Benelli 502c รถมอเตอร์ไซต์ cruiser 2 สูบ ที่กำลังมาแรง พร้อมบุกตลาดไทย

หลังเปิดตัวรถและราคา เป็นที่เรียบร้อย ในประเทศไทย นำมาโชว์ตัว เป็นสง่ากันไปแล้วสำหรับ New Benelli 502C รถแนวครูเซอร์ จากทางค่าย Benelli ในงาน Motor Expo 2018 ที่ประเทศไทยเรา ได้รับเสียงตอบรับที่ดี เพราะตัวรถนนั้นเป็นแนว ที่ทางค่ายไม่เคยทำมาก่อน และอยู่ในคลาสเดียวกันกับ TRK 502 และ Leoncino 502 คาดราคาว่า มันจะไม่หนีไปจากสองรุ่นนี้มากนัก หน้าตารถโมเดิร์นครูเซอร์ ที่มีรูปลักษณ์ ที่เฉียบคม และมีขนาดที่กระทัดรัด เหมาะสมกับทุกสรีระ ของผู้ใช้งาน ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเอามากๆ และคาดว่าเป็นอีกรุ่นของ Benelli ที่ทำยอดขายได้ดีในบ้านเรา งานนี้เราลองไปดูรายละเอียดของมันแบบเต็มๆ ด้วยกันเลย

Benelli 502c

ในเรื่องของหน้าตา การออกแบบตัวรถนั้น ถึงมันจะมาในแนวทางของสไตล์ครูเซอร์ แต่ตัวรถเองก็ถือว่ามีความกระชับ เน้นการใช้งานในเมือง ที่ต้องการความคล่องแคล่วสูง และก็มีอัตราเร่งในย่านความเร็วระยะกลางได้ดี สามารถขับขี่ออกทริปได้ดี เพราะท่านั่งในการขับขี่ที่สบาย คล้ายๆ กับการนั่งโซฟา ทำให้ไม่เหนื่อยเวลาขับขี่ระยะไกล นั่นเอง จึงจัดว่าเป็นรถคอมแพคท์ครูเซอร์ขนาดกลาง ที่น่าจะตีตลาด คนที่ชื่นชอบรถแนวนี้ได้ไม่ยาก เพราะจะมองไปในท้องตลาดแล้ว ก็ยังหาคู่แข่งแบบชัดเจนได้ไม่มากนัก

Benelli 502c

New Benelli 502C นั้นเป็นครูเซอร์ขนาดกลาง ทาง Benelli ยังไม่เคยทำตลาดคลาสนี้มาก่อน ใช้เครื่องยนต์พื้นฐานมาจากรุ่น Leoncino ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 499.6 cc แบบ 2 สูบ ให้แรงม้ามาที่ 47 Bhp ที่ 8,500 รอบต่อนาที และทอร์คนั้นให้มาสูงสุดที่ 45 Nm ที่ 4,500 รอบต่อนาที เห็นได้ว่าทอร์คของรถนั้น หนักมาก ในย่านความเร็ว แค่ในช่วงกลางๆ กระบอกสูบเป็น 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ แบบ 4 จังหวะ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด มีกำลังอัดอยู่ที่ 11.5:1 ขนาดกระบอกสูบเท่ากับ 69.0 mm และช่วงชักเท่ากับ 66.8 mm ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด โซ่ทำหน้าที่ส่งกำลังสุดท้าย ซึ่งทั้งหมดนี้ผ่านมาตรฐาน Euro 4 เรียบร้อยแล้ว โช้กอัพหน้าแบบหัวกลับ USD เบรก ABS ดิสก์หน้าคู่ ท้อเป็นแบบปลายคู่ มีเพลทติดป้ายทะเบียนหลัง แบบแขนเดี่ยวให้มาด้วย ระบบไฟเป็นแบบ LED หน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอล บางคนเชื่อว่า นี่คือรถอิตาลี บางคนหันหน้าหนี เพราะบอกว่านี่รถจีน แต่เบเนลี่เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

Benelli 502c

ความสูงแฮนด์บาร์ เป็นแบบ Ape นิดๆ ระบบไฟเป็นแบบ LED รอบคันทั้งไฟหน้า ไฟท้ายและไฟเลี้ยว เบาะนั่งเป็นสองตอน เล่นระดับแต่เอาจริงๆ เหมาะกับนั่งคนเดียว ไม่เหมาะกับมีคนซ้อน ไฟหน้า รูปร่างคล้ายไฟของ TNT300 แต่ว่าในโคมมีมิติมากกว่า และมี Day time running light เป็นลายแปลก โช้คหน้าหัวกลับ ดิสก์เบรกคู่หน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวหลังมาพร้อม ABS ปั๊มเบรกแบบเรเดียลเมาท์ เรือนไมล์ LCD  ที่กันดีดมีป้ายทะเบียนยึด ที่ยื่นออกมาจากสวิงอาร์มหลัง ไฟท้ายได้รับการออกแบบ ค่อนข้างล้ำ แปลกใหม่ มีไฟ 3 จุด ตรงกลางเป็นตัวอักษร “Benelli”

สิ่งที่น่าสนใจของรุ่นนี้ ก็หนีไม่พ้น เรือนไมล์ดิจิตอล แสดงผล 2 แบบ แบบกลางวันและกลางคืน โดยหน้าจอจะเปลี่ยนเอง เมื่อได้รับแสงมากหรือน้อย

การแสดงผล ในตอนกลางวัน

การแสดงผล ในตอนกลางคืน

ความจุถุงน้ำมัน 21 ลิตร ขนาดใหญ่

ฝาเครื่อง มีที่หุ้มกันรอย เป็นลายคาร์บอน ดีไซน์แปลกตา โดยที่พักเท้าจะขยับไปด้านหน้า ตามสไตล์รถครุยเซอร์

ช่วงล่าง ค่อนข้างใหญ่ ป้องกันเศษหิน เศษดิน กระเด็นเข้าตัวเครื่อง ด้านหน้าเป็นตะแกรง ให้ลมผ่าน ช่วยระบายความร้อน

Benelli 502c

ในตอนนี้ ยังไม่มีการเปิดราคาค่าตัวอย่างเป็นทางการ แต่อย่างที่บอกไปข้างต้น มันน่าจะอยู่ตรงกลางระหว่าง Leoncino 502 และ TRK 502 ดังนั้นราคาน่าจะอยู่ในช่วง 210,000 – 213,000 บาท ด้วยวัสดุที่จะมีคุณภาพเดียวกับ 2 รุ่นที่ว่ามา จากการสอบถามข้อมูล ทาง Benelli เองนั้น จะเผยราคาอย่างเป็นทางการ ภายในช่วงไตรมาศแรกของปี 2019 คนที่ชื่นชอบรถคันนี้ก็รอกันอีกไม่นานแล้ว

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก : 168automotive

Harley Davidson Iron 883 รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สไตล์ ครุยเซอร์ชอปเปอร์

Harley Davidson Iron 883 มอเตอร์ไซต์รุ่นเริ่มต้น ในตระกูล Sportster รูปลักษณ์สีดำแบล็กเอาต์(Blacked-Out)  ที่ดูดิบๆ เท่ๆ และลวดลายกราฟิกที่ใหม่ พร้อมให้คุณได้ลดลอง ขนาดตัวรถค่อนข้างเล็ก เบาะนั่งต่ำ 760 มิลลิเมตร คนที่มีส่วนสูง 165-170 เซนติเมตร ขี่ได้อย่างมั่นใจ สามารถวางเท้าได้เกือบเต็ม แฮนด์อยู่ในระยะที่เหมาสม พักเท้าอยู่ตรงกลาง ไม่ได้เป็นแบบ Forward ท่านั่งจึงเป็นธรรมชาติ น้ำหนักรถประมาณ 256 กิโลกรัม ไม่เป็นภาระมากนักเมื่อต้องเข็นรถ

Harley Davidson

เครื่องยนต์ให้มา Evolution แบบ V-Twin 2 สูบ เกียร์เครื่องยนต์ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ความจุ 883 ซีซี กระบอกสูบ 76.2 มิลลิเมตร ช่วงชัก 96.8 มิลลิเมตร กำลังสูงสุด 52 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 70 นิวตัน-เมตร ที่ 4,750 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ขับเคลื่อนด้วยสายพาน จุดระเบิดด้วยระบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หัวฉีด ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 12.5ลิตร Air-Colled Evolution เป็นระบบระบายความร้อน จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ Electronic Sequential Port Fuel Injection อัตราส่วนกำลังอัด 9.0:1 ให้แรงบิดสูงถึง 70 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 5 สปีดระบบคลัทซ์มือ มีสายพานส่งกำลังตัวสุดท้าย

กำลังเครื่องยนต์ เหลือเฟือ สำหรับรถสไตล์นี้ ที่เน้นอารมณ์การขี่เป็นหลัก สมรรถนะก็ดูดี ไม่ขี้เหร่ อัตราเร่งดีตั้งแต่รอบต่ำ ทำความเร็ว 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ต้องเค้นเครื่องมากหนัก มากไปกว่านี้ คนขี่จะเริ่มเหนื่อย เพราะท่านั่งต้านลม เดินทางไกลทำความเร็วถูกกฎหมาย ใช้รอบไม่สูง ประมาณ 2,500-3,500 รอบต่อนาที ถังน้ำมันความจุ 12.5 ลิตร เดินทางได้ประมาณ 200 กิโลเมตร แวะเติมน้ำมันและพักคนขี่ไปในตัว ส่วนการควบคุมรถที่ความเร็วต่ำ รวมทั้งการเลี้ยวมุมแคบ ทำได้ง่ายกว่าที่คิด รถมีน้ำหนักไม่หนัก ช่วงล่างแข็งนิดๆ ด้านหลังสามารถปรับ Pre-Load ของสปริงได้ เบาะนั่งสุดหนานุ่ม ซับแรงสะเทือนได้ดี

Harley-Davidson Sportster Iron 883 ความยาวตัวรถ 2,185 มิลิเมตร ความสูงเบาะเมื่อ 760 มิลลิเมตร ระยะใต้ท้องรถ 140 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 1,515 มิลลิเมตร ขนาดยางหน้า 100/90B19 57H ขนาดยางหลัง 150/80B16 77H วงล้อ 9 ซี่ สีดำแถมกรอบขัดแต่ง ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Telescopic ระบบกันสะเทือนหลังแบบ Dual Shock เงา ระบบกันสะเทือนหน้า Showa หัวกลับ 39 มิลลิเมตร ระยะ 108 มิลลิเมตร ระบบกันสะเทือนหลัง เป็นโช้คอัพคู่ สามารถปรับระยะได้ ระยะ 54 มิลลิเมตร ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกขนาด 292 x 5 มิลลิเมตร ระบบเบรกหลัง 260.1 x 7.1 มิลลิเมตร

มาตรวัดทรงกลมเดี่ยว ด้านล่างมีจอดิจิตอล บอกข้อมูลครบ ทั้งระยะทางรวม, ระยะทางทริป A-B, รอบเครื่องยนต์, นาฬิกา และตำแหน่งเกียร์ มีปุ่มดูข้อมูล อยู่ที่แฮนด์ด้านซ้าย ด้านล่างของชุดมาตรวัดมีไฟเตือนระบบต่างๆ ไฟเตือนน้ำมันใกล้หมด ไฟหน้าฮาโลเจน H4 ไฟท้าย LED รวมทุกสัญญาณไฟไว้ในโคมทรงกลม แบ่งพื้นที่ภายในโคมเป็นไฟท้ายและไฟเบรกสีแดง และไฟเลี้ยวสีเหลือง มองเห็นชัดเจนในตอนกลางวัน

Iron 883 เหมาะสำหรับคนที่ไม่เคยขับบิ๊กไบต์ หรือใครอยากลองสัมผัสอารมณ์ของถฮาร์ลีย์ จะขี่จริงจังหรือนานๆ ขี่ครั้งก็ไม่ต้องเสียดายมาก ในราคาที่เบากว่าตอนนำเข้า ถ้าติดใจแล้วค่อยอัพรุ่น หรือจะขี่รุ่นนี้ต่อก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย 

Suzuki Gixxer 250 เปิดตัวรถ Naked Bike รุ่นใหม่ล่าสุด ในราคา 69,000 บาท

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ กับ รถ Naked Bike รุ่นล่าสุด จากทางค่าย Suzuki Motorcycle India กับเจ้า All New Gixxer 250 มีการออกแบบ ที่เป็นเอกลักษณ์ ระบบไฟ LED รอบคัน มาพร้อมระบบเบรก ABS ภายใต้ขุมพลังขนาด 250cc. ในราคา 159,800 อินเดียรูปี หรือคิดเป็นเงินไทย อยู่ที่ประมาณ 69,000 บาท เท่านั้น ซึ่งจะมาสู้กับ Yamaha FZ25 และ KTM 250 Duke ที่ถือเป็นยอดนิยม ในประเทศอินเดีย กับการออกแบบ ที่มีหน้าตาเท่ แปลกไม่เหมือนรถอื่น มีความโฉบเฉี่ยวทางด้านหน้า



ในตลาดอินเดีย ทาง Suzuki ได้ปล่อยรถคันนี้ เพื่อมาต่อกรกับ FZ25 และ KTM 250 Duke ที่ถือว่ามีพิกัดเครื่องยนต์ ใกล้เคียงกัน โดย Gixxer 250 มาในเครื่องยนต์พิกัด 249cc 1 ลูกสูบ 4 วาล์ว SOHC จ่ายน้ำมัน ด้วยระบบหัวฉีด ระบายความร้อนด้วย Oil Cooling ให้แรงม้าสูงสุดที่ 26.5 PS ที่ 9,000 รอบต่อนาที และทอร์คหรือว่าแรงบิด สูงสุดอยู่ที่ 22.6 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด

ระบบสั่นสะเทือน ด้านหน้าตัวรถนั้น มาในแบบเทเลสโคปิก ส่วนด้านหลัง เป็นโมโนโช้ก ห้ามล้อด้วยดิสก์เบรก ทั้งหน้าและหลัง ทำงานร่วมกับระบบเบรก ABS แบบ dual-channel ในขณะที่ระบบไฟนั้น จะเป็นแบบ LED รอบคัน หน้าจอแสดงผล เป็นดิจิตอล ท่อไอเสียเป็นแบบปลายคู่ พร้อมแผ่นกันความร้อนโครมเมี่ยม เบาะนั่งออกแบบมา แบบสองตอน ยกระดับความสปอร์ต ถังน้ำมันจุมาให้อยู่ที่ 12 ลิตร น้ำหนักตัวอยู่ที่ 156 กก. ซึ่งถือว่าประเทศอินเดียว ให้ความสนใจ หลังจากการเปิดตัว ไม่น้อยเลยทีเดียว ท่อไอเสียสองรู อยู่ข้างสวิงอาร์ม ป้ายทะเบียนที่อยู่ถัดจากไฟท้าย

ทางด้านดีไซน์ของ Gixxer 250 ถูกออกแบบ ไฟหน้าทรง 6 เหลี่ยมแบบ LED, ควบคุมรถด้วยแฮนด์บาร์, ถังน้ำมันดีไซน์ มีความโฉบเฉี่ยว ขนาดความจุ 12 ลิตร พร้อมปีกแฟริ่งด้านหน้า, เบาะนั่งแบบ 2 ตอน, ไฟท้าย LED, หน้าจอแสดงผล แบบดิจิตอลเต็มระบบ , ท่อไอเสียปลายท่อคู่ (2 รู) พร้อมแผ่นกันความร้อนโครเมียม โดยตัวรถมีน้ำหนักโดยรวมอยู่ที่ 156 กก. ระบบด้านล่างนั้น มาพร้อมกับโช้คอัพเทเลสโคปิก ที่ด้านหน้า และด้านหลัง เป็นแบบโมโนโช้ค ส่วนระบบเบรก เป็นแบบดิสก์เบรก ทั้งหน้า และหลัง ทำงานพร้อมกันกับ ABS แบบ Dual-Channel ซึ่งติดตั้งอยู่บนล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว



ยังไงก็ตาม เจ้าคันนี้เน้นทำตลาด ในประเทศอินเดีย ยังไม่มีแผนจะวางจำหน่าย ในตลาดโลกแต่อย่างใด เปิดตัวมา 2 สี พร้อมจำหน่าย คือ สีเทา Metallic Matte Platinum Silver และ สีดำ Metallic Matte Black สำหรับคนไหน ที่เฝ้ารอรถของ Suzuki ในคลาสนี้ คงต้องรอลุ้นกันต่อไป กับโมเดลอย่าง GSX-R250 และ GSX-S250 ยังมีข่าวลือตลอด ว่าอาจจะมีการเปิดตัวกันเร็วๆ นี้

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : autospinn