Yamaha SR400 รถคลาสสิค กับความเก๋าที่ไม่เหมือใคร

 
Image result for SR400  bigbike.boxzaracing

          มอเตอร์ไซค์ที่มาพร้อมกับความคลาสสิคนั้น เรียกได้ว่า เหมาะกับขาโจ๋ทั้งหลาย และหนึ่งในมอเตอร์ไซค์ Bigike (บิ๊กไบค์) ที่ได้รับความนิยมตลอดกาล ในหมู่วัยรุ่นสุดเก๋า นั้นก็คงจะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้เลย นอกเสียจาก Yamaha SR400 (ยามาฮ่า เอสอาร์ 400) ที่นอกจากจะมาพร้อมกับ รูปทรงที่โดนใจชาว Retro Bike ทั้งหลายแล้ว ความดิบ ความเถื่อนของมันก็ไม่เป็นรองใครอีกด้วย

           ทางด้านแรงบันดาลใจในการตกแต่ง Yamaha SR400 สุดโหดที่เรากำลังเห็นอยู่นี้ คุณโป้งก็ได้บอกว่า เดิมทีตนเองเป็นคนที่ชื่นชอบหมวกกันน็อค ประเภทวินเทจ จากนั้นก็เริ่มหันมาทำธุรกิจ เกี่ยวกับการผลิตหมวกกันน็อค และพอเวลาผ่านไปตนก็อยากจะมีรถ ที่สามารถใส่หมวกกันน็อคแล้วดูเท่ห์ แหวกแนว ไม่ซ้ำใคร เจ้า SR400 คันนี้จึงได้รับการคัสตอมในหลายๆ จุด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะออกไปในแนวทางการตกแต่งแบบญี่ปุ่น

ยามาฮ่า เอสอาร์400 ปี 2019 สีฟ้า
 
 
 

           เรามาเข้าเรื่องของแต่งกันบ้างดีกว่าครับ Yamaha SR400 จากคุณโป้งคันนี้ อย่างที่เราเห็นว่ามันแทบจะไม่เหลือเค้าโครงแบบเดิมๆ อยู่เลย ซึ่งคุณโป้ง ได้ทำการใช้ของแต่งที่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงาน Hand Made แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนล้อหลังมาใช้ขนาด 16 นิ้ว และมัดมาด้วยยางจาก Duro ที่มาพร้อมกับลวดลายที่เรียกกกันว่าฟันเลื่อย ทางด้านล้อหน้าใส่ขนาดใหญ่ถึง 21 นิ้ว ยางก็ใช้เป็นของ Duro ที่ออกไปในแนวกึ่งๆ วิบากเช่นเดียวกัน

แฮนด์บาร์ยกสูง กับปลอกแฮนด์แบบเกล็ด
 
ติดตั้ง Sissy bar ยกสูงเพิ่มความหล่อ
 

          และอีกหนึ่งอย่างของ คันนี้ที่เห็นถึง ความเท่ห์ได้อย่างชัดเจนเลยก็คือ การคัสตอมแฮนด์บาร์แบบสูง ที่ออกไปในสไตล์อเมริกัน ช็อปเปอร์ พร้อมทั้งติดตั้ง Sissy bar ยกสูงทางด้านหลัง ที่เข้ามาเพิ่มความหล่อเหลาได้อย่างมากเลยทีเดียว เสริมความดิบด้วยปลอกแฮนด์ ที่มาพร้อมสีเกล็ดสุดคลาสสิค  และทำการดัดแปลงไฟหน้ามา ที่ขนาด 4 นิ้ว

ถังน้ำมันทรงโลงศพสุดเก๋า
 

          สำหรับจุดเด่นของเจ้า จากคุณโป้งคันนี้ ก็จะอยู่ที่รูปทรงโดยรวมเป็น Chopper แบบเต็มพิกัด พร้อมกับการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น และถังน้ำมันที่ได้รับการ Custom มาเป็นทรงโลงศพสุดเท่ห์ บวกกับที่พักเท้าที่ทางคุณโป้งได้ยกสูงขึ้นมาเป็นแบบ Middle ซึ่งทำให้เวลาขับขี่นั้น ท่าทางจะดูเท่ห์ๆ เฟี้ยวๆ หน่อย และเหล็กหลังแข็งที่มาพร้อมกับรูปสายฟ้า ที่ใช้แทนโช๊คอัพนั่นเอง

เครื่องยนต์จาก Yamaha SR400 พร้อมติดตั้งคาร์บูจาก KR
 

          เป็นยังไงกันบ้างครับเพื่อนๆ กับเรโทรไบค์รูปงาม จากคุณโป้งคันนี้ เรียกได้ว่า นอกจากจะตกแต่งเพิ่มความหล่อเหลา อย่างที่เราเห็นกันอยู่ในตอนนี้แล้ว มันก็ยังได้เสริมทัพความแรง ด้วยการเปลี่ยนมาใช้คาร์บูเรเตอร์จากตำนานความแรง 2 จังหวะอย่าง Kawasaki KR แบบเหลี่ยม ปาก 39 มม. เข้ามาช่วยในเรื่องของความแรงที่อยู่คู่กับชาวสองล้อทุกยุคทุกสมัย

เครื่องยนต์4 จังหวะ สูบเดี่ยว 
ขนาด cc399 ซีซี
เกียร์เกียร์ 5 ระดับ
ระบบระบายความร้อนระบายความร้อนด้วยอากาศ
ระบบสตาร์ทสตาร์ทด้วยเท้า
ระบบจ่ายเชื้อเพลิงหัวฉีด
ระบบจุดระเบิดTCI
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 91, เบนซิน 91,  แก๊สโซฮอล์ 95 (E10), เบนซิน 95 
อัตราส่วนกำลังอัด8.5 : 1
ความจุเชื้อเพลิง12 ลิตร
ขนาด (กว้างxยาวxสูง)750 x 2,085 x 1,095 มม.
ระบบกันสะเทือน-หน้าแบบเทเลสโกปิค
ระบบกันสะเทือน-หลังแบบสวิงอาร์ม
ระบบเบรค หน้าดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 298 มม.
ระบบเบรค หลังดรัมเบรก ขนาด 150 มม.
ขนาดยาง หน้า90/100-18M/C 54S
ขนาดยาง หลัง110/90-18M/C 61S
น้ำหนัก174 กก.

Kawasaki ZX 10R จากค่ายสีเขียว พร้อมเทคโลยีใหม่

Kawasaki เปิดตัว ZX 10R มาพร้อมเทคโนโลยีจัดเต็ม

เรียกได้ว่าในช่วงนี้ค่ายมอเตอร์ไซค์ต่างๆ พากันออกมาเปิดตัวรถบิ๊กไบค์กันแบบจ้าละหวั่นเลยทีเดียว ไม่นานมานี้ก็เป็นทางด้านของ Yamaha ที่ได้เปิดตัว Yamaha R1S น้องเล็กของ R1 ไปหมาดๆ ล่าสุดทางค่ายรถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นอย่าง Kawasaki (คาวาซากิ) ในประเทศสเปน ก็เพิ่งได้ทำการเปิดตัว BigBike (บิ๊กไบค์) Kawasaki ZX-10R 2016 (แซดเอ๊กซ์ 10 อาร์) เจ้าตัวแรงในสังกัดค่ายสีเขียว ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นมากมาย แถมแว่วข่าวมาว่ามันยังมาพร้อมพละกำลังทางเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

zx 10r

ในส่วนของการออกแบบ โดยรวมแล้วเจ้าตัวนี้ นี้ยังคง Concept เดิมเอาไว้ นั่นก็คือความดุดันของรูปทรง แต่สำหรับโมเดลปี 2016 นี้ได้ถูกทำการออกแบบมาเป็นอย่างดี เพื่อพัฒนาไว้ใช้ลงสนามแข่งขัน WSBK (เวิลด์ซูปเปอร์ไบค์) และแน่นอนว่ามันต้องมีสมรรถนะอันเหลือเฟือ

zx 10r
ตัวสวิงอาร์มที่ยาวขึ้น 15.88 มม.

   ได้มีการพัฒนาในหลายๆ จุดด้วยกัน อาทิเช่นตัวสวิงอาร์มที่มีความยาวขึ้นกว่าโมเดลก่อนหน้า 15.88 มม. บังโคลนด้านหน้าที่ดีไซน์มาเพื่อการรีดลมให้เข้าสู่ตัวหม้อน้ำ ทำให้การระบายความร้อนนั้นเป็นไปได้อย่างเรียบเนียน และตัวชิวหน้าใหม่ ที่นอกจากจะสามารถลดแรงปะทะจากลมได้แล้ว มันยังช่วยในการลดแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่าเก่าอีกด้วย

zx 10r
ไฟท้ายที่ยกมาจาก Kawasaki Z1000
zx 10r

ทางด้านตัวไฟท้ายก็เป็นการใช้ของ Kawasaki Z1000 ตัวใหม่ และท่อไอเสียที่มาพร้อมกับรูปทรงที่บึกบึน เหมาะสมกับรูปร่างของตัวรถ แถมมันยังได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้ผ่านมาตรฐานไอเสียอย่าง Euro 4 อีกด้วย

zx 10r
ตัวเฟรมแบบ Twin Spar Aluminium 

  Kawasaki ZX-10R 2016 นี้จะใช้ตัวเฟรมแบบ Twin Spar Aluminium ด้านระบบกันสะเทือนด้านหน้า มาพร้อมกับโช๊คอัพจาก Showa Balance Free Fork Upside Down ขนาด 43 มม. พร้อมด้วยกระปุกโช๊คแยกสำหรับการปรับ Compression, Rebound และ Preload ได้แบบครบครัน ส่วนโช๊คอัพด้านหลังเป็นแบบนอนจาก Showa Balance Free Rear Cushion (BFRC) สามารถปรับ Compression, Rebound และ Preload ได้เช่นกัน

สำหรับขนาดยางหน้าอยู่ที่ 120/70ZR17 (58W) ยางหลัง 190/55ZR17 (75W) และระบบเบรคด้านมาพร้อมกับจานดิสก์คู่ขนาด 330 มม. ปั๊มจาก Brembo M50 Monobloc และเบรคหลังใช้เป็นจานดิสก์เดี่ยวขนาด 220 มม. ปั๊มจาก Nissin โดยที่ลูกสูบจะเป็นอลูมิเนียม ส่วนน้ำหนักตัวของเจ้าจอมโหดคันนี้อยู่ที่ 206 กิโลกรัม สามารถบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 17 ลิตรด้วยกัน

เทคโนโลยี IMU จาก Bosch 

ส่วนเทคโนโลยีต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นนั้นก็มีมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหน่วย IMU จาก Bosch ที่อัดแน่นมาด้วยความล้ำหน้าต่างๆ มากมายอย่างเช่นระบบควบคุมล้อหมุนฟรี Sport-Kawasaki TRaction Control (S-KTRC), Kawasaki Intelligent anti-lock Brake System (KIBS), Kawasaki Launch Control Mode (KLCM), Kawasaki Quick Shifter (KQS), Kawasaki Engine Brake Control (KEBC) และกันสะบัดที่สามารถปรับไฟฟ้าได้ จากแบรนด์ Ohlins รวมถึง Power Mode ที่จะเข้ามาช่วยในส่วนของการขับขี่ให้ทำงานได้ราบลื่นขึ้น

เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ขนาด 998 ซีซี.

มาดูในส่วนของเครื่องยนต์ ตัวใหม่นี้กันบ้าง เจ้าจอมดุคันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง ขนาดกระบอกสูบอยู่ที่ 998 ซีซี. DOHC 4 16 วาล์ว ใช้การระบายความร้อนด้วยน้ำ และที่ทำเอาแฟนๆ ของค่ายสีเขียวนี้ฮือฮาไปตามๆ กันก็คือ แรงม้าที่มีมาให้ถึง 207 ตัวที่ 13,000 รอบต่อนาที ทั้งนี้มันต้องทำการติดตั้ง Ram Air ลงไปก่อน ด้านแรงบิดอยู่ที่ 84 ปอนด์-ฟุตที่ 11,500 รอบต่อนาที

เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว สำหรับ Kawasaki ZX-10R 2016 ทั้งในส่วนของเทคโลโลยีสุดล้ำที่จัดมาให้แบบครบครัน รวมไปถึงพละกำลังทางเครื่องยนต์อันมหาศาลของมัน และสำหรับราคาค่าตัวของมันอยู่ที่ 679,000 บาท

CBR 650R รถบิ๊กไบค์ยอดนิยม มาในคลาส 650 cc

มาพบกับเจ้า CBR 650R รถสปอร์ตแนวฟูลแฟริ่งสุดเท่ในคลาส 650 cc

ภาพถ่าย Honda CBR 650R MY19 ฮอนด้า ซีบีอาร์ ปี 2018 ภาพที่ 1/7

         Honda Bigbike สร้างปรากฏการณ์สุดเซอร์ไพรซ์ หลังจากที่ประกาศเปิดตัวสองล้อ 2 รุ่นใหม่ ในตระกูล 650 Series ไม่ว่าจะเป็น Honda  CBR  650R และ Honda CB650R ในงาน Eicma 2018 ที่กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2018 หลังจากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจ A.P. Honda ก็ประกาศเปิดตัวมอเตอร์ไซค์ 2 รุ่นใหม่นี้ อย่างเป็นทางการกลางงาน Motor Expo 2018 ที่เพิ่งรูดม่านปิดฉากไปแบบสดๆ ร้อนๆ ซึ่งคู่หูในตระกูล 650 ก็สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากชาวไบค์เกอร์ พร้อมสร้างยอดจองแบบถล่มทลายให้กับค่ายปีกนกในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งหากจะเรียกว่าฮอตที่สุดในประวัติการก็คงจะไม่ผิดนัก

Honda CB650R แฝดต่างฝาในตระกูล 650 จากค่ายปีกนก

 

           การกลับมาของ Honda ตระกูล 650 Series ในปี 2019 เรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมของรถในตระกูลนี้ที่เราๆ ท่านๆ เคยเห็นมา ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยว ล่้ำสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งสำหรับ Honda CB650R นั้น เรียกได้ว่าเป็นสไตล์ที่คุ้นเคยให้ต่างไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยการปรับโฉมมาให้เป็นสไตล์ที่ฮอนด้าขนานนามว่า Neo Sports Café อันเป็นภาพลักษณ์ที่สะท้อนถึงความเป็นสองล้อในตระกูล CB ยุคปัจจุบันได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับตัวแทนแห่งความเป็นสปอร์ตอย่าง Honda CBR650R ที่ได้รับการปรับองค์ประกอบตั้งแต่หัวจรดท้ายให้ดูสดใหม่ มีความทันสมัย โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวขึ้นอีกขั้น โดยได้รับการถ่ายทอดกลิ่นอายมาจากรุ่นพี่ในค่ายอย่าง Honda CBR1000RR ซึ่งในครั้งนี้ เป็นโอกาสดีที่ทาง BoxzaRacing จะได้สัมผัสกับฟีลลิ่งของสปอร์ตสายพันธุ์ล่าสุดจากค่ายปีกนก พร้อมถ่ายทอดรายละเอียดต่างๆ ให้ทุกท่านได้รับชมกันก่อนใคร

 

ภาพถ่าย Honda CBR 650R MY19 ฮอนด้า ซีบีอาร์ ปี 2018 ภาพที่ 2/7

ไฟหน้า LED ดีไซน์ถอดแบบมาจากรุ่นใหญ่อย่าง Honda CBR1000RR

 

ภาพถ่าย Honda CBR 650R MY19 ฮอนด้า ซีบีอาร์ ปี 2018 ภาพที่ 3/7

           Honda ในตระกูล CB650 นั้น จัดว่าเป็นบิ๊กไบค์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่มีความทันสมัย ขุมพลังที่มาในรูปแบบ 4 สูบ สามารถทำความเร็วได้สูง ภายใต้ค่าตัวที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหาก จะเป็นตัวเลือกแรกๆ ในใจของชาวไบค์เกอร์ แต่…เชื่อได้เลยว่า ความชอบที่ว่านั้น จะมี “ขั้นกว่า” เมื่อคุณได้สัมผัสกับ เจนเนอเรชั่นใหม่ที่มาพร้อมดีไซน์ที่โดนใจกว่า พร้อมเครื่องเคียงที่แรงชัดจัดเต็มยิ่งขึ้น วัสดุที่ใช้ดูดีมากขึ้น ไล่มาตั้งแต่ในส่วนของภาพลักษณ์ที่เรียกว่าปรับให้โดนใจคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าคู่พร้อมเปล่งประกายด้วยหลอด LED ที่นอกจากจะให้มุมมองที่ดูคูลแล้ว ยังมาพร้อมทัศนวิสัยที่โดดเด่นยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับในส่วนของไฟท้าย และไฟเลี้ยวที่ได้รับการอัพเกรดให้เป็น LED ทั้งระบบ สำหรับถังน้ำมันมีการปรับขนาดให้เล็กคง แต่ยังคงไว้ซึ่งความโอบกระชับที่รับกับสรีระของผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี เบาะนั่งมาในแบบแยกส่วนที่เติมอารมณ์ความเป็นสปอร์ตได้มากยิ่งขึ้น น้ำหนักโดยรวมของ Honda CBR650R 2019 อยู่ที่ 207 กก.

ภาพถ่าย Honda CBR 650R MY19 ฮอนด้า ซีบีอาร์ ปี 2018 ภาพที่ 4/7

เรือนไมล์ดีไซน์เก๋ บ่งบอกค่าที่จำเป็นได้แบบครบๆ

Traction Control สามารถเปิด – ปิด ได้ตามต้องการ

          หน้าปัดเรือนไมล์ของ Honda CBR650R 2019 มาในดีไซน์ที่เรียกได้ว่า “ใหม่หมด” กับการรวบรวมค่าต่างๆ ที่จำเป็นมาแสดงไว้แบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว, รอบเครื่องยนต์, ระยะทาง ODO และทริป A B, ไฟบอกตำแหน่งเกียร์, ความร้อนน้ำหล่อเย็น, ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมฟังค์ชั่นเตือนแบบ Count Down ทั้งระยะทางที่วิ่งไป และจำนวนลิตรของน้ำมันก้นถังที่ใช้, อัตราการสิ้นเปลือง, นาฬิกา, ชิฟต์ไลท์เตือนให้เปลี่ยนเกียร์ รวมถึงสถานะการทำงานของระบบ Traction Control ที่เลือกปิดได้โดยกดที่ปุ่มบริเวณประกับแฮนด์ด้านซ้ายค้างไว้ประมาณ 3 วินาที ในส่วนของแฮนด์บาร์มาในแบบ Clip On จับใต้แผงคอ ให้อารมณ์ความเป็นสปอร์ตขึ้นมาอีกขั้น 

ภาพถ่าย Honda CBR 650R MY19 ฮอนด้า ซีบีอาร์ ปี 2018 ภาพที่ 5/7

ขุมพลัง “หกครึ่ง” อัพเกรดความเร้าใจขึ้นไปอีกขั้น

 

            หนึ่งในทีเด็ดที่ทำให้ไบค์เกอร์ต่างหลงใหลในรถตระกูล Honda CB650 ขุมพลังที่มาในรูปแบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ พิกัด 650 ซีซี. ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก อยู่ที่ 67 x 46 มม. ที่ให้พละกำลังแรงม้าที่สูงและสามารถทำความเร็วสูงสุดได้เกินรถมอเตอร์ไซค์ในคลาสเดียวกัน ซึ่งการกลับมาของ Honda CBR650R 2019 นั้น ถือว่าไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เพราะทางค่ายได้จัดการอัพเกรดขุมพลังบล็อคนี้ให้สามารถปลอดปล่อยแรงม้าได้อย่างถึงอกถึงใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้รอบเครื่องยนต์ได้สูงกว่าเจนเนอเรชั่นเดิมถึง 1,000 รอบ/นาที นั่นเองจึงเป็นต้นตอที่ทำให้ มีพละกำลังในการขับเคลื่อนถึง 95 แรงม้า ที่ 12,000 รอบ/นาที (เจนเนอเรชั่นเดิม 89 แรงม้า) โดยแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 64 นิวตัน-เมตร ที่ 8,500 รอบ/นาที โดยมาพร้อมระบบระบบ HSTC (Honda Selectable Torque Control) เทคโนโลยีจากสนามแข่ง ช่วยปรับกำลังเครื่องยนต์ให้เหมาะสมตามสภาพการขับขี่เพื่อป้องกันล้อหมุนฟรี ส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 สปีด อัตราทดชิด พร้อม Slipper Clutch 

 

ช่วงล่างเน้นความหลากหลายในการขับขี่ สบายๆ มั่นใจได้พอควร

ภาพถ่าย Honda CBR 650R MY19 ฮอนด้า ซีบีอาร์ ปี 2018 ภาพที่ 7/7

เบรกเซ็ตนี้…ของดีคู่กาย

            สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเด่นชัดที่สุดสำหรับ Honda CBR 650R 2019 ก็คือ เรื่องของระบบรองรับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงล่าง ชุดเบรก หรือแม้แต่ล้อ ที่ได้รับการอัพเกรดให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้น เหนือกว่าบิ๊กไบค์ในระดับเดียวกัน เริ่มตั้งแต่ชุดช่วงล่างหน้าที่จากเดิมมาในแบบเทเลสโคปิค ได้รับการปรับให้เป็นแบบอัพไซด์ดาวน์จาก Showa แกน 41 มม. ส่วนโช้กหลังมาในแบบโมโนโช้กยิงตรงลงสวิงอาร์ม สามารถปรับค่าพรีโหลดและรีบาวน์ได้ตามต้องการ ล้อที่ถูกจับมาประจำการใน  มาพร้อมดีไซน์ที่ถอดแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง Honda CBR1000RR โอบรัดด้วยยางไซส์ 120/70 R17 และ 180/55 R17 ด้านระบบเบรกหน้านั้น มาพร้อมคาลิเปอร์ Nissin 4 POT ยึดในรูปแบบเรเดียลเม้าท์ จับคู่จานขนาด 310 มม. และเบรกหลังแบบ 1 POT จับคู่จาน 240 มม. ซึ่งมาพร้อมฟังค์ชั่นพิเศษ Emergency Stop Tail Light ที่จะสั่งการเปิดไฟฉุกเฉินให้โดยอัตโนมัติ หากมีการเบรกอย่างรุนแรง เพื่อส่งสัญญาณป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากทางด้านหลัง 

                หากไม่มีอะไรผิดพลาด สองล้อรุ่นนี้ ก็ยังคงน่าจะเป็นบิ๊กไบค์ที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยภาพลักษณ์และองค์ประกอบต่างๆ ที่ได้รับการอัพเกรดมาให้โดนใจไบค์เกอร์ยุคใหม่มากยิ่งขึ้น บวกกับค่าตัวในช่วงแนะนำเพียง 320,000 บาท ซึ่งหากวัดกับโฉมก่อน ถ้าเทียบส่วนต่างแล้ว ถือว่าคุ้มค่ามากๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อแล้วว่า คำว่า…บิิ๊กไบค์เครื่องยนต์ 4 สูบ จะยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจคุณไหม ?

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : bigbike.boxzaracing

MT 07 มอเตอร์ไซต์คันเด็ดบนท้องถนน ของตระกูล MT

Yamaha MT 07 มาในสไตล์ สปอร์ตเน็กเกต ให้ความโฉบเฉี่ยวรูปลักษณ์ และสมรรถนะเครื่องยนต์ ที่ให้มาอย่างเต็มกำลัง เป็นรถ Bigbike เหมาะสำหรับการใช้งาน ในเมืองและนอกเมือง แฮนด์ที่ไม่กว้างเท่าไร ทำให้รถสามารถไปในที่แคบๆ ได้เป็นอย่างดี เบาะแบบสองตอนแยก Yamaha MT 07 ออกแบบสีสันใหม่ มีความดุดันมากยิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัย ด้วยระบบเบรกแบบ ABS ทั้งหน้าและหลัง มีความเท่ดี ไม่ต่างจากตัวรุ่นพี่ อย่าง MT09

ยามาฮ่า MT 07
ยามาฮ่า MT 07
  • Yamaha MT-07 ได้เปิดตัวออกมาด้วย ราคา 299,000 บาท

ยามาฮ่า เอ็มที 07 ไฟหน้าเดี่ยวขนาดใหญ่ ที่โดดเด่น บนไฟแบบ LED ไฟท้ายก็ยังใช้เป็นแบบ LED เช่นกัน หน้าปัดเรือนไมล์แบบดิจิตอล Full LCD แสดงผมความเร็ว รอบเครื่องยนต์ ระดับเกียร์ ระดับความร้อนของเครื่องยนต์ นาฬิกา เป็นต้น ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ เทเลสโคปิค Adjustable 41 มม. Inverted fork ล้อหน้าเป็นแบบล้อแม็กซ์ อลูมิเนียม ขนาด 17 นิ้ว ยางหน้าขนาด 120/70 ZR17 M/C 58W ระบบเบรกหน้าเป็นแบบ ดิสก์เบรก แบบลูกสูบคู่ 282 มม. พร้อม ABS เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 วาล์วต่อสูบ DOHC 4 จังหวะ ขนาดเครื่องยนต์ที่ให้มาขนาด 689 ซีซี ระบบเกียร์ธรรมดา แบบ 6 สปีด กำลังเครื่องยนต์ที่ได้ 75 แรงม้า ที่ 9,000 รอบ/นาที ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบจุดระเบิดแบบ TCI Electric ระบบคลัทช์ แบบเปียก ระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็นแบบ โช้คเดี่ยว สวิงอาร์ม Adjustable link Monocross ล้อหลังเป็นแบบล้อแม็กซ์ อลูมิเนียม ขนาด 17 นิ้ว ขนาดยางหลัง 180/55 ZR17 M/C 73W ระบบเบรกหลังเป็นแบบ ดิสก์เบรก แบบลูกสูบเดี่ยว 245 มม. พร้อม ABS

MT 07

ประเภทเครื่องยนต์ 2 สูบ, 4 จังหวะ, ระบายความร้อนด้วยของเหลว, DOHC, 4 วาล์ว

ความจุกระบอกสูบ  689 cm³

อัตราส่วนความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก 80.0 มม. x 68.6 มม

อัตราส่วนกำลังอัดเครื่องยนต์ 11.5: 1

กำลังเครื่องสูงสุด 55.0 kW (74.8PS) ที่ 9,000 รอบต่อนาที

รุ่นพลังงาน จำกัด 35.0 กิโลวัตต์

แรงบิดสูงสุด 68.0 นิวตันเมตร (6.9 กก. ม.) ที่ 6,500 รอบต่อนาที

ระบบหล่อลื่น บ่อเปียก

ประเภทคลัช จานดิสก์หลายแผ่นแบบเปีย

ระบบจุดระเบิด TCI

ระบบเริ่มต้น ติดตั้งระบบไฟฟ้า

ระบบส่งกำลัง ความเร็วคงที่ 6 สปีด

ส่งสุดท้าย โซ่

การบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง 4.3 l / 100km

การปล่อย CO2 100 กรัม / กม

Yamaha YZF R3 สปอร์ตฟลูแฟริ่งสายพันธ์รถแข่ง โดเด่น และดุดันในทุกมุม

ตอกย้ำความเป็นผู้นำ ทางด้านรถจักรยานยนต์ สายพันธุ์สปอร์ตตัวจริง ด้วยการเผยโฉม Yamaha YZF-R3 สุดยอดรถสปอร์ตเรซซิ่ง R-Series เป็นรถแนว สปอร์ตฟลูแฟริ่ง โดดเด่น ดุดันในทุกมุม เด่นอย่างมาก ด้วยไฟหน้าคู่แยกส่วน แบบมัลติรีเฟลกเตอร์ แฟริ่งด้านหน้าลดแรงปะทะกับลมอย่างดี มาพร้อม แฟริ่งด้านหลัง แบบสปอร์ต เบาะหลังเป็นแบบ เบาะแยกระดับ สองตอน ทั้งหน้าและหลัง มาพร้อมระบบความปลอดภัยอย่างระบบเบรกแบบ ABS หน้าตาใหม่ แสดงความเป็นซูเปอร์สปอร์ต ในทุกองศา ทุกเส้นทาง ทุกช่วงเวลาที่ต้องการ ไฟหน้าคู่ Full LED มีความสปอร์ตขึ้น แต่คงไว้ซึ่งความดุดัน ส่องสว่างทุกองศา ไฟท้าย LED Taillight โฉบเฉี่ยวสไตล์รถสปอร์ต พร้อมไฟเลี้ยวแบบแยกส่วนซ้าย-ขวา ระยะไกลมองเห็นได้ชัด เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่  

YZF R3

ไฟด้านหน้า ออกแบบใหม่ ดูโดดเด่น เฉียบคม มากยิ่งขึ้น และเป็นระบบไฟ LED รอบคันแล้ว หน้าปัดเรือนไมล์แสดงผล LCD ดิจิตอล มัลติฟังก์ชั่น ได้รุ่นพี่ R1 เป็นแรงบันดาลใจ แผงคอหน้า และท่านั่งเหมือนกับได้ขับ R1 R6 เลย ด้านหน้าเปลี่ยนเป็นโช้คหัวกลับ Upside Down ของ KYB ที่เป็นอีกหนึ่งจุดที่ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงใหม่ มองจากด้านหน้า จะเห็นว่าแฟริ่ง จะคล้ายกับรุ่นพี่ อาร์6 มากๆ แต่จะให้ความรู็สึกที่บางกว่า เล็กกว่าและเบากว่า ส่วนเรื่องของล้อแม็กซ์ก็ยังคงเป็นลวดลายเดิมจากโฉมเก่าไม่ได้เปลี่ยนแปลง

YZF R3

Yamaha YZF-R3 เพิ่มระดับอีกขั้นกับการออกแบบแฟริ่งหน้าใหม่ ตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อความเร็วสูงสุด รวมกับประสบการณ์ในการแข่ง สู่การออกแบบยานยนต์ ที่รวดเร็ว ลุคสปอร์ตเร้าใจ เป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ขุมพลังเครื่องยนต์ 321 cc. ด้วยเทคโนโลยีลิขสิทธิ์ YAMAHA ให้ผู้ขับขี่ควบคุมกำลังเครื่องยนต์ได้อย่างมั่นใจ

หน้าปัดเรือนไมล์แบบ อนาล็อคและดิจิตอล แบบอนาล็อกจะแสดงผลรอบเครื่องยนต์ ในส่วนของจอดิจิตอล แสดงผลความเร็ว ระดับความร้อน ระดับน้ำมัน ระดับเกียร์ แลัวัดระยะทาง เป็นต้น หน้าจอให้สีที่สดใส เครื่องยนต์ 2 สูบ 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดเครื่องยนต์ที่ให้มาขนาด 320 ซีซี  ระบบเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบคลัตช์เป็นแบบเปียก ชนิดหลายแผ่น มีระบบจุดระเบิดแบบ ที.ซี.ไอ. กระบอกสูบ x ระยะชัก 68.0 x 44.1 มม. ระบบส่งกำลัง (ระบบเกียร์) โซ่ / สเตอร์ ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ โช้คเทเลสโคปิคแบบคู่ มีระบบเบรกหน้าเป็นแบบ ดิสก์เบรกเดี่ยว และยังมีระบบเบรกรถป้องกันล้อล็อคในขณะเบรก ABS (Anti-Lock Brake System) ล้อเป็นแบบล้อแม็กซ์ขนาด 17 นิ้ว ยางหน้ามีขนาดอยู่ที่ 110/70-17M/C (54H) ระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบ โช้คเดี่ยวทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ล้อเป็นแบบล้อแม็กซ์ขนาด 17 นิ้ว ยางหลังมีขนาด 140/70-17M/C (66H) ระบบเบรคหลังเป็นแบบ ดิสก์เบรคเดี่ยว

YZF R3

Yamaha YZF-R3 มาพร้อมภาพลักษณ์ใหม่ ที่เหนือชั้น ด้วยสไตล์ใหม่ภายใต้เอกลักษณ์ตระกูล R-Series ที่โดดเด่น สะดุดตา สัมผัสได้ถึงความเร้าใจแต่แรกเห็น ด้วย Dual Reflector Headlight ไฟหน้าคู่ แบบสายพันธุ์สปอร์ตเรซซิ่งระดับโลก ที่ทำให้เจ้า YZF-R3 ดูดุดัน เร้าใจ ได้อารมณ์ทุกมุมมอง พร้อมไฟส่องสว่างทุกองศา Position Lamp สุดเท่ มองเห็นได้ชัด แม้ในเวลากลางวัน อีกทั้งชุดแผงหน้าปัดเรือนไมล์แบบ Multi Function จัดเต็มทุกฟังก์ชั่น เลขบอกเกียร์ที่ช่วยให้การใช้เกียร์ถูกต้อง และแม่นยำในการขับขี่ พร้อมไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ดีไซน์ Shift Light ที่ถอดแบบมาจาก YZF-R1 และ YZR-M1 ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์สัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ ได้กำลังสูงที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : bigbike.boxzaracing

KTM 390 Duke รีวิวรถ Naked Street Bike เพิ่มเทคโนโลยีใหม่ เบา แต่แรงกว่าเดิม

บริษัท เบิร์นรับเบอร์ จำกัด สร้างปรากฎการณ์ใหม่ ในวงการสองล้อ ในปี 2017 ด้วยการส่งสตรีทไบค์สุดร้อนแรงอย่าง KTM 390 Duke เจนใหม่ จากค่าย KTM มอเตอร์ไซต์สัญชาติออสเตรเลีย ออกมาตลาด ซึ่งก็ทำเอาไบค์เกอร์ทุกหัวระแหงตาลุกวาว ด้วยองค์ประกอบอันโดดเด่น พร้อมฟีเจอร์สุดล้ำ ภายใต้ค่าตัวที่ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงได้ แน่นอนว่าตัวผู้เขียนเองก็แอบตื่นเต้น และใจแกว่งไปพักใหญ่ๆ เลยทีเดียว แฟนๆ ปีศาจสีส้ม หรือ The Beast เป็นชื่อ ของมอเตอร์ไซต์รุ่นดู๊ก (Duke) อัดแน่นด้วยเครื่องยนต์อันทรงพลัง น้ำหนักที่เหมาะสม คล่องตัว และการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แข็งแกร่ง ปราดเปรื่อง และดุดัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่น ที่โดดเด่น และนำพาความสนุกในการขับขี่ ที่จัดจ้านเกินพิกัดความจุอีกครั้ง เพื่อตอบสนองการขับขี่ของบรรดาสุดยอดนักสู้บนท้องถนน

KTM 390 Duke

KTM Duke 390 (เคทีเอ็ม ดุ๊ค 390) เป็นรถแนว NAKED Street BIKE ระดับเอนทรี่คลาส ของค่าย KTM ไฟหน้าแยกคู่ ใช้ไฟแบบ LED ไฟเลี้ยวซ้าย และขวา ใช้เป็น LED เช่นกัน โครงเหล็กถักที่เป็นเอกลักษณ์ของ KTM มีความแข็งแรง น้ำหนักที่เบา สีสันที่โดดเด่น รถมีความคล่องแคล่วสูง เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองเป็นอย่างดี หน้าจอควบคุมแบบ​ TFT Display ​ในหน้าจอยังมีระบบ KTM MY RIDE ที่สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์ เข้ากับตัวรถผ่าน Bluetooth ใช้เทคโนโลยี Open-cartridge Fork ดูดซับแรงสั่นสะเทือน และลูกสูบแยก

การกลับมาในครั้งนี้ คงไม่ผิด ถ้าจะบอกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ เพราะระหว่างเจน เดิมและเจน ใหม่นั้น มีการเปลี่ยนหลายอย่าง จนยากที่จะอธิบายได้จนหมดสิ้นในวันเดียว ตั้งแต่ในส่วนของโครงสร้าง รวมถึงระบบต่างๆ ที่ใส่มาให้ เรียกได้ว่า เจ้าตัวใหม่ ได้รับการรังสรรค์ออกมา ให้มีความโดดเด่น ล้ำสมัยไปอีกขั้น ตามฉบับสตรีทไบค์สายพันธุ์โหด รูปร่างถูกถอดแบบมาจากอสูรกายรุ่นใหญ่อย่าง KTM 1290 Super Duke R เริ่มตั้งแต่ไฟหน้า LED ดีไซน์ดุดันที่มาพร้อม LED Day Light เปิด ปิด ได้ตามต้องการ ตัวถังมาใรรูปแบบ Steel Trellis ที่แยกระหว่างเฟรมหลักสีส้ม Powder Coat และ Sub Frame แยกสีขาวสไตล์รถรุ่นใหญ่ เพื่อให้การขับขี่ มีเสถียรภาพมากขึ้น ถังน้ำมันได้รับการออกแบบใหม่ ผสมระว่างรูปร่างเพรียวรับกับสรีระ และดีไซน์ที่ดุดัน โดยเพิ่มความจุเป็น 13.4 ลิตร (มากกว่าเจนเนอเรชั่น 2.4 ลิตร) เบาะนั่งมาในแบบ 2 ตอน แยกระดับระหว่างผู้ขับขี่และผู้ซ้อน โดยความสูงเบาะผู้ขี่อยู่ที่ 830 มม. น้ำหนักตัวรถ 149 กก.การออกแบบสรีระรถคันนี้ ได้รับการปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน ด้วยท่านั่งที่ทำให้ควบคุมรถ ได้ดีขึ้นแต่คงไว้ความสบายในการขี่ และเสริมให้ดียิ่งขึ้นด้วยการปรับปรุงที่นั่งของผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย ขณะที่ถังน้ำมันนั้นเพิ่มความจุมากขึ้นเป็น 13.4 ลิตร (มากกว่าเดิม 2.4 ลิตร) พาผู้ขับขี่สามารถไปได้ไกล ยังช่วยให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสและรับรู้ความรู้สึกกับมอเตอร์ไซค์สายพันธุ์ดุรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ได้ดียิ่งขึ้น

KTM 390 Duke

พูดถึงค่าย KTM สิ่งที่เป็นตัวบ่งบอกของแบรนด์นี้เลยคือ ขุมพลังสูบเดียวเสียวทุกเกียร์ เช่นเดียวกับ KTM 390 Duke ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 1 สูบ 4 จังหวะ พิกัด 373.2 ซีซี. ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก อยู่ที่ 89 x 60 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 12.6 : 1 หัวฉีดอิเลคทรอนิคส์ ทำหน้าที่จ่ายเชื้อเพลิง Bosch EFI จับคู่ลิ้นเร่งขนาด 46 มม. ควบคุมด้วยไฟฟ้า Ride by Wire (เจนเก่าเป็นคันเร่งสาย) การควบคุมที่นุ่มนวล ให้พละกำลังสูงสุดที่ 44 แรงม้า ที่ 9,000 รอบ/นาที แรงบิด 37 นิวตัน-เมตร ที่ 7,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์ 6 สปีด จับคู่กับชุดคลัทช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน พร้อม Slipper Clutch ป้องกันการล็อคล้อหากลดเกียร์อย่างรุนแรง

KTM 390 Duke

เต็มไปด้วยความครบเครื่อง ผมขอยืนยันว่า นี่เป็นความเร้าใจ ที่ใครๆก็สามารถสัมผัสและเข้าถึงได้ ไม่ใช่เรื่องยากที่คุณจะหลงรัก หากได้สัมผัสสตรีทไบค์คันดุคันนี้ โดยเฉพาะ หากคุณกำลังมองหาสองล้อคู่ใจ ที่มาในสไตล์ที่โดดเด่น ขี่สนุกเร้าใจ ใส่เต็มเทคโนโลยี ควบคุมได้อย่างใจสั่ง ในงบราว “สองแสนบวกลบ” ผมเชื่อว่า KTM 390 Duke ยังเป็นตัวเลือกที่ดีในการตัดสินในการซื้อ

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก : ananmoney