MT-09 2019 สปอร์ตเนกเกทไบต์ สุดเท่จากทางค่ายส้อมเสียง YAMAHA

YAMAHA MT-09 ของค่าย YAMAHA หนึ่งในรถสปอร์ตตระกูล MT ถูกยกให้เป็น Hyper Bike ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังมีโมเดลย่อยๆ ไว้ตอบสนองการใช้งาน ที่หลากหลายมากขึ้น เชื่อว่ามีหลายท่าน เคยได้ชมภาพยนต์ เรื่อง John Wick: Chapter 3 – Parabellum เราจะได้เห็นเจ้าบิ๊กไบต์คันงาม โผล่ในฉากไล่ล่า ของหนังเรื่องนี้ รถเน็กเก็ตสุดแรง ขวัญใจชาวไทย เป็นรถขึ้นชื่อในตระกูล Master of Torque มีชื่อสเียงในเรื่องแรงบิดมหาศาลนั้นเองครับ เดี๋ยวเรามาทำความรู้จักกันดีกว่าว่า เจ้าคันนี้ มีทีเด็ดตรงไหนบ้าง

MT-09
MT-09

โดยเจ้า MT-09 เป็นบิ๊กไบต์สัญชาติญี่ปุ่น ผลิตและส่งขายโดยประเทศญี่ปุ่น ได้รับการพัฒนาจากรุ่นพี่อย่าง Yamaha FZ-09 ใช้เครื่องยนต์แบบ 3 สูบเรียง Crossplane Crankshaft อันเป็นเอกลักษณ์ของค่าย Yamaha โดยเฉพาะ ปริมาตรกระบอกสูบอยู่ที่ 847 ซีซี สามารถสร้างแรงบิดสูงสุดได้ถึง 87.5 นิวตันเมตร ที่ 8,500 รอบ/นาที แรงม้าสูงสุดถึง 115 แรงม้า ที่ 10,000 รอบ/นาที

2019 Yamaha MT-09 ยังใช้พื้นฐานเดิมจาก ปี 2018 กำลังเครื่องยนต์ขนาด 847 ซีซี 3 ลูกสูบ Cross Plane 4 จังหวะแบบ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีคันเร่งไฟฟ้า YCC-T พร้อมด้วย D-Mode ที่สามารถปรับแต่ง Mapping เครื่องยนต์ได้ Traction Control เป็นระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ที่มีโหมดให้ได้ปรับแต่งตามใจชอบ ตัวรถส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด ระบคลัทซ์แบบ Wet Multi-Plate ส่งกำลังสุดท้ายด้วยระบบโซ่ หน้อจอแสดงผลแบบ LCD รูปทรงที่เท่ โฉบเฉี่ยว ระบบไฟรอบคันแบบ LED

MT-09

เจ้า MT 09 ยังใชพื้นฐานเดิมจากรถปี 2018 สำหรับด้านดีไซน์ การออกแบบตัวรถ ไฟหน้าแบบ LED 2 ดวงแยกฝั่งซ้ายขวา ซึ่งแต่ละดวงนั้นก็จะมีหลอด LED 2 หลอดเล็กบรรจุอยู่ ทั้งหมดรวมเป็น 4 หลอด (2 ฝั่ง) และยังมีไฟรันนิ่งไลท์ ใต้ไฟ LED ทั้งสอง ถือว่าเป็นดีไซน์ที่น่าสนใจ ในส่วนของไฟเลี้ยวนั้น มีการย้าย ถูกย้ายไปอยู่ข้างหม้อน้ำ ในส่วนของไฟท้ายนั้นก็เป็นแบบ LED 3 มิติเป็นรูปทรงตัว M โครงสร้างรถนั้น การออกแบบจะเน้นการใช้เส้นสายที่เฉียบคม ด้านท้ายสั้นลงกว่าเดิม 30mm และมีการออกแบบเบาะนั่งใหม่ โดยเบาะนั้นมีความหนามากกว่าเดิม 5mm และมีการปรับรูปให้เหมาะสมยิ่งสำหรับผู้ขี่เองนั้น จะทำการเบรก, เข้าโค้ง หรือว่าเร่ง ทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทางค่าย Yamaha เองนั้นต้องการทีจะสร้างความแตกต่างกับรถในแนวเดียวกันคันอื่นๆ ในท้องตลาดอย่างชัดเจน

จุดที่น่าสนใจอีกจุด ก็คือตัวรถ MT-09 2019 มีระบบออฟชั่นมากมาย มาให้ อย่างเช่น Quick Shift System (QSS) สามารถเปลี่ยนเกียร์ โดยไม่ต้องบีบคลัทช์ เช่นเดียวกันกับที่ใช้ใน R1 และยังมีระบบ Assist & Slipper (A&S) clutch ช่วยป้องกัน การเกิดล้อหมุนจากเอนจิ้นเบรค ช่วยให้การขับขี่นั้นปลอดภัยมากยิ่งขึ้น, Adjustable suspension for enhanced sports riding ช่วยในการปรับระดับของระบบกันสะเทือนทั้งหน้าและหลัง, D-Mode adjustable engine character ที่จะช่วยในการปรับโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่แตกต่าง, ที่ใส่ป้ายทะเบียนด้านหลังนั้นเป็นแบบแขนเดี่ยว mounted licence plate holder ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

จุดเด่นที่มองข้ามไปไม่ได้ ก็คือเครื่องยนต์แบบ 3 ลูกสูบ CP3 ที่ให้ความเร็วในการตอบสนอง ต่อคันเร่งที่ดีในทุกความเร็วต้น กลาง ปลาย เครื่องยนต์ให้แรงม้าสูงสุด มาพร้อมกับแรงบิดสูงสุด โดยเจ้า MT-09 นั้นถูกยกให้อยู่ในระดับ Superbike ของรถ Naked bike เลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังมีโมเดลย่อยๆ อย่าง MT-09SP มีการปรับระบบสั่นสะเทือน เป็นของ Ohlins ติดตั้งระบบ Quickshifter เพื่อตอบโจทย์สายซิ่งโดยแท้จริง ยังมีรุ่นสำหรับสายท่องเที่ยว อย่าง MT-09 Tracer ที่ปรับลุกส์จาก Naked Bike ให้กลายมาเป็น Hyper Touring ที่แรงเร็ว และให้การตอบสนองที่ดีในทุกๆ ย่านความเร็วอีกด้วย

ในเจ้า YAMAHA MT 09 จะมีสีใหม่ ที่อ้างมาจากรุ่นน้อง อย่าง MT 15 คือ สีเทา Ice Fluo โดยราคาค่าตัวถูกวางไว้ที่ 399,000 บาท สามารถเข้าชมตัวจริง และสอบถามอัตราการผ่อนดาวน์ได้ที่ Yamaha Rider Club ใกล้บ้านท่านเลยครับผม

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : autospinn

legend 250 twin รถค่าย GPX กับการเปิดตัวรถน้องใหม่ในตระกูล legend

legend 250 twin

เป็นรถที่ถือว่า เป็นกระแสอยู่ในเวลานี้กับเจ้า GPX Legend 250 TWIN คันใหม่เอี่ยมจาก ค่ายรถสัญชาติไทย GPX RACING โดดเด่นในเครื่องยนต์ ที่ให้มาแบบ 2 สูบเรียง และดีไซน์ ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถตระกูล legend ขอย้อนไปถึงที่มาของรถรุ่น LEGEND รุ่นแรกของ GPX เปิดตัวเมื่อช่วงปลายปี 2015 เป็นเวลากว่า 4 ปี ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีกับรถรุ่นนี้มาตลอด ตั้งแต่รุ่น LEGEND 200 , LEGEND 150 , LEGEND 150S ซึ่งยังมีรุ่น Minor Change อีกหลากหลายรุ่น

legend 250 twin

เรียกได้เต็มปากว่าเป็น All New legend เครื่องยนต์ใหม่ เป็นเทคโนโลยีหัวฉีด GPX FI ครั้งแรกของทางค่าย ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2 สูบเรียง ขนาดเครื่องยนต์ 234 ซีซี 4 จังหวะ SOHC เกียร์ 6 สปีด พร้อมปรับดีไซน์ ตั้งแต่ไฟหน้า แบบทรงกลมตามสไตล์สายคลาสสิก ที่แฝงความทันสมัย ด้วยระบบส่องสว่างแบบ Full LED รอบคัน ผสมไปด้วยกลิ่นอายของยุค 80 และคงความทันสมัยไว้ ในคอนเซปต์ ‘The Iconic Reborn’ สำหรับดีไซน์คันนี้ออกแนว คลาสสิค กึ่งๆคาเฟ่นิดๆ แต่ผสมกับความทันสมัย เริ่มด้วยไฟหน้า เป็นทรงกลมแบบคลาสสิค แต่ให้ไฟ LED พร้อมกับ Day-time running light มาด้วย จับคูกันอย่างลงตัว ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย

มาพูดถึงระบบเครื่องยนต์ของเจ้า legend 250 twin เป็นเครื่องยนต์ขนาด 234 ซีซี แบบ 2 สูบเรียงที่ทำงานพร้อมๆ กัน 4 จังหวะ SOHC อัตราส่วนกำลังอัด 9.2:1 อากาศและ OIL COOLER ทำหน้าที่ระบายความร้อน จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด มีบาลานซ์ชาฟท์ ช่วยลดแรงสะเทือนของเครื่องยนต์ ขณะขับขี่ ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ 6 สปีด โดยทาง GPX ได้พัฒนาระบบหัวฉีดร่วมกับ Delphi ประเทศอเมริกา เน้นระบบหัวฉีด ให้มีกำลังอัดที่สูงขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น รองรับมาตรฐาน EURO 4 ที่ใช้กันในทวีปยุโรปอยู่ขณะนี้ ยังไม่มีการแจ้งตัวเลขแรงม้า และทอร์คของเจ้าตัวนี้ ออกมาอย่างเป็นทางการในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม หากว่ามีตัวเลขที่แน่นอนแล้ว ทางเราจะมาอัพเดทกันอีกครั้ง

เรือนไมล์รูปร่างกลมแบบยุค 80s แต่แสดงผลแบบระบบดิจิตอล บอกรอบเครื่องยนต์ ตัวบอกความเร็วที่ชัดเจน ปริมาณน้ำมันในถัง สถานะเกียร์ว่าง ระบบไฟ และระบบฟังก์ชั่นวัดระยะทางทริปต่างๆ ในส่วนของยาง ยางหน้าจะมีขนาด 110/90-17″ และยางหลัง 130/90-17″ เบาะนั่งจะเป็นแบบตอนเดียว ให้ความสะดวกสบาย ในการนั่ง รอบเบามีที่จับมากมาย ให้คนซ้อนจับได้ง่าย ตัวถังน้ำมันออกแบบมาเป็นอย่างดี ให้มีรูปทรงรองรับกับการหนีบเข่า และมีการติดตั้งเพลต ตรงถังน้ำมันมาให้ทั้งซ้ายและขวา ป้องกันรอยขีดข่วน จากการหนีบถัง และเพิ่มความกระชับ ถังน้ำมันจุมาให้อยู่ที่ 14.5 ลิตร น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 154 กก. แฮนด์รถจะเป็นแบบคลิปออน จับเหนือแผงคอ พร้อมกระจกมองหลังทรงกลมแบบปลายแฮนด์

ให้ความรู้สึกสปอร์ต ด้วยแฮนด์บาร์เป็นแฮนด์แบบจับโช้ค พร้อมปุ่มควบคุมสวิตช์ไฟ มาตรฐานสองข้าง มีสวิตช์ไฟฉุกเฉินที่มือขวา กระจกอยู่ตรงปลายแฮนด์ทรงกลม บานใหญ่ เน้นใช้งานบนถนนจริง ไม่เพียงเพื่อความสวยงาม ระบบเบรคด้านหน้า เป็นดิสก์เบรคคู่ ปั๊มเบรคแบบ 2 ลูกสูบ ขนาดจานเบรคไม่ใหญ่จนเกินไป ส่วนเบรคหลังเป็นดิสก์เบรคเดี่ยว ปั๊มเบรคลูกสูบเดี่ยว ทั้งหน้า และหลัง ไม่มีระบบ ABS จับคู่กับยางลายคลาสสิคจาก Vee Rubber และล้อหน้ามีแถบสะท้อนแสงมาให้เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

GPX LEGEND 250 TWIN น้องใหม่ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ แดง,ดำ และ ดำด้าน เปิดราคาอยู่ที่ 79,500 บาท ใครที่สนใจสามารถติดตามราคาและข่าวสารได้ที่ gpxthailand.com

S1000RR 2019 โฉมใหม่ของเจ้าฉลาม เครื่องแรงกว่าเดิม จัดเต็มเทคโนโลยีสุดล้ำ

สมกับการรอคอย สำหรับเจ้าฉลาม BMW S1000RR ของค่าย BMW Motorrad บัดนี้ทาง BMW ก็ได้เผยโฉมตัวจริงออกมาแล้ว ซึ่งก็เหมือนกับภาพหลุด ที่ออกมาก่อนหน้านี้เป๊ะๆ โดยได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในงาน Eicma 2018 ที่ประเทศอิตาลี เป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของรุ่นนี้ ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามกันเลยที่เดียว ทั้งจากรูปทรงการดีไซน์ และสมรรถนะ ที่มาแบบจัดเต็มทีเดียว

ได้มีการปรับปรุงหลายอย่าง แฟริ่งใหม่ ชุดไฟหน้าที่ดีไซน์ใหม่ เครื่องยนต์ที่ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพิ่มกำลังขึ้น 8 แรงม้า (207 แรงม้า) และ น้ำหนักลดลง จากตัวเดิม 208 กิโลกรัมเหลือ 197 กิโลกรัม เลยทีเดียว เครื่องยนต์ใหม่เบากว่า 4 กิโลกรัม ชุดไฟหน้าใหม่แบบ LED ส่องสว่างได้ดี หน้าปัดเรือนไมล์ TFT LCD (Thin Film Transistor) จอแสดงผลขนาดใหญ่ ถ้าซื้อชุดแต่ง M Package ที่มาพร้อม ล้อ คาร์บอน ซึ่งน้ำหนักเบากว่าเดิมมาก แบตเตอรี่ลิเธี่ยม และ อื่น ๆ จนน้ำหนักที่มี 197 กิโลกรัม จะลดลงเหลือ 193.5 กิโลกรัม

เจ้าโฉมใหม่นี้ มีหน้าตาแตกต่างจากรุ่นก่อน ที่มีไฟตาเขอย่างสิ้นเชิง โดยเจ้า S1000RR โฉมใหม่นี้ ใช้ไฟหน้าแบบ LED ตามรถบิ๊กไบค์ยุคปัจจุบัน มาพร้อมเครื่องยนต์ ที่กำลังสูงกว่าเดิม โดยรุ่นใหม่นี้มีพละกำลังสูงสุดถึง 207 แรงม้าเลยทีเดียว ไม่ธรรมดาสุดกับ ขุมพลังของซุปเปอร์ไบต์ BMW S1000RR ที่มีเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 สูบแบบเรียง 999 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 199 แรงม้า ที่ 13500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดที่ 113 นิวตันเมตร ที่ 10500 รอบ/นาที , อัตรากำลังอัด 13.0:1 หัวใจหลักของเครื่องยนต์ ก็คือระบบ

หัวใจหลักของเครื่องยนต์ คือระบบ BMW ShiftCam เรียกอีกอย่างว่า ระบบวาล์วแปรผันของทาง BMW โดยได้ติดตั้ง Cam Pairs ไว้สองตัว เพื่อช่วย Camshaft ในการทำงาน และวางวาล์วไอดีที่เปิดตรงไปยังห้องเผาไหม้ เวลาของการนำเอาไอดีเข้าไปเผาไหม้นั้นสั้นลง การจุดระเบิดเครื่องยนต์สามารถทำได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว ทำให้เครื่องยนต์ การสั่นจากการหมุน ของเหลาข้อเหวี่ยงลดลง และสามารถสร้างพละกำลังได้สูง ในรอบต่ำกว่าเดิม ซึ่งระบบนี้จะแยกการทำงาน ตามย่านความความเร็ว ของเครื่องยนต์ที่ใช้ โดยรอบการเดินเบา Low Cam Profiles จะทำงานให้ตัววาล์ว ลดตัวเข้าใกล้หัวลูกสูบมากขึ้น เพื่อลดระยะการทำงาน และในย่านความเร็วสูง High Cam Profiles จะทำการยกตัววาล์วให้สูงขึ้น เพื่อให้การทำงานในย่านความเร็วสูง ทั้งหมดนี้จะทำให้ตัวรถนั้นสามารถรีดประสิทธิภาพออกมาได้สูงสุด ในส่วนน้ำหนักตัวของ All New BMW S1000RR นั้นจะอยู่ที่ 197 กก. ความสูงเบาะนั่งอยู่ที่ 82.4 ซม.

S1000RR
S1000RR

ความปลอดภัยในการขับขี่ ที่หายห่วง มาพร้อมระบบ Dynamic Traction Control ให้ความปลอดภัยขณะขับขี่ โดยสามารถทำความเร็ว ได้มากกว่า 200 กิโลเมตร / ชั่วโมงเลย โดยมีอัตราเร่งจาก 0 – 100 อยู่ที่ 3.1 วินาทีเท่านั้น ส่วนของการออกแบบ และการควบคุม ออกแบบตามหลักแอโรไดนามิค โหมดในการขับขี่ จะมี 4 โหมด คือ ขับขี่ขณะฝนตก (RAIN) , ขับขี่ปกติ (ROAD) , ขับขี่ประสมประสาน (DYNAMIC) และขับขี่แบบลงสนาม (RACE) ยังมีระบบ Dynamic Damping Control หรือ DDC ช่วยปรับระบบสั่นสะเทือน ให้เข้ากับสถาณการณ์ขับขี่ ในแบบอิเล็กโทรนิกส์ ยังช่วยในเรื่องการเกาะถนนได้ดีเยี่ยม

S1000RR

เจ้า S1000RR 2019 ได้เปิดตัวมาพร้อมกัน 2 สี ได้แก่สีไตรคัลเลอร์ Motorsport และสีแดง Racingred Uni เป็นอีกตัวที่น่าสนใจสำหรับซุปเปอร์ไบต์ในคลาส 1000 cc

สนับสนุนข้อมูลโดย : thailandbigbike