้ำมัน ซึ่งเป็นการใช้งานที่ใช้ระยะการเดินทางไม่ไกลมากเท่าไหร่

ประเภทรถบิ๊กไบค์

รถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติก

รถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติก รถที่มีความสะดวกสบาย ในการขับขี่เพราะเพียงแค่บิดคันเร่งเพื่อเดินหน้า และกำเบรคเพื่อหยุดคุณก็สามารถขับรถไปในที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

ที่สำคัญรถประเภทนี้นั้นมักมากับเทคโนโลยี ที่มีความทันสมัยที่จะช่วยอำนวนความสะดวก แก่ผู้ใช้งานอย่างถึงที่สุดนั้นเอง ดังนั้น สำหรับใครที่ไม่ชอบความยุ่งยาก ระยะทางการเดินทางไม่ไกล และชอบความสะดวกสบาย รถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติก ก็จะสามารถตอบโจทย์การใช้งานตามความต้องการของคุณได้อย่างแน่นอน

รถมอเตอร์ไซค์บ๊อบเบอร์

รถมอเตอร์ไซค์บ๊อบเบอร์

รถมอเตอร์ไซค์บ๊อบเบอร์ รถสุดคูลตามสไตล์คลาสสิค กับการที่รถสามารถแสดงเอกลักษณ์ เฉพาะตัวออกมาได้อย่างชัดเจน กับความคลาสสิคไม่เหมือนใคร ดังนั้นหากคุณมีความชอบในสไตล์ของรถคลาสสิคแล้วละก็ คุณก็ต้องเลือกใช้มันเพราะเมื่อคุณได้ขับคุณจะรู้สึกมีความสุขอย่างมาก

ประเภทรถบิ๊กไบค์

รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ต

รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ต รถที่มาพร้อมกับความหรูหรา และประสิทธิภาพ พร้อมทั้งความเร็ว ที่ถูกสร้างและออกแบบมาจากรถที่ใช้กันในสนามแข่ง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสมรรถนะของเครื่องยนต์ ไปจนถึงการออกแบบชุดแฟริ่ง ตามหลักอากาศพลศาสตร์ ที่จะช่วยตอบสนองทุกความเร็ว ได้ดั่งใจตามที่ผู้ขับขี่ต้องการ โดยรถประเภทนี้นั้นมีให้เลือกมากมายหลากหลายซีซี ตั้งแต่ 300cc – 1000cc เลยทีเดียว

รถมอเตอร์ไซค์เน็กเก็ต

รถมอเตอร์ไซค์เน็กเก็ต

รถมอเตอร์ไซค์เน็กเก็ต รถบิ๊กไบค์ที่จะทำให้ผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบความเร็วนั้น สามารถขับขี่ได้อย่างคล่องตัวในเมืองที่มีรถจำนวนมาก โดยผู้ที่ชื่นชอบความเร็ว แต่ต้องการความคล่องแคล่วในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวหรือการเข้าซอกซอย รถมอเตอร์ไซค์เน็กเก็ต จะช่วยตอบสนองไลฟ์สไตล์ และความต้องการของผู้ขับขี่ ได้อย่างดีเยี่ยม

รถมอเตอร์ไซค์ทัวริ่ง

รถมอเตอร์ไซค์ทัวริ่ง

รถมอเตอร์ไซค์ทัวริ่ง รถที่ตอบสนองการเดินทาง ใครที่มีไลฟ์สไตล์ชอบท่องเที่ยวด้วยรถมอเตอร์ไซค์นับว่ารถคันนี้ จะสามารถตอบสนองความต้องการของคุณได้อย่างแน่นอน

สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ทัวริ่งรถ ที่จะทำให้คุณสามารถเดินทางไปได้ในที่ต่างๆ พร้อมทั้งสามารถขนสัมภาระ ที่คุณต้องการไปบนรถได้ด้วย ดังนั้น และการขับขี่ที่สบายทั้งคนขับคนซ้อน จึงทำให้การเดินทางไกลนั้นเป็นสิ่งที่ ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวอยากมาก

รถมอเตอร์ไซค์วิบาก

รถมอเตอร์ไซค์วิบาก

รถมอเตอร์ไซค์วิบาก รถที่ตอบสนองการเดินทางแบบสายลุย ไม่ว่าจะเป็นป่า เขา เนิน หิน ดิน หรือทราย รถมอเตอร์ไซต์แบบนี้จะพาคุณไปได้ทุกที่ที่คุณต้องการ ซึ่งเป็นรถที่เหมาะอย่างมากเลยสำหรับขาลุยที่ชอบการผจญภัยตัวจริง ดังนั้น หากใครชอบขับรถ ดังนั้นหากใครชอบเดินทางในที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติดินหรือฝุ่นรถคันนี้จะตอบโจทย์ให้กับคุณได้เป็นอย่างดี

  1. รู้จักสินเชื่อ ผ่อน ดาวน์ และประกันต่าง ๆ เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อรถมอเตอร์ไซตืคันใหม่สักคัน ปัจจุบันมีทางเลือกในการซื้อรถนั้นมีได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการ ผ่อน ดาวน์ หรือซื้อเงินสด ซึ่งการทำสินเชื่อเหล่านี้ก็จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกรถใหม่ ดังนั้น คุณไม่ควรพลาดโดยเด็ดขาดสำหรับการศึกษาเกี่ยวกับสินเชื่อก่อนออกรถ เพราะแหล่งเงินทุนในแต่ระที่อาจจะมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันอย่างมาก และที่สำคัญเมื่อคุณตัดสินใจเลือกแหล่งเงินทุนหรือสินเชื่ได้เป้นที่เรียบร้อยแล้วนั้น คุณจะต้องดูว่าตารางผ่อนและดอกเบี้ยเป็นไปตามที่คุณต้องการและสามารถผ่อนได้หรือไม่ และสิ่งสำคัญอันดับต่อมาคือ ประกันภัย หรือ ประกันรถมอเตอร์ไซค์ เพราะรถที่คุณใช้อาจจะเป็นรถที่มีซีซีที่สูง ดังนั้น การเลือกประกันภัยที่ดีจะช่วยให้คุณปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
  2. ทดลองขับจริง อย่างไรก็ตามเมื่อคุณได้รถที่คุณต้องการแล้วสิ่งสำคัญอันดับต่อมานั้นคือการได้ทดลองขับรถที่คุณต้องการนั้นเอง ซึ่งนอกเหนือจากข้อมูลที่ครบถ้วนแล้วการที่คุณได้ทดลองขับจะทำให้คุณนั้นสามารถรู้ถึงสมรรถนะและการขับขี่ต้องการความคล่องตัวว่าเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันและตามความต้องการของคุณหรือไม่ ดังนั้น หากคุณต้องการทดลองขับรถที่คุณเลือก คุณสามารถเข้าไปที่ศูนย์บริการเพื่อขอทดลองขับรถของจริงได้ ซึ่งควรจะได้ทราบถึงสมรรถนะของตัวรถตรงตามความต้องการของคุณหรือไม่
  3. ขับรถเป็นแล้วหรือยัง สิ่งนี้นับว่าเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ ก่อนที่คุณจะเลือกรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่ คุณควรประเมินศักยภาพของตัวของคุณเองว่าสามารถขับรถมอเตอร์ไซค์เป็นหรือไม่ รายการขับรถของคุณนั้นคุณมีความชำนาญแค่ไหน ซึ่งเมื่อคุณประเมินศักยภาพของคุณ คุณก็สามารถเลือกรถที่เหมาะกับการขับขี่ของคุณได้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
รถแบบไหนที่เหมาะกับคุณ

รถแบบไหนที่เหมาะกับคุณ

สำหรับ 4 ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อรถมอเตอร์ไซค์ได้ใหม่เป็นอย่างไรบ้าง หวังว่าบทความเหล่านี้จะทำให้คุณนั้นสามารถเลือกเป็นรถจักรยานยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ได้ตรงตามสเปคและความต้องการของคุณอย่างนี้ ดังนั้น หากใครที่ยังไม่รู้หรือไม่ทราบว่าเมื่อซื้อรถคันใหม่ควรเลือกรถแบบไหน เบื่อที่จะให้เหมาะสมกับตัวของคุณหรือไม่นั้นบทความนี้จะช่วยหาคำตอบให้กับคุณ

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : bigbikeinfo

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

สัญญาณมือ ที่ไบค์เกอร์ควรรู้ ใช้ในการ ออกทริป

การขับขี่บิ๊กไบค์หรือการเดิมทางเป็นกลุ่มที่เรียกว่าการออกทริปสาววกบิ๊กไบค์ทุกท่านจะต้องคำนึงเป็นสิ่งแรกคือความปลอดภัยในการใช้รถและใช้ถนน เพราะถนนที่เราใช้ในการเดินทางนั้นเป็นถนนส่วนรวม และการเดิมทางเป็นกลุ่มหรือการเดินทางในการออกทริปนั้นจะต้องมีระเบียบเพื่อไม่ขวางทางผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ดังนั้นการใช้ สัญญาณมือ จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับการเดิมทางในการออกทริปและการเดินทางเป็นกันกลุ่มนั้นเอง มาดูกันว่าสัญญาณมือสำหรับบิ๊กไบค์ ใช้อย่างไรและมีสัญญาณอะไรบ้าง บาคาร่า สูตรบาคาร่า

สำหรับการใช้สัญญาณมือ หลายๆคนอาจยังสงสัยหรือใช้สัญญาณกันแบบผิดๆ ในแบบของตัวเองหรือตามที่เข้าใจมาก ซึ่งอาจทำให้เพื่อนร่วมทริปเกินความ งง หรือไม่เข้าใจสัญลักษณ์หรือสัญญาณที่แสดงได้ ดังนั้นวันนี้เว็บไซต์ bigbikeinfo.com จะมาแนะนำสัญญาณและสัญลักษณ์ที่ใช้ในการออกทริปให้ทุกท่านได้ทราบและนำไปใช้ก่อนการออกทริปหรือเดินทางแบบคาราวานกัน

สัญญาณหยุด
สัญญาณหยุด
  1. การให้สัญญาณ “หยุด” รถ สำหรับสัญลักษณ์การหยุดรถผู้ขับขี่จะต้องใช้มือซ้ายยกขึ้น โดยยกมือขึ้นมาให้นิ้วทั้ง 5 อยู่ในลักษณะตามภาพ เพื่อแสดงสัญลักษณ์สำหรับหยุดรถ โดยการหยุดรถนี้จะสามารถใช้ได้เมื่อไหล่ทางมีช่องหรือที่ว่างที่สามารถจอดรถได้หรือหยุดรถได้โดยไม่ขวางทางผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ และในกรณีที่มีความจำเป็นต้องหยุดรถ
    สัญญาณขับขี่เรียง 1

    สัญญาณขับขี่เรียง 1
  2. การให้สัญญาณ “ขับขี่เรียง 1” สำหรับการให้สัญญาณขับแถวเรียง 1 หรือสัญญาณแจกให้เพื่อนร่วมทริปขับเรียงเป็นหนึ่งแถวนั้นสามารถทำได้ เมื่อผู้นำแถวหรือผู้นำหน้าแสดงสัญลักษณ์โดยการชูมือซ้ายขึ้นมาพร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นมา 1 นิ้ว เพื่อแสดงให้เพื่อนร่วมทริปขับต่อแถวเรียงหนึ่ง ซึ่งใช้ในเวลาที่มีช่องทางขับน้อย
    สัญญาณเชิญขึ้นนำ

    สัญญาณเชิญขึ้นนำ
  3.  การให้สัญญาณ “เชิญขึ้นนำ” สำหรับการใช้สัญญานี้ใช้แสดงเมื่อผู้ขับขี่ที่อยู่ด้านหน้าต้องการให้ผู้ขับขี่ที่อยู่ด้านหลังขับแซงหรือขึ้นนำไป สำหรับการให้สัญญาณเชิญขึ้นทำให้ผู้ขับขี่ที่จะแสดงสัญญาณนี้ โดยใช้มือซ้ายชี้นิ้วไปด้านหลังแล้วโบกไปด้านหน้า โดยการโบกมือนั้นจะต้องโบกมือจากด้านหลังไปยังด้านหน้าในระดับอก เพื่อแสดงสัญลักษณ์ให้ผู้ขับขี่ด้านหลังขับแซงขึ้นไปด้านหน้าของเรา
    สัญญาณชะลอความเร็ว

    สัญญาณชะลอความเร็ว
  4. การให้สัญญาณ “ชะลอความเร็ว” สำหรับการแสดงสัญลักษณ์หรือสัญญาณชะลอความเร็วนั้นจะใช้ในกรณีที่ผู้ขับขี่หรือผู้นำด้านหน้าสุดเห็นเส้นทางด้านหน้าหรือสภาพถนนด้านหน้าไม่ปลอดภัย หรือทัศนวิสัยไม่ค่อยดีเพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้กับเพื่อนผู้ขับขี่ที่อยู่ด้านหลังให้รถความเร็วหรือชะลอความเร็วของรถลง โดยสามารถแสดงสัญลักษณ์นี้ด้วยการกางแขนซ้ายออกมาระดับหน้าอก หลังจากนั้นทำการแบมือออกทั้ง 5 นิ้วและทำการโบกแขนขึ้นและลงเพื่อเป็นการบอกให้คนด้านหลังทราบว่าให้ชะลอรถ
    สัญญาณขับขี่สลับฟันปลา

    สัญญาณขับขี่สลับฟันปลา
  5. การให้สัญญาณ “ขับขี่สลับฟันปลา” สำหรับการให้สัญญาณเพื่อแจ้งให้ผู้ขับขี่ด้านหลังหรือคนที่อยู่ในขบวนทราบว่าสัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้ผู้ขับขี่และลูกทีมขับขี่สลับฟันปลา โดยผู้นำคันแรกจะทำการแสดงสัญลักษณ์โดยการชูมือซ้ายขึ้นพร้อมด้วยชี้นิ้ว 2 นิ้วขึ้นด้านบน ซึ่งเป็นการแสดงให้ผู้ขับขี่ที่ขับมาด้านหลังสามารถขับขี่สลับฟันปลาได้ โดยการแสดงสัญลักษณ์นี้สามารถแสดงได้ก็ต่อเมื่อมีช่องถนนหลายเลนหรือถนนโล่ง ซึ่งสามารถขับขี่แบบสลับฟันปลาได้และจะไม่เป็นการกีดขวางทางของผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น
    สัญญาณน้ำมันหมดแล้ว

    สัญญาณน้ำมันหมดแล้ว
  6. การให้สัญญาณ “น้ำมันหมดแล้ว” สำหรับสัญญาณนี้เป็นสัญญาณเพื่อแสดงให้ผู้ขับขี่อันที่อยู่ใกล้ชิดทราบ โดยผู้นำสามารถแสดงสัญลักษณ์มีได้เพื่อแสดงให้เพื่อนร่วมทริปทราบว่าเตรียมหยุดพักรถเพื่อทำการเติมน้ำมันหรือเตรียมตัวเข้าปั๊มด้วยสัญลักษณ์นี้หรือสัญญาณนี้สามารถแสดงได้โดยการที่ผู้ขับขี่ ชูมือซ้ายและทำการชี้ไปที่ถังน้ำมันของรถเพื่อเป็นการมอบให้เพื่อนร่วมทีมทราบว่าเตรียมตัวเข้าปั๊มน้ำมันหรือนำมันหมด ซึ่งผู้ขับขี่ที่แสดงสัญลักษณ์นี้จะต้องมองกระจกหลังเพื่อทำการเช็คว่าเพื่อนร่วมทริปเห็นสัญลักษณ์มือที่เราแสดงหรือไม่
    สัญญาณเพิ่มความเร็ว

    สัญญาณเพิ่มความเร็ว
  7. การให้สัญญาณ “เพิ่มความเร็ว” สำหรับการให้สัญญาณเพิ่มความเร็วรถคันแรกสามารถแจ้งให้เพื่อนที่อยู่ด้านหลังทราบและรู้ว่าควรเพิ่มความเร็ว โดยสามารถแสดงสัญลักษณ์ได้โดยการใช้มือซ้ายแบมือหงายขึ้นข้างลำตัวแล้วโบกขึ้นในแนวลำตัวของผู้ขับขี่ ซึ่งสัญลักษณ์นี้จะใช้ก็ต่อเมื่อผู้ขับขี่ด้านหน้าเห็นช่องทางด้านหน้าเป็นช่องทางโล่งและไม่มีรถกีดขวางหรือเป็นทางตรงที่สามารถใช้ความเร็วได้
    สัญญาณอุปสรรคด้านหน้า

    สัญญาณอุปสรรคด้านหน้า
  8. การให้สัญญาณ “อุปสรรคด้านหน้า” สำหรับการให้สัญญาณและแสดงสัญลักษณ์ที่มีอุปสรรคด้านหน้าผู้ขับขี่นำหรือผู้ขับขี่หน้าสุดจากทำการแสดงก็ต่อเมื่อเห็นทางด้านหน้ามีอุปสรรคขวางกั้นเพื่อแสดงให้ผู้ขับขี่ที่ขับมาด้านหลังระมัดระวัง โดยสามารถแสดงหรือทำสัญลักษณ์นี้ได้โดยการใช้มือซ้ายชี้ลงที่พื้นข้างซ้ายเพื่อแสดงให้ผู้ขับขี่ด้านหลังทราบว่ามีอุปสรรคทางด้านซ้าย และสำหรับอุปสรรคทางด้านขวาผู้ขับขี่ด้านหน้าสามารถแสดงให้ผู้ขับขี่ทางด้านหลังเห็นว่ามีอุปสรรคทางด้านขวาได้โดยการกางขาด้านขวาออก เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่ามีอุปสรรคทางด้านขวาให้ระมัดระวัง
    สัญญาณพัก

    สัญญาณพัก
  9. การให้สัญญาณ “พัก” สำหรับการให้สัญญาณพักผู้ขับขี่ที่อยู่ด้านหน้าสามารถแสดงสัญญานี้ได้ก็ต่อเมื่อต้องการที่จะพักหรือคำนึงถึงคนในขบวนแล้วอาจจะเดินทางมาไกลและต้องการที่จะพัก สามารถแสดงสัญลักษณ์พักได้โดย การยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นแล้วนำมาชี้ที่ปาก (ดังภาพ) เพื่อให้คันด้านหลังหรือผู้ที่อยู่ในขบวนทราบว่าต้องการพัก
    สัญญาณหยุดฉุกเฉิน

    สัญญาณหยุดฉุกเฉิน
  10. การให้สัญญาณ “หยุดฉุกเฉิน” สำหรับสัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้ผู้ขับขี่ทราบว่าจะต้องหยุดรถหรือที่เรียกว่าหยุดรถฉุกเฉิน ซึ่งการหยุดรถด้วยสัญลักษณ์นี้ไม่เหมือนกับการอยู่รถแบบธรรมดาเพราะ เป็นการแสดงสัญลักษณ์ต้องการให้หยุดรถฉุกเฉินหรือหยุดรถทันที เรื่องการแสดงสัญลักษณ์นี้จะต้องคำนึงถึงผู้ที่ขับมาตามหลังว่ามีความเร็วมากน้อยเพียงใดหลังจากนั้นหากช่องทางด้านหน้าเป็นช่องทางที่ไม่ปลอดภัยผู้นำสามารถแสดงสัญลักษณ์นี้เพื่อเป็นการหยุดรถฉุกเฉินได้ โดยสามารถแสดงสัญลักษณ์การหยุดแบบฉุกเฉินโดยการยกมือซ้ายเหนือศีรษะแล้วกำมือ เพื่อเป็นการแสดงว่าเตรียมหยุดฉุกเฉิน ไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น
    สัญญาณระวังถนนลื่น

    สัญญาณระวังถนนลื่น
  11.  การให้สัญญาณ “ระวังถนนลื่น” สัญญานี้ใช้สำหรับแจ้งให้ผู้ขับขี่ร่วมทางหรือผู้ขับขี่ร่วมทีมทราบว่า ระวังถนนลื่น โดยสัญลักษณ์นี้ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ข้างหน้ามีกรวดหินดินหรือทรายบนถนนหรือสิ่งต่างๆ ที่อาจจะทำให้ผู้ขับขี่ท่านอื่นไม่ระมัดระวัง อาจจะเกิดอุบัติเหตุรถล้มหรือลื่นได้ ซึ่งสามารถแจ้งสัญลักษณ์นี้ได้โดย แอร์มือซ้ายและเหยียดแขนออกข้างลำตัว พร้อมกับหมุนมือวนไปวนมาซึ่งจะเป็นการบอกให้ผู้ขับขี่ด้านหลังทราบว่า ให้ระมัดระวังถนนข้างหน้า ระวังถนนลื่น
    สัญญาณเลี้ยวซ้าย และ เลี้ยวขวา

    สัญญาณเลี้ยวซ้าย และ เลี้ยวขวา
  12. การให้สัญญาณ “เลี้ยวซ้าย หรือ เลี้ยวขวา” สำหรับสัญญาณนี้ผู้นำขบวนจะใช้สัญญานี้ก็ต่อเมื่อ พบเจอทางเลี้ยวหรือแยกซึ่งจะเป็นการแสดงให้กับลูกขบวนทราบว่าเส้นทางข้างหน้าควรเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา ซึ่งผู้นำคันแรกจะเป็นผู้ทำการแจ้งสัญลักษณ์การเลี้ยวเพื่อให้คนด้านหลังทราบ โดยผู้นำด้านหน้าจะแสดงสัญญาณเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาได้ โดยการใช้มือซ้ายและนิ้วชี้ชี้ไปทางซ้ายสำหรับกรณีเลี้ยวซ้าย สำหรับกรณีในการเลี้ยวขวาผู้นำด้านหน้าจะทำการชี้ไปทางขวาเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้คันหลังเลี้ยวขวาตามกันมา (ดังภาพ)

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับสาวก Bigbike และบรรดาคาราวานที่ชอบเดินทางกันเป็นกลุ่ม สำหรับสัญลักษณ์มือ ที่ใช้สำหรับการออกทริป และเป็นสัญลักษณ์มือที่บิ๊กไบค์ทุกคนต้องรู้ อย่างไรก็ตามทุกท่านสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับการออกทริป ได้เพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็น ออกทริปควรมีตำแหน่ง ซึ่งเป็นบทความที่จะพาทุกท่าน ไปพบกับวิธีการออกทริปและกฎระเบียบต่างๆ พร้อมทั้งตำแหน่งที่ผู้ขับขี่ควรอยู่ อย่างไร

การออกทริปเป็นกลุ่ม ไบเกอร์ทุกคนจำเป็นที่ต้องรู้หน้าที่ ตำแหน่งในขบวน ของแต่ละคน มันมีความสำคัญมากๆ ซึ่งแต่ละตำแหน่ง แต่ละหน้าที่ เป็นอย่างไร มีความสำคัญอย่างไร ลองมาดูด้วยกันเลยครับ

– Lead Rider (ผุ้นำกลุ่ม) มีประสบการณ์ขับขี่ชำนาญเส้นทางมากที่สุด ควบคุมความเร็วและทิศทางของทริป

– Wingman (คนคุมปีก) ช่วยเสริมการตัดสินใจต่างๆ คอยเปิดทาง กันช่องทางให้ขบวนสามารถเคลื่อนไปได้อย่างสะดวก

– Rider (คนขี่ในขบวน) ที่เคยมีประสบการณ์ในการออกทริปบ้างแล้ว

– New Rider (มือใหม่) อยู่ท้ายขบวนให้ใกล้กับคนคุมท้ายให้มากที่สุด

– Tail Gunner (คนคุมท้าย) เป็นตาหลังของผู้นำกลุ่ม คอยควบคุมลำดับการขี่ แจ้งเตือนปัญหาต่างๆ มีประสบการณ์สูงสุด ทักษะดี รถมีกำลังสูงไว้ไล่ตามเวลาเกิดปัญหาข้างหน้า

– Marshall (คนจัดระเบียบกลุ่ม) ให้เรียบร้อย ไม่ให้รถแทรกเข้ามาระหว่างกลุ่ม ช่วยเสริมและเติมส่วนที่ขาดของกลุ่ม ต้องขี่ขึ้นลงขบวนตลอดเวลา

– รถ Service คอยเก็บคนที่มีปัญหา ต้องสื่อสารกับม Marshall และผู้นำเพื่อนัดจุดพัก

การขี่มอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวในรูปแบบทัวร์ริ่งนั้น เป็นที่โปรดปรานของชาวไบเกอร์เสมอ แต่สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องเรียนรู้เช่น สัญญาณมือ และหน้าที่ตำแหน่งในขบวน ทั้งหมดนี้เพื่อความปลอดภัยของชาวไบเกอร์ทุกคนครับ

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

ข้อควรนึก ก่อน ออกทริป ที่ไบค์เกอร์ควรรู้

การเตรียมตัว เพื่อให้การ ออกทริป น่าประทับใจ และดำเนินไปได้อย่างราบรื่นนั้น สำหรับชาว ไบเกอร์ ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งไม่ควรละเลยโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะช่วยทำให้ผู้ขับขี่ได้สร้างความมั่นใจ และมีความปลอดภัยตลอดการเดินทางแล้ว ผู้ขับขี่เองจะสามารถซึมซับบรรยากาศ ในระหว่างการเดินทางได้อย่างเต็มที่ โดยไร้ซึ่งความกังวล บาคาร่า สูตรบาคาร่า

ออกทริป

ข้อควรคำนึงก่อนออกทริป

สิ่งที่ต้องตรวจเช็คก่อนออกทริป

1. สภาพร่างกาย
ในการที่จะ ออกทริป ความพร้อมทางด้านร่างกาย นับเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรกเลยก็ว่าได้ เมื่อใดที่ร่างกายไม่พร้อม ความสนุกมักจะลดน้อยตามลงมา อีกทั้งความไม่ปลอดภัยก็จะตามมาอีกด้วย เพราะฉะนั้นการพักผ่อนถือเป็นเรื่องที่สำคัญ สำหรับการออกทริปเป็นอย่างมาก ก่อนออกทริป ควรจะต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ และห้ามขับขี่ หลังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด

2. ความพร้อมของตัวรถ
การออกทริป รถถือเป็นตัวเอกของงานเลยก็ว่าได้ การที่จะโลดแล่นเจ้ารถคู่ใจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และปลอดภัยนั้นจำเป็นจะต้องตรวจเช็คสภาพรถเบื้องต้นดังต่อไปนี้

  • น้ำมันเครื่องและน้ำมันเบรค ยังมีคุณภาพและมีปริมาณที่ใช้งานได้ หรือไม่ซึ่งควรจะต้องเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนด
  • สภาพของดอกยางต้องลึก และไม่มีรอยฉีกขาด และอย่าลืมเช็คลมยางให้อยู่ในระดับความดัน ที่เหมาะสมสำหรับรถรุ่นนั้นๆ
  • สัญญาณไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟฉุกเฉิน ไฟเบรคต้องไม่ขาด
  • โซ่ สเตอร์ ไม่ควรจะหย่อน หรือตึงเกินไป อีกหนึ่งอย่างให้สังเกตุว่า หากตัวฟันสเตอร์มีความบางและล้มไปในทิศทางคล้ายๆกัน แสดงว่าสภาพตัวฟันสเตอร์เริ่มจะทนไม่ไหวแล้วจำเป็นต้องรีบเปลี่ยน
  • กรองอากาศก็เปรียบเสมือนจมูกของคนเรา หากมีคราบมันหรือฝุ่นมากเกินไปก็จะทำให้รถใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และอาจเกิดปัญหาได้
  • การเช็คหัวเทียนนั้นไม่ยากเลย แค่ไขมันออกมาแล้วดูว่าเขี้ยวมีการสึก หรือหัวเทียนมีคราบเขม่าดำหรือไม่  
  • วิธีเช็คผ้าเบรคสามารถสังเกตุได้จาก ความหนาของผ้าเบรค ซึ่งไม่ควรจะปล่อยให้บางจนเกินไป หรือมีเสียงขณะเบรค
  • คลัชท์ อาการครัชท์หมดจะสามารถสังเกตุได้ จากการขับขี่ในขณะที่เร่งเครื่องถ้ารอบเครื่องยังขึ้นไปได้ดี แต่ความเร็วไม่ขึ้นตามเป็นอาการของครัชท์ลื่น หรือครัชท์จะหมดนั่นเอง
  • สายคันเร่งเมื่อถอดออกมาทำความสะอาด ก็ตรวจเช็คดูเลยว่ามีฉีกขาด คดงอหรือไม่

3. อุปกรณ์เซฟตี้
สิ่งที่สำคัญมากและขาดไม่ได้อีกอย่างนึง สำหรับการขี่รถนั่นก็คือ เครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ป้องกัน ซึ่งประกอบไปด้วย หมวกกันน็อค ถุงมือเต็มใบ เสื้อเซฟตี้ที่มีการ์ด รองเท้าหุ้มข้อ จำเป็นจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกณ์เหล่านี้ ยังสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และมีความทนทานตลอดการเดินทาง เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตัวผู้ขี่เอง

4. การกำหนดจุดหมายปลายทาง  จุดแวะพัก และสภาพอากาศ
ก่อนที่จะออกทริป ควรจะต้องศึกษาเส้นทาง สภาพถนน สภาพอากาศ และจุดแวะพักต่างๆ คำนวณปริมาณของน้ำมันที่ต้องใช้ในระหว่างช่วงการเดินทาง

ยิ่งหากเป็นทริปที่ไกล ควรจะมีการศึกษาเส้นทางเผื่อไว้ เนื่องจากอาจจะมีการซ่อมแซมถนน น้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งเราจะสามารถใช้เส้นทางที่เราเตรียมมาเผื่อไว้ได้

การเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศ ก็สำคัญไม่น้อย หากเจอสภาพอากาศที่ร้อน ควรจะต้องเตรียมน้ำดื่มไปให้พร้อม เพื่อไม่ให้เกิดสภาวะขาดน้ำ การสะท้อนของแสงแดด ที่กระทบจากพื้นถนน อาจจะทำให้สภาวะตาล้าได้

ควรจะต้องหาอุปกรณ์ป้องกันอย่างแว่นตากันแดด หรือหยุดพักบ่อยขึ้น ส่วนการออกทริปช่วงฝนตก สิ่งที่จำเป็นจะต้องเตรียมพร้อมคือ ชุดกันฝน เพื่อไม่ให้ร่างกายเปียก และหนาวจนทำให้ป่วยได้ และจำเป็นจะต้องขับขี่ให้ช้าลง หากฝนตกหนัก อาจจะทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำลง ควรจะต้องจอดแวะพัก

5. งบประมาณ
สำหรับการออกทริป การวางแผนเตรียมงบประมาณ ก็ถือเป็นเรื่องที่สมควร เพราะในการเดินทางที่มีระยะทางไกล อาจจะมีการแวะพักในหลายสถานที่ หรืออาจจะมีสถานที่ที่ไม่ได้อยู่ในแผนการล่วงหน้าอีกด้วย หรือแม้กระทั่งการแวะซื้อของฝากต่างๆ

ออกทริป

สิ่งที่ควรรู้ขณะขับขี่

1. การใช้สัญญาณระหว่างขับขี่
สำหรับการออกทริปเป็นกลุ่ม ผู้ขับขี่ควรจะต้องศึกษาสัญญาณมือเสียก่อน เพื่อที่จะช่วยให้สื่อสารกับคนในกลุ่มได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น และยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง

2. การเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า
ในการออกทริปเป็นกลุ่ม ระเบียบวินัยในการขับขี่ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ผู้ขับขี่ควรจะต้องเว้นระยะว่างอย่างน้อย 1คันรถหรือมากกว่านั้น และต้องสลับเป็นรูปแบบของฟันปลาด้วย เพราะถ้ามีการเบรคกระทันหัน การเว้นระยะที่ดีจะทำให้ไม่เกิดปัญหา

3. การขับขี่บนทางลาดชัน หรือ ทางเขา
ผู้ขับขี่ควรจะต้องเว้นระยะจากรถคันหน้าให้มากยิ่งขึ้น ห้ามแซงโค้งที่ลับตา หรือโค้งที่มองไม่เห็นทางออก

หากเป็นเขาที่มีความชันมาก ให้ใช้เกียร์ต่ำสลับกับเบรค ไม่ควรใช้เบรคอย่างเดียวเพราะเบรคจะเกิดความร้อนมากจนเกินไป จนเกิดอาการเบรคหายได้

วิธีแก้คือต้องจอดรอให้เบรคเย็นลง มากไปกว่านั้น หากผู้ขับขี่ยังมีชั่วโมงบินไม่มากพอ ยิ่งต้องขับให้ช้าและควรเป็นผู้ตาม เพราะอาจจะยังอ่านโค้งไม่ออก จึงควรสังเกตุอาการ จากรถคันหน้าไปก่อน

4. กฎจราจรที่ควรรู้

 การเคารพกฎจราจร เป็นสิ่งที่ไบเกอร์ทุกคนจำเป็นจะต้องศึกษาและปฏิบัติตามให้ถูกต้องตามหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัตเหตุ

 4.1 ผู้ขับขี่จะต้องขับขี่ในช่องทางซ้าย

 4.2 ห้ามขับขี่บนทางเดินเท้า

 4.3 มองดูด้านข้าง ด้านหลัง และให้สัญญาณไฟทุกครั้ง เมื่อเปลี่ยนช่องทาง

 4.4 จดจำสัญญาณจราจรที่สําคัญ

 4.5 ห้ามขับขี่รถสวนทาง

การที่จะออกทริปบิ๊กไบค์ได้อย่างมั่นใจ และเต็มประสิทธิภาพนั้น การเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเดินทางนั้น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งไม่ควรประมาท หากศึกษาได้ดีแล้ว จะสามารถทำให้การออกทริปนั้นปลอดภัย สนุกสนาน และเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับคุณ มากไปกว่านั้น หากคุณกำลังเสาะหาข้อมูลและคำแนะนำ ที่น่าเชื่อถือได้รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง Peera Motosports ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์คาวาซากิอย่างเป็นทางการ ก็มีรถจักรยานยนต์หลากรุ่นให้คุณ ได้ทดลองสัมผัสกับรถคันจริง และยังมีฝ่ายบริการลูกค้าพร้อมที่จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับรถ รวมถึงบริการอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ และของตกแต่งที่จำเป็นเพิ่มเติม

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME

8 ทักษะ ควรรู้และฝึกให้ชำนาญสำหับ บิ๊กไบค์มือใหม่

ในปัจจุบันรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ได้รับความสนใจ จากสาวกไบเกอร์หลายต่อหลายคน ซึ่งบางคนเป็น บิ๊กไบค์มือใหม่ ที่เพิ่งออกรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์มาขับกัน บาคาร่า สูตรบาคาร่า

ดังนั้นวันนี้ จะมาแนะนำ 8 ทักษะ บิ๊กไบค์มือใหม่ ต้องรู้และฝึกให้ชำนาญ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์

เพราะในปัจจุบันอุบัติเหตุบิ๊กไบค์นั้น เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งอาจเกิดจากความประมาทหรือขาดทักษะในการขับขี่ จนส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้นั้นเอง และที่สำคัญสำหรับทักษะนี้ผู้ขับขี่มือใหม่ หรือไบค์เกอร์มือใหม่ จะต้องรู้และควรฝึกฝนให้ชำนาญ ก่อนขับบิ๊กไบค์

สำหรับรถบิ๊กไบค์ ผู้ขับขี่จะต้องมีทักษะและความชำนาญ ก่อนขับขี่ทุกครั้ง เพราะหากขาดทักษะและความชำนาญ อาจจะส่งผลให้ผู้ขับขี่ ต้องพบกับจุดจบที่อาจเกิดอุบัติเหตุถึงชีวิตได้

ดังนั้น วันนี้มาเรียนรู้ทักษะและสิ่งต่างๆ ที่ บิ๊กไบค์มือใหม่ ต้องฝึกฝนให้ชำนาญ ก่อนจะขับขี่รถบิ๊กไบค์คันโปรดของคุณไปตามถนนและพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นถนนสาธารณะ และที่สำคัญเทคนิคนี้สามารถนำไปปรับใช้กันได้ตามสะดวก

บิ๊กไบค์มือใหม่
ขับบิ๊กไบค์ต้องมีสมาธิ ตั้งสติก่อนสตาร์ท

สมาธิ ทักษะสำคัญอันดับแรกที่สาวกบิ๊กไบค์หรือบรรดาไบค์เกอร์มือใหม่ทุกคนจะต้องมีเป็นอันดับแรก

เพราะการขับรถบิ๊กไบค์ที่มี CC สูงๆ และขับด้วยความเร็วนั้นผู้ขับบขี่จะต้องใช้สมาธิสูงที่สุด โดยบางครั้งที่เราตั้งสมาธิในการจดจ่อกับอะไรบางอย่างมากไป มันจะส่งผลให้สมองของเรานั้นเกิดความอ่อนล้า และเริ่มที่จะมีอาการเบื่อหน่าย

จนทำให้ผู้ขีบขี่วอกแวกไม่มีสมาธิและเผลอหันหน้าไปในทิศทางอื่น ซึ่งในจังหวะนี้นี่เอง ที่จะเป็นจังหวะเพียงเสี้ยววินาทีที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้น ผู้ขับขี่จะต้องมีสมาธิและจดจ่อกับเส้นทางให้มาก หากเกิดอาการล้าหรือเริ่มรู้สึกสูญเสียสมาธิ

สิ่งที่ควรทำสำหรับบิ๊กไบค์มือใหม่คือต้องหยุดรถ หรือ จอดรถทันที หลังจากนั้นให้ลงจากรถและยืดเส้นยืดสาย บิดซ้าย บิดขวา ให้ร่างกายได้เปลี่ยนอิริยาบถบ้าง

หลังจากรู้สึกดีจากการผ่อนคลายและพร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้ต่อไปได้

 
บิ๊กไบค์ต้อง ปฏิบัติตามกฎจราจร และ ป้ายบอกทาง

ปฏิบัติตามกฎจราจรและป้ายบอกทาง อย่างไรก็ตามถนนเป็นพื้นที่สาธารณะ สาวกบิ๊กไบค์มือใหม่ทุกคนจะต้องเคารพกฎจราจรและระเบียบต่างๆ อย่างเคร่งครัด

สำหรับการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน เพื่อป้องกันตัวเองและเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้น ทักษะนี้นับว่าเป็นทักษะสำคัญที่สาวกบิ๊กไบค์ต้องศึกษาให้ดี

ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางในการเดินทาง การปฏิบัติตามกฎจราจรและป้ายบอกทาง เช่น เส้นหยุด หรือป้ายจำกัดความเร็ว

ซึ่งหากเราศึกจนเกิดความเคยชินก็จะสามารถช่วยให้ผู้ขับขี่และสาวกบิ๊กไบคืมือใหม่ทุกคนนั้นปลอดภัยทุกครั้งเวลาขับขี่รถบิ๊กไบค์ไปในที่ต่างๆ 

 
หยุดรถและการเบรคบิ๊กไบค์ 

วิธีหยุดรถและการเบรคบิ๊กไบค์ การหยุดรถหรือการเบรคนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ซึ่งการขับบิ๊กไบค์นั้นทุกคนจะต้องทำความเร็วและใช้ความเร็วในการขับขี่อยู่แล้ว

และหากต้องหยุดรถกระทันหันการเบรคจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากเพื่อความปลอดภัยจากอุบัติเหตุ แต่สำหรับบิ๊กไบค์มือใหม่แล้วหากหยุดรถไม่เป็นเนื่องจากขาดทักษะหรือประสบการณ์และความชำนาญในการใช้เบรคหรือหยุดรถ

คุณอาจจะต้องเจอกับอุบัติเหตุได้ ดังนั้นทางที่ดี หากเป็นผู้ขับขี่ใหม่แนะนำว่าไม่ควรขับรถบิ๊กไบค์ด้วยความเร็ว ควรขับช้าๆ และศึกษาวิธีใช้เบรคและการหยุดที่มาด้วยความเร็วด้วยวิธีต่างๆ เช่น การใช้  Engine Bake หรือสามารถเรียนรู้วิธีเบรคเพิ่มเติมได้ที่ วิธีเบรคบิ๊กไบค์

ยูเทิร์น หรือ การกลับรถบิ๊กไบค์ นับว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สาวกบิ๊กไบค์ทุกคนต้องเจอกันเป็นประจำ สำหรับจุดยูเทิร์นหรือจุดกลับรถ เพราะสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุจุดกลับรถก็เป็นหนึ่งสิ่งที่ผิดใบทุกคนต้องเจอ

ไม่ว่าจะเป็นบิ๊กไบค์มือใหม่หรือบิ๊กไบค์มือเก่าที่ขาดความรู้และทักษะในการควบคุมส่วนลดสำหรับการเลี้ยงในวงเดียวที่แคบอย่างมากหรือที่เรียกว่าจุดกลับรถ สิ่งที่ควรคำนึงก่อนกลับรถหรือยูเทิร์นมีวิธีง่ายๆ

นั่นก็คือ จัดระเบียบร่างกายให้พร้อมก่อนยูเทิร์น ความเร็วของรถในย่านความเร็วที่เหมาะสม สมาธิและสายตาของผู้ขับขี่ต้องมองไปยังปลายทางที่ต้องการยูเทิร์น และเมื่อถึงจุดยูเทิร์นผู้ขับขี่จะต้องเอียงตัวด้วยท่า Lean Out โดยการผลักรถออกจากตัวในทิศทางเดียวกับทางโค้ง สำหรับผู้ขับขี่จะต้องสวนทางออกมา สายตาของผู้ขับขี่จะต้องมองไปที่ปลายทางตลอดเวลา เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ผู้ขับขี่สามารถยูเทิร์นได้ไม่ยาก

การใช้งานคลัทช์และคันเร่ง

เรียนรู้การใช้งานคลัทช์และคันเร่งของบิ๊กไบค์ สำหรับเรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องที่เป้นเบสิกอย่างมาก แต่คำว่าเบสิกนั้นมักจะมาพร้อมกับคำว่าเทคนิคและทักษะความชำนาญของการใช้งานเพื่อประสิทธิภาพของการทำงานที่ดีที่สุด

ซึ่งโดยหลักการแล้ว คลัทช์นั้นมีหน้าที่ 3 นั้นก็คือ  การเข้าและลดเกียร์ การออกตัว และการป้องกันเครื่องยนต์ดับ ซึ่งผู้ใช้งานมือใหม่ๆ

มักจะกลัวในเรื่องเดียวกันนั้นคือกลัวเครื่องยนต์ดับนั้นเอง จนหลายต่อหลายคนเลือกที่จะกำคลัทช์แทบทุกครั้งเลยที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นในตอน ชะลอรถ ตอนเบรค หรือในตอนบานโค้ง

ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้คุณนั้นต้องเจอกับอุบัติเหตุได้ ดังนั้น ขอแนะนำเลยว่าในขณะที่ล้อรถยังหมุนอยู่เครื่องยนต์ของคุณจะไม่ดับอย่างแน่อนอน และไม่จำเป็นต้องกำคลัทช์ตลอดเวลาหรือทุกครั้งเพราะกลัวเครื่องยนต์ดับ

ที่สำคัญคุณจะต้องศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องของในรอบของเครื่องยนต์ของคุณขนาดไหนที่เครื่องยนต์ของคุณจะหยุดการทำงาน อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีนวัตกรรมที่สามารถช่วยเหลือผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์เกี่ยวกับเรื่องนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบระบบเกียร์แบบ DCT ,Quickshifter หรือแม้กระทั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ ดังนั้น จงจำไว้ว่าไม่จำเป็นต้องกำคลัทช์ทุกครั้งไปเพราะในขณะที่ล้อรถยังหมุนอยู่เครื่องยนต์จะไม่ดับ

การลดเกียร์บิ๊กไบค์

การลดเกียร์บิ๊กไบค์

การลดเกียร์บิ๊กไบค์ หรือการถอนเกียร์นั้นเปรียบเสมือนหนึ่งในงานศิลปะเลยก็ว่าได้ ดังนั้น จงจำไว้ว่าการลดเกียร์หรือการถอนเกียร์นั้นไม่ใช้ว่าเราจะลดหรือถอนตอนไหนก็ทำได้

เพราะจะทำให้เครื่องยนต์อยู่ในสภาวะผิดปกติ พร้อมทั้งการทำงานของระบบต่างๆ ของรถที่อาจจะรวนตามไปด้วย ซึ่งจะเห็นได้จากปัญหาอุบัติเหตุล้อล็อกที่จะเกิดกับบิ๊กไบค์มือใหม่หลายต่อหลายคนในข่าวอุบัติเหตุหรือคลิปอุบัติเหตุต่างๆ ดังนั้น การลดเกียร์ผู้ขับขี่จะต้องลดเกียร์เมื่อต้องการชะลอความเร็ว หรือเมื่ออยู่ในรอบของเครื่องยนต์ต่ำและไม่เกินความเร็วในขณะรถกำลังวิ่งอยู่ด้วยความเร็ว

เพราะหากคุณทำการถอนเกียร์ในรอบเครื่องยนต์สูงๆ และวิ่งมาด้วยความเร็วอาจทำให้ระของคุณอยู่ในสภาพวะล้อล็อคหรืออาการกระตุกที่ด้านหลังเมื่อมาด้วยความเร็วสูงนั้นเอง

แต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่จะช่วยจัดการกับระบบนี้ได้นั้นก็คือระบบ Slipper Clutch ที่ถูกติดตั้งใว้ในมอเตอร์ไซต์ในยุคปัจจุบัน สำหรับเทคนิคการลดเกียร์สำหรับรถที่ไม่มีการติดตั้ง Slipper Clutch สามารถทำได้โดยการปั้มคันเร่งขึ้นเล็กน้อยแล้วค่อยคลายคลัทช์ที่กำไว้เพื่อให้รอบของเครื่องยนต์เกิดอาการตีขึ้น และลดการสับที่ด้านหลัง

ขับบิ๊กไบค์ในสภาพถนนเปียก

ขับบิ๊กไบค์ในสภาพถนนเปียก เป็นสิ่งที่สาวกบิ๊กไบค์ทั้งเก่าและใหม่ ไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด ถึงอย่างไรก็ตามสภาพอากาศเป็นสิ่งหนึ่ง ที่ไม่มีใครสามารถกำหนดได้อย่างแน่นอนและเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เช่นกัน โดยวิ่งจัดการเมื่อต้องขับรถบิ๊กไบค์ในสภาพถนนเปียกนั้นก็คือ “ยาง” ของรถของคุณควรตรวจสอบ ว่ายางของรถบิ๊กไบค์ของคุณ มีสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่และยางที่เราใช้นั้นถูกประเภทหรือไม่ ดอกยางยังมีหรือไม่ ที่สำคัญร่องรีดน้ำมีความลึกหรือเริ่งบางแล้วหรือไม่

การขับบิ๊กไบค์เป็นกลุ่ม

การขับบิ๊กไบค์เป็นกลุ่ม ในปัจจุบันนั้นได้นับว่าได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะการขับรถออกทริปแบบเป็นกลุ่มนั้นจะทำให้การขับรถบิ๊กไบค์

เป็นเรื่องที่สนุกที่สุดอย่างมาก แต่การขับเป็นกลุ่มนั้นผู้ขับขี่จะต้องมีแบบแผนและ Formation ในการขับเพราะไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้พบเจอกับอุบัติเหตุได้

ดังนั้น การออกทริปจะต้องมีผู้ที่มีประสบการ์ ประกบข้างมือใหม่เสมอและกระจายตัวออก ให้ทั่วทั้งกลุ่มคอยช่วยเหลือและแนะนำผู้ขับขี่มือใหม่คนอื่นๆ และที่สำคัญ สัญญาณมือ สำหรับบิ๊กไบค์ เป็นเรื่องจำเป็นที่สาวกบิ๊กไบค์มือใหม่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางเป้นกลุ่มหรือออกทริป

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงแค่ 8 ทักษะที่บิ๊กไบค์มือใหม่ จะต้องให้ความสนใจและทำความเข้าใจให้มาเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ พร้อมทั้งชีวิตและทรัพย์สินของท่านดังนั้นบิ๊กไบค์มือใหม่ท่านใดหรือมือเก่า

ที่ยังไม่มีประสบการณ์และไม่มีทักษะที่ดีสามารถนำ 8 ทักษะนี้ไปใช้พิจารณาเพื่อเป็นแนวทางในการใช้รถ ใช้ถนนและขับบิ๊กไบค์อย่างปลอดภัย ห่างไกลอุบัติเหตุ สำหรับบทความนี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์ สำหรับบิ๊กไบค์มือเก่าและบิ๊กไบค์มือใหม่อย่างมากแน่นอน

ที่มา : pgslot , PG SLOT , PGSLOTGAME